LACHAKorea Guide by LACHA
คู่มือทั้งหมด64
① การเดินทาง

วิธีอ่านหมายเลขและสีรถเมล์เกาหลี — ทำไมสีน้ำเงิน เขียว แดง เหลืองถึงต่างกัน (2026)

① การเดินทางทีมคู่มือ LACHA· อัปเดต 2026-07-16· อ่าน 14 นาที
วิธีอ่านหมายเลขและสีรถเมล์เกาหลี — ทำไมสีน้ำเงิน เขียว แดง เหลืองถึงต่างกัน (2026)
สารบัญ

อัปเดตล่าสุด: 2026-06 · ค่าโดยสาร เส้นทาง และการรองรับของแอปมีการเปลี่ยนบ่อย ก่อนขึ้นจริงลองเช็กอีกครั้งใน Naver Map, KakaoMap หรือแอปอื่น ๆ นะคะ

"ทำไมรถเมล์สีเขียวกับสีน้ำเงินถึงมีแยกกัน?" — แค่รู้จักสีก็ผ่านไปครึ่งทางแล้ว

พอยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ก็จะเห็นรถเมล์สีน้ำเงิน สีเขียว สีแดง และบางทีก็สีเหลือง วิ่งผ่านเรียงกันไป สิ่งที่ชาวต่างชาติที่เพิ่งขึ้นครั้งแรกสับสนที่สุด ไม่ใช่แผนผังเส้นทาง แต่เป็นสีและหมายเลขนี่แหละ

ถึงจะดูเหมือนรถเมล์ในเมืองแบบเดียวกันหมด แต่สำหรับรถเมล์เกาหลี สีคือลักษณะของสายเลย

แค่แยกสีออกก็รู้ได้แล้วถึง 80% ว่ารถคันนี้เป็นรถที่วนอยู่ในละแวกบ้าน รถที่วิ่งตัดผ่านเมือง หรือรถที่ออกไปเมืองข้าง ๆ ด้านล่างนี้เราจะดูระบบสีและกฎของหมายเลขโดยยึดกรุงโซลเป็นหลัก พร้อมความต่างกับเมืองอื่น เช่น ปูซาน และวิธีใช้แอปเพื่อขึ้นรถได้อย่างปลอดภัยแม้อ่านตัวเลขไม่ออกด้วยค่ะ

1. อ่านจากสีก่อน — ระบบ 4 สีของรถเมล์ในเมืองกรุงโซล

รถเมล์ในเมืองกรุงโซลแบ่งออกเป็น 4 สีตามลักษณะของสาย ระบบสีนี้ใช้คล้าย ๆ กันในเขตปริมณฑล เช่น คยองกีและอินชอนด้วย

สี ชื่อ บทบาท จำนวนหลักของหมายเลข
🔵 น้ำเงิน รถสายหลัก (Trunk) สายหลักที่วิ่งยาวตามแกนใหญ่ของเมือง 3 หลัก
🟢 เขียว รถสายรอง (Branch/Feeder) สายสั้นที่เชื่อมละแวกบ้าน↔สถานีรถไฟใต้ดิน·รถสายหลัก 4 หลัก
🔴 แดง รถด่วนปริมณฑล (Rapid/Express) เชื่อมโซล↔คยองกี·อินชอน และเขตปริมณฑลอย่างรวดเร็ว 4 หลัก (ส่วนใหญ่ขึ้นต้นด้วย 9)
🟡 เหลือง รถวนรอบ (Circular) สายสั้นที่วนอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ของใจกลางเมืองและย่านรอง 2 หลัก

วิธีจำง่าย ๆ ค่ะ

  • น้ำเงิน = ไกล ตรง วิ่งยาวตัดผ่านตัวเมืองโซล เป็นแกนพื้นฐานเวลาต้องไปละแวกที่ไม่รู้จัก
  • เขียว = ใกล้ ในละแวก เป็นรถ "สำหรับเชื่อมต่อ" ที่พาไปส่งถึงสถานีรถไฟใต้ดินหรือถนนใหญ่ ปกติจะเข้าไปถึงในหมู่บ้านเลย
  • แดง = ออกนอกเมือง จอดน้อยและเชื่อมโซลกับเมืองใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ค่าโดยสารแพงที่สุด
  • เหลือง = วนอยู่ที่เดิมรอบหนึ่ง เป็นสายสั้นที่วนรอบใจกลางเมืองและแหล่งท่องเที่ยว จึงมีประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวอย่างไม่คาดคิด

อนึ่ง ในบางพื้นที่อาจเห็นรถขนส่งแบบเรียกตามความต้องการ (DRT) ที่พ่นสี ส้ม ตัว DRT เองมีให้บริการมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ส่วนสีส้มที่เป็นสีมาตรฐานเดียวกันเพิ่งเริ่มนำมาใช้ในช่วงหลัง วิ่งตามการเรียกโดยไม่มีเส้นทางตายตัว และตอนนี้พื้นที่ให้บริการยังจำกัดอยู่

2. อ่านจากหมายเลข — 'เขตพื้นที่' ซ่อนอยู่ที่หลักหน้า

พอรู้จักสีแล้ว ต่อไปคือหมายเลข กรุงโซลแบ่งทั้งเมืองออกเป็น 8 เขตพื้นที่ หมายเลข 0~7 และหลักหน้าของหมายเลขรถเมล์จะบอกเขตพื้นที่นี้

หมายเลขเขต เขตปกครองหลัก
0 จงโน·จุง·ยงซาน (ใจกลางเมือง)
1 โทบง·คังบุก·ซองบุก·โนวอน (ตะวันออกเฉียงเหนือ)
2 ทงแดมุน·จุงนัง·ซองดง·ควังจิน (ตะวันออก)
3 คังดง·ซงพา (ตะวันออกเฉียงใต้)
4 ซอโช·คังนัม (ใต้)
5 ทงจัก·ควานัก·คึมชอน (ตะวันตกเฉียงใต้)
6 คังซอ·ยางชอน·ยองดึงโพ·คูโร (ตะวันตก)
7 อึนพยอง·มาโพ·ซอแดมุน (ตะวันตกเฉียงเหนือ)

วิธีอ่านรถสายหลัก (น้ำเงิน·3 หลัก)

ตัวเลข 3 หลักเรียงลำดับเป็น [เขตต้นทาง][เขตปลายทาง][หมายเลขลำดับของสาย]

ยกตัวอย่างเช่น รถสายหลัก 472 ออกจากเขต 4 (คังนัม·ซอโช) ไปยังทิศทางเขต 7 (มาโพ·ซอแดมุน) และเป็นสายที่ 2 แค่ดูสองหลักแรกก็พอจับทิศทางคร่าว ๆ ได้แล้วว่ารถคันนี้ไปจากฝั่งไหนสู่ฝั่งไหน

วิธีอ่านรถสายรอง (เขียว·4 หลัก)

ตัวเลข 4 หลักคือ [เขตต้นทาง][เขตปลายทาง][หมายเลขลำดับสองหลัก (11~99)]

ยกตัวอย่างเช่น รถสายรอง 6512 เป็นสายเชื่อมละแวกบ้านที่ต่อเขต 6 กับเขต 5 ยิ่งจำนวนหลักมาก ก็มักจะเป็นสายที่วนถี่ ๆ อยู่ในพื้นที่แคบลง

วิธีอ่านรถด่วนปริมณฑล (แดง) · รถวนรอบ (เหลือง)

  • รถด่วนปริมณฑล (แดง): ส่วนใหญ่เป็น 4 หลักที่ขึ้นต้นด้วย 9 (เช่น 9401) เชื่อมโซลกับคยองกี·อินชอน
  • รถวนรอบ (เหลือง): เป็น 2 หลัก (เช่น สาย 01) หลักหน้าคือเขตพื้นที่ หลักหลังคือหมายเลขลำดับ เป็นสายสั้นที่วนรอบใจกลางเมืองรอบหนึ่ง

เคล็ดลับสำคัญค่ะ ถ้าจำว่า ตัวเลข 2 หลักคือวนในละแวก 3 หลักคือรถสายหลักในเมือง 4 หลักคือเชื่อมละแวกบ้าน (เขียว) หรือออกนอกเมือง (แดง) ก็เกือบถูกหมด ดูสีควบคู่กับจำนวนหลักจะยิ่งแม่นยำขึ้น

วิธีอ่านหมายเลขและสีรถเมล์เกาหลี — ทำไมสีน้ำเงิน เขียว แดง เหลืองถึงต่างกัน (2026) — ภาพประกอบในเนื้อหาที่แสดงสถานการณ์การใช้งานจริง
วิธีอ่านหมายเลขและสีรถเมล์เกาหลี — ทำไมสีน้ำเงิน เขียว แดง เหลืองถึงต่างกัน (2026)

3. เฉพาะโซลหรือเปล่า? — เมืองอื่นมีระบบต่างกัน

กฎสีและหมายเลขนี้โดยพื้นฐานยึดตามกรุงโซล (และเขตปริมณฑล) เมืองอื่นใช้ระบบของตัวเอง

  • ปูซาน: การแบ่งสีคล้ายกัน น้ำเงิน=สายหลัก (เชื่อมช่วงใหญ่ ๆ) เขียว=สายรอง/รถชุมชน (ย่านที่อยู่อาศัย↔สถานีรถไฟใต้ดิน) แดง=รถด่วน (จอดน้อย ระยะไกล) แต่กฎเขตพื้นที่ของหมายเลขต่างจากโซล
  • เมืองอื่น ๆ (แทกู·ควังจู·แทจอน ฯลฯ): หลายเมืองแบ่งสายหลัก/สายรอง/รถด่วนด้วยสี แต่กฎของหมายเลขต่างกันไปในแต่ละเมือง

ดังนั้นวิธีที่เป็นจริงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติคือ ใช้สีเดาลักษณะของสาย แต่เช็กเส้นทางและทิศทางที่แน่นอนด้วยแอปแผนที่

4. วิธีไม่สับสนแม้อ่านตัวเลขไม่ออก — เช็กด้วยแอป

ถึงจะจำระบบหมายเลขไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คนเกาหลีส่วนใหญ่ก็เช็กด้วยแอปเหมือนกัน

  1. พิมพ์จุดหมายลงใน Naver Map หรือ KakaoMap ก็จะบอกว่าให้ขึ้นรถเมล์สีและหมายเลขอะไร ขึ้นที่ไหน ลงที่ไหน พร้อมข้อมูลเวลารถถึงแบบเรียลไทม์ รองรับหน้าจอภาษาอังกฤษด้วย
  2. เมื่อค้นหมายเลขรถเมล์ ก็จะขึ้น ลำดับของป้ายทั้งหมด ช่วยไม่ให้สับสนเรื่องทิศทาง (ขาขึ้น/ขาลง)
  3. บนป้ายไฟและป้ายข้อมูลที่สถานีก็มีระบุสีและหมายเลขของสายไว้ด้วย พอเทียบกับแอปก็จะแน่ใจ

5. ค่าโดยสารต่างกันตามสี (อ้างอิง 2026-06 · แนะนำให้เช็กข้อมูลทางการ)

สีเชื่อมโยงกับค่าโดยสารโดยตรง ด้านล่างเป็นคำแนะนำทั่วไปตามเกณฑ์กรุงโซล จำนวนเงินที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบข้อมูลทางการนะคะ

  • รถเมล์ในเมืองทั่วไป (น้ำเงิน·เขียว): ประมาณ ₩1,500 เมื่อใช้บัตรโดยสาร
  • รถด่วนปริมณฑล (แดง): ระยะทางไกลจึงแพงกว่า อยู่ที่ประมาณ ₩3,000
  • ผู้ใหญ่จ่ายเท่ากันทั้งเงินสดและบัตรโดยสาร (รถเมล์ในเมืองโซล 1,500 วอน) แต่วัยรุ่นและเด็กจ่ายเงินสดแพงกว่านิดหน่อย บางสายในโซลยกเลิกการขึ้นรถด้วยเงินสดไปเลย และ ส่วนลดต่อรถใช้ได้เฉพาะบัตรโดยสาร เท่านั้น ถ้าต่อรถตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป บัตรโดยสารจึงคุ้มกว่ามาก ส่วนลดต่อรถจะได้เมื่อขึ้นรถอีกครั้งภายใน 30 นาทีหลังลง (ช่วง 3 ทุ่ม~7 โมงเช้าคือภายใน 1 ชั่วโมง)
  • ยิ่งไปกว่านั้น โซลกำลังเพิ่ม 'รถเมล์ไร้เงินสด' ที่ไม่รับเงินสดเลยเป็นกว่า 100 สาย บัตรโดยสารจึงแทบจะเป็นสิ่งจำเป็น

บัตรโดยสาร (เช่น T-money) เป็นบัตรเติมเงินล่วงหน้าที่เติมและใช้ได้โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคารหรือการยืนยันตัวตน วิธีที่แน่นอนที่สุดคือซื้อด้วยเงินสดที่ร้านสะดวกซื้อแล้วเติมเงิน (ตั้งแต่มีนาคม 2026 ที่คีออสก์ในสถานีรถไฟใต้ดินโซล 273 สถานีก็สามารถซื้อตั๋วเที่ยวเดียวและตั๋วระยะสั้น Climate Card ด้วยบัตรต่างชาติได้แล้ว)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. มีรถเมล์หมายเลขเดียวกันแต่สีต่างกันไหม? ถ้าสีต่างกัน ปกติแล้วจะเป็นคนละสายที่อยู่ในระบบสายต่างกัน (สายหลัก/สายรอง/ปริมณฑล) แม้หมายเลขจะดูคล้ายกัน ก็กรุณาเช็กสีควบคู่กับจำนวนหลัก เมื่อสับสน ค้นหมายเลขในแอปก็จะชัดเจน

Q2. ทำไมรถเมล์สีแดงถึงแพงกว่า? สีแดง (ปริมณฑล) จอดน้อยและเป็นสายระยะไกลที่เชื่อมโซลกับเมืองใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ค่าโดยสารจึงสูง ถ้าไม่ได้เดินทางข้ามเมืองก็ไม่จำเป็นต้องขึ้น

Q3. ชาวต่างชาติดูแค่สีและหมายเลขก็ขึ้นได้ไหม? ดูจากสีพอเดาได้ว่าเป็นรถในละแวก รถในเมือง หรือรถออกนอกเมือง แต่ทิศทางที่แน่นอนและป้ายที่จะลง เช็กด้วย Naver Map, KakaoMap จะปลอดภัยที่สุด

Q4. รถเมล์สีเหลืองมีประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวไหม? มีค่ะ รถวนรอบ (เหลือง) เป็นสายที่วนสั้น ๆ รอบใจกลางเมืองและแหล่งท่องเที่ยว จึงมีประโยชน์บ่อยเวลาเดินทางระหว่างสถานที่น่าสนใจในเมือง เนื่องจากมีสายให้บริการน้อย ลองเช็กในแอปล่วงหน้านะคะ

Q5. ที่ปูซาน·แทกูใช้กฎหมายเลขเดียวกันไหม? การแบ่งสีคล้ายกัน แต่กฎเขตพื้นที่ของหมายเลขต่างกันไปในแต่ละเมือง อย่านำกฎของโซลไปใช้ตรง ๆ ให้ใช้สีเดาแค่ลักษณะ แล้วเช็กเส้นทางด้วยแอปนะคะ

Q6. นอกจากรถเมล์ในเมือง แล้วการเดินทางข้ามเมือง (KTX·รถบัสด่วน) จองยังไง? เว็บไซต์ทางการของ KTX และรถบัสด่วนบางครั้งบล็อกการชำระเงินด้วยบัตรต่างชาติ ถ้าใช้ LACHA (라차) ก็สามารถจอง KTX และรถบัสด่วนได้ในแอปเดียว ด้วยวิธีชำระเงินจากต่างประเทศ เช่น TrueMoney, Alipay, WeChat Pay โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลีหรือการยืนยันตัวตน

อยากค้นหาและจองตั๋ว KTX กับรถบัสด่วนในแอปเดียว? ลองดู LACHA

ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว

ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที

ดาวน์โหลดเลย

Download on the App Store Get it on Google Play

หมายเหตุ: ข้อมูลค่าโดยสาร เส้นทาง ระบบสี และการรองรับของแอปในบทความนี้ เป็นคำแนะนำทั่วไปที่เรียบเรียงจากข้อมูลสาธารณะ ณ เดือนมิถุนายน 2026 อาจแตกต่างกันไปตามเมือง เส้นทาง และช่วงเวลา สำหรับเส้นทางและค่าโดยสารที่แน่นอน กรุณาตรวจสอบกับ Naver Map, KakaoMap และข้อมูลการจราจรทางการของแต่ละท้องถิ่นนะคะ

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตล่าสุด 2026-07-16