อัปเดตล่าสุด: 2026-06 · ค่าโดยสาร เส้นทาง และการรองรับของแอปมีการเปลี่ยนบ่อย ก่อนขึ้นจริงลองเช็กอีกครั้งใน Naver Map, KakaoMap หรือแอปอื่น ๆ นะคะ
"ทำไมรถเมล์สีเขียวกับสีน้ำเงินถึงมีแยกกัน?" — แค่รู้จักสีก็ผ่านไปครึ่งทางแล้ว
พอยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ก็จะเห็นรถเมล์สีน้ำเงิน สีเขียว สีแดง และบางทีก็สีเหลือง วิ่งผ่านเรียงกันไป สิ่งที่ชาวต่างชาติที่เพิ่งขึ้นครั้งแรกสับสนที่สุด ไม่ใช่แผนผังเส้นทาง แต่เป็นสีและหมายเลขนี่แหละ
ถึงจะดูเหมือนรถเมล์ในเมืองแบบเดียวกันหมด แต่สำหรับรถเมล์เกาหลี สีคือลักษณะของสายเลย
แค่แยกสีออกก็รู้ได้แล้วถึง 80% ว่ารถคันนี้เป็นรถที่วนอยู่ในละแวกบ้าน รถที่วิ่งตัดผ่านเมือง หรือรถที่ออกไปเมืองข้าง ๆ ด้านล่างนี้เราจะดูระบบสีและกฎของหมายเลขโดยยึดกรุงโซลเป็นหลัก พร้อมความต่างกับเมืองอื่น เช่น ปูซาน และวิธีใช้แอปเพื่อขึ้นรถได้อย่างปลอดภัยแม้อ่านตัวเลขไม่ออกด้วยค่ะ
1. อ่านจากสีก่อน — ระบบ 4 สีของรถเมล์ในเมืองกรุงโซล
รถเมล์ในเมืองกรุงโซลแบ่งออกเป็น 4 สีตามลักษณะของสาย ระบบสีนี้ใช้คล้าย ๆ กันในเขตปริมณฑล เช่น คยองกีและอินชอนด้วย
| สี | ชื่อ | บทบาท | จำนวนหลักของหมายเลข |
|---|---|---|---|
| 🔵 น้ำเงิน | รถสายหลัก (Trunk) | สายหลักที่วิ่งยาวตามแกนใหญ่ของเมือง | 3 หลัก |
| 🟢 เขียว | รถสายรอง (Branch/Feeder) | สายสั้นที่เชื่อมละแวกบ้าน↔สถานีรถไฟใต้ดิน·รถสายหลัก | 4 หลัก |
| 🔴 แดง | รถด่วนปริมณฑล (Rapid/Express) | เชื่อมโซล↔คยองกี·อินชอน และเขตปริมณฑลอย่างรวดเร็ว | 4 หลัก (ส่วนใหญ่ขึ้นต้นด้วย 9) |
| 🟡 เหลือง | รถวนรอบ (Circular) | สายสั้นที่วนอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ของใจกลางเมืองและย่านรอง | 2 หลัก |
วิธีจำง่าย ๆ ค่ะ
- น้ำเงิน = ไกล ตรง วิ่งยาวตัดผ่านตัวเมืองโซล เป็นแกนพื้นฐานเวลาต้องไปละแวกที่ไม่รู้จัก
- เขียว = ใกล้ ในละแวก เป็นรถ "สำหรับเชื่อมต่อ" ที่พาไปส่งถึงสถานีรถไฟใต้ดินหรือถนนใหญ่ ปกติจะเข้าไปถึงในหมู่บ้านเลย
- แดง = ออกนอกเมือง จอดน้อยและเชื่อมโซลกับเมืองใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ค่าโดยสารแพงที่สุด
- เหลือง = วนอยู่ที่เดิมรอบหนึ่ง เป็นสายสั้นที่วนรอบใจกลางเมืองและแหล่งท่องเที่ยว จึงมีประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวอย่างไม่คาดคิด
อนึ่ง ในบางพื้นที่อาจเห็นรถขนส่งแบบเรียกตามความต้องการ (DRT) ที่พ่นสี ส้ม ตัว DRT เองมีให้บริการมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ส่วนสีส้มที่เป็นสีมาตรฐานเดียวกันเพิ่งเริ่มนำมาใช้ในช่วงหลัง วิ่งตามการเรียกโดยไม่มีเส้นทางตายตัว และตอนนี้พื้นที่ให้บริการยังจำกัดอยู่
2. อ่านจากหมายเลข — 'เขตพื้นที่' ซ่อนอยู่ที่หลักหน้า
พอรู้จักสีแล้ว ต่อไปคือหมายเลข กรุงโซลแบ่งทั้งเมืองออกเป็น 8 เขตพื้นที่ หมายเลข 0~7 และหลักหน้าของหมายเลขรถเมล์จะบอกเขตพื้นที่นี้
| หมายเลขเขต | เขตปกครองหลัก |
|---|---|
| 0 | จงโน·จุง·ยงซาน (ใจกลางเมือง) |
| 1 | โทบง·คังบุก·ซองบุก·โนวอน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) |
| 2 | ทงแดมุน·จุงนัง·ซองดง·ควังจิน (ตะวันออก) |
| 3 | คังดง·ซงพา (ตะวันออกเฉียงใต้) |
| 4 | ซอโช·คังนัม (ใต้) |
| 5 | ทงจัก·ควานัก·คึมชอน (ตะวันตกเฉียงใต้) |
| 6 | คังซอ·ยางชอน·ยองดึงโพ·คูโร (ตะวันตก) |
| 7 | อึนพยอง·มาโพ·ซอแดมุน (ตะวันตกเฉียงเหนือ) |
วิธีอ่านรถสายหลัก (น้ำเงิน·3 หลัก)
ตัวเลข 3 หลักเรียงลำดับเป็น [เขตต้นทาง][เขตปลายทาง][หมายเลขลำดับของสาย]
ยกตัวอย่างเช่น รถสายหลัก 472 ออกจากเขต 4 (คังนัม·ซอโช) ไปยังทิศทางเขต 7 (มาโพ·ซอแดมุน) และเป็นสายที่ 2 แค่ดูสองหลักแรกก็พอจับทิศทางคร่าว ๆ ได้แล้วว่ารถคันนี้ไปจากฝั่งไหนสู่ฝั่งไหน
วิธีอ่านรถสายรอง (เขียว·4 หลัก)
ตัวเลข 4 หลักคือ [เขตต้นทาง][เขตปลายทาง][หมายเลขลำดับสองหลัก (11~99)]
ยกตัวอย่างเช่น รถสายรอง 6512 เป็นสายเชื่อมละแวกบ้านที่ต่อเขต 6 กับเขต 5 ยิ่งจำนวนหลักมาก ก็มักจะเป็นสายที่วนถี่ ๆ อยู่ในพื้นที่แคบลง
วิธีอ่านรถด่วนปริมณฑล (แดง) · รถวนรอบ (เหลือง)
- รถด่วนปริมณฑล (แดง): ส่วนใหญ่เป็น 4 หลักที่ขึ้นต้นด้วย 9 (เช่น 9401) เชื่อมโซลกับคยองกี·อินชอน
- รถวนรอบ (เหลือง): เป็น 2 หลัก (เช่น สาย 01) หลักหน้าคือเขตพื้นที่ หลักหลังคือหมายเลขลำดับ เป็นสายสั้นที่วนรอบใจกลางเมืองรอบหนึ่ง
เคล็ดลับสำคัญค่ะ ถ้าจำว่า ตัวเลข 2 หลักคือวนในละแวก 3 หลักคือรถสายหลักในเมือง 4 หลักคือเชื่อมละแวกบ้าน (เขียว) หรือออกนอกเมือง (แดง) ก็เกือบถูกหมด ดูสีควบคู่กับจำนวนหลักจะยิ่งแม่นยำขึ้น

3. เฉพาะโซลหรือเปล่า? — เมืองอื่นมีระบบต่างกัน
กฎสีและหมายเลขนี้โดยพื้นฐานยึดตามกรุงโซล (และเขตปริมณฑล) เมืองอื่นใช้ระบบของตัวเอง
- ปูซาน: การแบ่งสีคล้ายกัน น้ำเงิน=สายหลัก (เชื่อมช่วงใหญ่ ๆ) เขียว=สายรอง/รถชุมชน (ย่านที่อยู่อาศัย↔สถานีรถไฟใต้ดิน) แดง=รถด่วน (จอดน้อย ระยะไกล) แต่กฎเขตพื้นที่ของหมายเลขต่างจากโซล
- เมืองอื่น ๆ (แทกู·ควังจู·แทจอน ฯลฯ): หลายเมืองแบ่งสายหลัก/สายรอง/รถด่วนด้วยสี แต่กฎของหมายเลขต่างกันไปในแต่ละเมือง
ดังนั้นวิธีที่เป็นจริงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติคือ ใช้สีเดาลักษณะของสาย แต่เช็กเส้นทางและทิศทางที่แน่นอนด้วยแอปแผนที่
4. วิธีไม่สับสนแม้อ่านตัวเลขไม่ออก — เช็กด้วยแอป
ถึงจะจำระบบหมายเลขไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คนเกาหลีส่วนใหญ่ก็เช็กด้วยแอปเหมือนกัน
- พิมพ์จุดหมายลงใน Naver Map หรือ KakaoMap ก็จะบอกว่าให้ขึ้นรถเมล์สีและหมายเลขอะไร ขึ้นที่ไหน ลงที่ไหน พร้อมข้อมูลเวลารถถึงแบบเรียลไทม์ รองรับหน้าจอภาษาอังกฤษด้วย
- เมื่อค้นหมายเลขรถเมล์ ก็จะขึ้น ลำดับของป้ายทั้งหมด ช่วยไม่ให้สับสนเรื่องทิศทาง (ขาขึ้น/ขาลง)
- บนป้ายไฟและป้ายข้อมูลที่สถานีก็มีระบุสีและหมายเลขของสายไว้ด้วย พอเทียบกับแอปก็จะแน่ใจ
5. ค่าโดยสารต่างกันตามสี (อ้างอิง 2026-06 · แนะนำให้เช็กข้อมูลทางการ)
สีเชื่อมโยงกับค่าโดยสารโดยตรง ด้านล่างเป็นคำแนะนำทั่วไปตามเกณฑ์กรุงโซล จำนวนเงินที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบข้อมูลทางการนะคะ
- รถเมล์ในเมืองทั่วไป (น้ำเงิน·เขียว): ประมาณ ₩1,500 เมื่อใช้บัตรโดยสาร
- รถด่วนปริมณฑล (แดง): ระยะทางไกลจึงแพงกว่า อยู่ที่ประมาณ ₩3,000
- ผู้ใหญ่จ่ายเท่ากันทั้งเงินสดและบัตรโดยสาร (รถเมล์ในเมืองโซล 1,500 วอน) แต่วัยรุ่นและเด็กจ่ายเงินสดแพงกว่านิดหน่อย บางสายในโซลยกเลิกการขึ้นรถด้วยเงินสดไปเลย และ ส่วนลดต่อรถใช้ได้เฉพาะบัตรโดยสาร เท่านั้น ถ้าต่อรถตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป บัตรโดยสารจึงคุ้มกว่ามาก ส่วนลดต่อรถจะได้เมื่อขึ้นรถอีกครั้งภายใน 30 นาทีหลังลง (ช่วง 3 ทุ่ม~7 โมงเช้าคือภายใน 1 ชั่วโมง)
- ยิ่งไปกว่านั้น โซลกำลังเพิ่ม 'รถเมล์ไร้เงินสด' ที่ไม่รับเงินสดเลยเป็นกว่า 100 สาย บัตรโดยสารจึงแทบจะเป็นสิ่งจำเป็น
บัตรโดยสาร (เช่น T-money) เป็นบัตรเติมเงินล่วงหน้าที่เติมและใช้ได้โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคารหรือการยืนยันตัวตน วิธีที่แน่นอนที่สุดคือซื้อด้วยเงินสดที่ร้านสะดวกซื้อแล้วเติมเงิน (ตั้งแต่มีนาคม 2026 ที่คีออสก์ในสถานีรถไฟใต้ดินโซล 273 สถานีก็สามารถซื้อตั๋วเที่ยวเดียวและตั๋วระยะสั้น Climate Card ด้วยบัตรต่างชาติได้แล้ว)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. มีรถเมล์หมายเลขเดียวกันแต่สีต่างกันไหม? ถ้าสีต่างกัน ปกติแล้วจะเป็นคนละสายที่อยู่ในระบบสายต่างกัน (สายหลัก/สายรอง/ปริมณฑล) แม้หมายเลขจะดูคล้ายกัน ก็กรุณาเช็กสีควบคู่กับจำนวนหลัก เมื่อสับสน ค้นหมายเลขในแอปก็จะชัดเจน
Q2. ทำไมรถเมล์สีแดงถึงแพงกว่า? สีแดง (ปริมณฑล) จอดน้อยและเป็นสายระยะไกลที่เชื่อมโซลกับเมืองใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ค่าโดยสารจึงสูง ถ้าไม่ได้เดินทางข้ามเมืองก็ไม่จำเป็นต้องขึ้น
Q3. ชาวต่างชาติดูแค่สีและหมายเลขก็ขึ้นได้ไหม? ดูจากสีพอเดาได้ว่าเป็นรถในละแวก รถในเมือง หรือรถออกนอกเมือง แต่ทิศทางที่แน่นอนและป้ายที่จะลง เช็กด้วย Naver Map, KakaoMap จะปลอดภัยที่สุด
Q4. รถเมล์สีเหลืองมีประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวไหม? มีค่ะ รถวนรอบ (เหลือง) เป็นสายที่วนสั้น ๆ รอบใจกลางเมืองและแหล่งท่องเที่ยว จึงมีประโยชน์บ่อยเวลาเดินทางระหว่างสถานที่น่าสนใจในเมือง เนื่องจากมีสายให้บริการน้อย ลองเช็กในแอปล่วงหน้านะคะ
Q5. ที่ปูซาน·แทกูใช้กฎหมายเลขเดียวกันไหม? การแบ่งสีคล้ายกัน แต่กฎเขตพื้นที่ของหมายเลขต่างกันไปในแต่ละเมือง อย่านำกฎของโซลไปใช้ตรง ๆ ให้ใช้สีเดาแค่ลักษณะ แล้วเช็กเส้นทางด้วยแอปนะคะ
Q6. นอกจากรถเมล์ในเมือง แล้วการเดินทางข้ามเมือง (KTX·รถบัสด่วน) จองยังไง? เว็บไซต์ทางการของ KTX และรถบัสด่วนบางครั้งบล็อกการชำระเงินด้วยบัตรต่างชาติ ถ้าใช้ LACHA (라차) ก็สามารถจอง KTX และรถบัสด่วนได้ในแอปเดียว ด้วยวิธีชำระเงินจากต่างประเทศ เช่น TrueMoney, Alipay, WeChat Pay โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลีหรือการยืนยันตัวตน
หมายเหตุ: ข้อมูลค่าโดยสาร เส้นทาง ระบบสี และการรองรับของแอปในบทความนี้ เป็นคำแนะนำทั่วไปที่เรียบเรียงจากข้อมูลสาธารณะ ณ เดือนมิถุนายน 2026 อาจแตกต่างกันไปตามเมือง เส้นทาง และช่วงเวลา สำหรับเส้นทางและค่าโดยสารที่แน่นอน กรุณาตรวจสอบกับ Naver Map, KakaoMap และข้อมูลการจราจรทางการของแต่ละท้องถิ่นนะคะ




