ถ้าคุณลงจากรถไฟใต้ดินแล้วต่อรถเมล์ แต่บัตรกลับถูกหัก 1,550 วอนเต็มจำนวนอีกครั้ง ก็เป็นไปได้สูงว่าคุณพลาดส่วนลดต่อรถไปแล้ว
ระบบขนส่งสาธารณะของเกาหลีมีสิ่งที่เรียกว่า "ส่วนลดต่อรถ (การต่อรถแบบรวม)" อยู่ ถ้าเข้าเงื่อนไขครบ เวลาต่อรถคุณจะไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารพื้นฐานซ้ำ แค่จ่ายส่วนต่างของระยะทางก็พอ ปัญหาคือเงื่อนไขพวกนี้ยุ่งยากกว่าที่คิด และมีกับดักหลายอย่างที่นักท่องเที่ยว–ผู้พำนักชาวต่างชาติมักไม่รู้และพลาดไป โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 เป็นต้นมา เครื่องจำหน่ายตั๋วของรถไฟใต้ดินโซลเริ่มให้ซื้อตั๋วโดยสารด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศได้ แต่นี่ไม่ใช่การจ่ายแบบ open-loop ที่แตะบัตรกับประตูตรวจตั๋วโดยตรง (ตามแผนของกรุงโซล การแตะบัตรที่รถไฟใต้ดินโดยตรงจะเป็นช่วงหลังปี 2027) และ ตั๋วเที่ยวเดียวที่ซื้อด้วยบัตรต่างประเทศก็ไม่เข้าข่ายส่วนลดต่อรถด้วย — ถ้าใช้ไปโดยไม่รู้ อาจกลายเป็นว่าคุณจ่ายแพงกว่าเดิมเสียอีก
ค่าโดยสารและกฎด้านล่างอ้างอิง ณ 2026-06 และอาจต่างกันไปตามช่วงเวลา หน่วยงาน และเส้นทาง ส่วนจะใช้ได้จริงหรือไม่ ให้ยืนยันขั้นสุดท้ายจากช่องทางทางการ เช่น ศูนย์ข้อมูลจราจรกรุงโซล (news.seoul.go.kr/traffic) หรือศูนย์บริการลูกค้า T-money
ส่วนลดต่อรถแบบรวมคืออะไร? — หลักการ "ค่าโดยสารพื้นฐานครั้งเดียว"
ส่วนลดต่อรถแบบรวมของเขตปริมณฑล คือระบบที่เมื่อคุณเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะคนละแบบ เช่น รถไฟใต้ดิน รถเมล์ในเมือง หรือรถเมล์ชุมชน (village bus) ระบบจะไม่เก็บค่าโดยสารพื้นฐานที่คุณจ่ายไปแล้วซ้ำอีก ต่อให้แบ่งขึ้นหลายต่อ ค่าโดยสารก็คิดครั้งเดียวโดยยึดตามระยะทางที่เดินทางจริง
- ค่าโดยสารพื้นฐาน (คิดจากบัตรโดยสาร, 2026-06): รถไฟใต้ดิน 1,550 วอน · รถเมล์ในเมือง 1,500 วอน (ผู้ใหญ่ทั่วไป ต่างกันไปตามเส้นทาง–ช่วง)
- ระยะทางพื้นฐาน: ราว 10 กม. แรกคิดเป็นค่าโดยสารพื้นฐาน เท่าเดิม
- ค่าโดยสารเพิ่มตามระยะทาง: เมื่อเกิน 10 กม. คิดเพิ่ม ราว 100 วอนต่อทุก 5 กม. (ต่างกันไปตามช่วง–ประเภทยานพาหนะ)
ยกตัวอย่างเช่น ถ้านั่งรถไฟใต้ดิน 8 กม. แล้วต่อรถเมล์อีก 5 กม. ระบบจะคิดรวมเป็น 13 กม. บวกเข้ากับค่าโดยสารพื้นฐานเพียงส่วนต่างของระยะทาง (ราว 100 วอน) เท่านั้น โดยไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารพื้นฐานของรถเมล์ใหม่ทั้งก้อน
การที่คิดรวมเป็นการเดินทางชุดเดียวแบบนี้แหละ คือส่วนลดต่อรถ
3 เงื่อนไขหลักของส่วนลดต่อรถ — เวลา จำนวนครั้ง การแตะ
จะให้นับเป็นการต่อรถได้ ต้องทำครบทั้งสามข้อด้านล่างนี้
1) เวลา: ภายใน 30 นาทีหลังลง (ช่วงดึก 60 นาที)
- ต้อง แตะบัตรตอนขึ้น ยานพาหนะถัดไป ภายใน 30 นาทีหลังแตะลง จากยานพาหนะก่อนหน้า จึงจะนับเป็นการต่อรถ
- ในช่วง 21:00 ถึง 07:00 ของวันถัดไป รถวิ่งน้อย เวลาที่ใช้ได้จึงยืดเป็น 60 นาที
- เกณฑ์ตัดสินไม่ใช่เวลาที่ลง แต่เป็นเวลาที่ขึ้นยานพาหนะถัดไป ขอแค่แตะขึ้นคันถัดไปภายใน 30 นาทีก็พอ
2) จำนวนครั้ง: ต่อรถได้สูงสุด 4 ครั้ง (รวม 5 ยานพาหนะ)
การต่อรถจะถูกนับรวมแบบฟรีได้สูงสุด 4 ครั้ง กล่าวคือขึ้นได้สูงสุด 5 ยานพาหนะติดต่อกัน ตั้งแต่การต่อรถครั้งที่ 5 เป็นต้นไป (ยานพาหนะคันที่ 6) จะถูกคิดค่าโดยสารพื้นฐานใหม่อีกครั้ง
3) การแตะ: แตะบัตรทั้งตอนขึ้นและตอนลง
- รถเมล์: แตะที่เครื่อง ทั้งตอนขึ้นและตอนลง
- รถไฟใต้ดิน: แตะที่ประตู ทั้งตอนเข้าและตอนออก
- ถ้าไม่แตะตอนลง จะไม่ได้ส่วนลดต่อรถ และอาจโดนค่าปรับกรณีไม่แตะ (เช่น ค่าโดยสารตามระยะทางสูงสุด) เพิ่มเข้ามา
| หัวข้อ | กฎ (ณ 2026-06) |
|---|---|
| เวลาต่อรถที่ใช้ได้ | ภายใน 30 นาทีหลังลง (21:00–07:00 ของวันถัดไป 60 นาที) |
| จำนวนครั้งต่อรถ | สูงสุด 4 ครั้ง (รวม 5 ยานพาหนะ) |
| แตะขึ้น–ลง | ทั้งรถเมล์และรถไฟใต้ดินต้องแตะ ทั้งตอนขึ้นและตอนลง |
| ระยะทางพื้นฐาน | ราว 10 กม. คิดเป็นค่าโดยสารพื้นฐาน |
| ค่าเพิ่มตามระยะทาง | เกิน 10 กม. ราว 100 วอนต่อทุก 5 กม. |
แค่จำตารางนี้ก็แก้ปัญหาได้เกือบหมด แต่เอาเข้าจริง ส่วนลดมักรั่วไหลไปกับกับดักด้านล่างนี้

5 กับดักที่ชาวต่างชาติมักพลาด
- ไม่แตะตอนลง — เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด รถเมล์เกาหลีต้องแตะตอนลงด้วยเสมอ ถ้าไม่แตะ ส่วนลดต่อรถครั้งถัดไปจะหายทั้งก้อน และตอนขึ้นคันต่อไปอาจโดนค่าปรับเพิ่มเข้ามาได้
- ขึ้นซ้ำเส้นทาง–ทิศทางเดิม — ถ้าขึ้นรถเมล์เบอร์เดิมทิศทางเดิมกับคันที่เพิ่งลง หรือออกจากสถานีรถไฟใต้ดินเดิมแล้วเข้าใหม่ทันที ระบบจะไม่นับเป็นการต่อรถ (เพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์)
- ขึ้นด้วยเงินสด — ส่วนลดต่อรถจะใช้ได้เฉพาะเมื่อแตะด้วยบัตรโดยสาร (หรือวิธีจ่ายเงินที่มีฟังก์ชันบัตร) เท่านั้น การขึ้นด้วยเงินสดไม่มีส่วนลด
- เกิน 30 นาที — ถ้ากินข้าว–ช้อปปิ้งเสร็จแล้วค่อยขึ้นใหม่ ก็จะเกิน 30 นาที ทำให้ถูกคิดค่าโดยสารใหม่
- จ่ายให้หลายคนด้วยบัตรใบเดียว — ถ้าใช้บัตรใบเดียวแตะให้หลายคน (การประมวลผลแบบหลายผู้โดยสาร) กฎการต่อรถจะซับซ้อนขึ้น และการต่อรถของเพื่อนร่วมทางอาจขาดตอนได้ ทางที่ดีควรเป็น 1 คน 1 บัตร
วิธีจ่ายเงินแบบไหนใช้ส่วนลดต่อรถได้บ้าง (★ ชาวต่างชาติต้องอ่าน)
จุดนี้แหละที่ชาวต่างชาติสับสนมากที่สุด "การขึ้นรถไฟใต้ดินด้วยบัตรต่างประเทศได้โดยตรง" กับ "การได้ส่วนลดต่อรถ" เป็นคนละเรื่องกัน
- บัตรโดยสารเติมเงินอย่าง T-money: ใช้ส่วนลดต่อรถได้ตามปกติ ซื้อบัตรที่ร้านสะดวกซื้อ–สถานีในราคาราว 3,000 วอนแล้วเติมเงินได้เลย
- T-money ใน Apple Wallet (ตั้งแต่ 2025-07) · Mobile T-money: เป็นมาตรฐาน T-money จึงใช้ส่วนลดต่อรถได้
- จ่ายตรงด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศ (EMV open-loop): ตั้งแต่ 2026-03-17 เครื่องจำหน่ายตั๋วรุ่นใหม่ใน 273 สถานีของรถไฟใต้ดินโซลสาย 1–8 ให้ซื้อ–เติมตั๋วเที่ยวเดียวและบัตร Climate Card (기후동행카드) ด้วยบัตร Visa/Mastercard ต่างประเทศได้แล้ว (เฉลี่ยมีผู้ใช้ราว 9,158 คนต่อวัน) แต่การหักเงินขนส่งในประเทศใช้มาตรฐาน 'PayOn' ส่วนบัตรต่างประเทศใช้มาตรฐาน EMV จึงมีข้อจำกัดในการเชื่อมกับส่วนลดต่อรถ คาดว่าส่วนลดต่อรถแบบ open-loop เต็มรูปแบบจะทยอยใช้ได้ตั้งแต่หลังปี 2027 เมื่อเปลี่ยนเครื่องอ่านเป็น EMV และวางระบบหักเงินเสร็จ (แผนของกรุงโซล: รถเมล์ระยะที่ 1 ~2026, รถไฟใต้ดินระยะที่ 2 ~2027, ขยายผลระยะที่ 3 ~2030)
- เนื่องจาก Google Wallet ไม่รองรับการจ่ายด้วยบัตรโดยสาร (T-money) ในเกาหลี ผู้ใช้ Android จึงมักใช้บัตร T-money แบบจริงหรือแอป Mobile T-money แทน
สรุปคือ ถ้าตอนนี้ใช้บัตรต่างประเทศแตะตรงทุกครั้ง คุณอาจต้องจ่ายค่าโดยสารพื้นฐานใหม่ทุกครั้งที่ต่อรถ ถ้าต่อรถบ่อย การเติมเงินไว้ในบัตรโดยสารเติมเงิน (กลุ่ม T-money) แล้วใช้จะคุ้มค่ากว่าในแง่ค่าใช้จ่าย
การจ่ายเงินและการใช้ส่วนลดต่อรถจะได้หรือไม่ ต่างกันไปตามผู้ออกบัตร สถานี และช่วงเวลา ก่อนมีแผนที่ต้องต่อรถใหญ่ ๆ แนะนำให้ลองทดสอบด้วยจำนวนเงินเล็กน้อยก่อน
อยากค้นหาและจองตั๋ว KTX กับรถบัสด่วนในแอปเดียว? ลองดู LACHA
ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว
ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที
ดาวน์โหลดเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. เปลี่ยนจากรถไฟใต้ดินไปรถเมล์ ฟรีจริงหรือ? ไม่ได้ฟรีสนิท ภายในค่าโดยสารพื้นฐานที่จ่ายไปแล้ว ระยะทาง (ราว 10 กม.) แรกไม่มีภาระเพิ่ม ถ้าไปไกลกว่านั้นก็จ่ายแค่ส่วนต่างของระยะทาง (ราว 100 วอนต่อทุก 5 กม.) เพิ่มเท่านั้น หมายความว่าไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารพื้นฐานของรถเมล์ใหม่ทั้งก้อนนั่นเอง
Q2. เวลาต่อรถ 30 นาที เริ่มนับจากตอนไหน? นับจากเวลาที่แตะลงจากยานพาหนะก่อนหน้า จากจุดนั้นถ้าแตะขึ้นยานพาหนะถัดไปภายใน 30 นาที (ช่วงดึก 21:00–07:00 ของวันถัดไปคือ 60 นาที) ก็จะนับเป็นการต่อรถ
Q3. ขึ้นรถไฟใต้ดินด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศ ได้ส่วนลดต่อรถไหม? ตอนนี้ที่โซลยังแตะบัตรเครดิตต่างประเทศที่ประตูตรวจตั๋วโดยตรงเพื่อขึ้นรถไม่ได้ วิธีคือซื้อตั๋วเที่ยวเดียวหรือบัตร Climate Card (기후동행카드) แบบระยะสั้นจากเครื่องจำหน่ายตั๋วด้วยบัตรต่างประเทศ แต่ ตั๋วเที่ยวเดียวใช้ส่วนลดต่อรถไม่ได้ ถ้าต่อรถบ่อย ควรใช้บัตรเติมเงินกลุ่ม T-money จะดีกว่า (ต่างกันไปตามบัตร–สถานี–ช่วงเวลา)
Q4. ตอนลงรถเมล์ลืมแตะ จะเป็นอย่างไร? ถ้าพลาดการแตะตอนลง ส่วนลดต่อรถของช่วงนั้นจะใช้ไม่ได้ และตอนขึ้นคันต่อไปอาจโดนค่าโดยสารเพิ่ม (เช่น ค่าโดยสารตามระยะทางสูงสุด) ครั้งต่อไปก็อย่าลืมแตะที่เครื่องตอนลงด้วยก็พอ
Q5. ต่อรถได้สูงสุดกี่ครั้ง? ถูกนับรวมแบบฟรีได้สูงสุด 4 ครั้ง (รวม 5 ยานพาหนะ) ตั้งแต่การต่อรถครั้งที่ 5 จะถูกคิดค่าโดยสารพื้นฐานใหม่
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลสาธารณะ ณ 2026-06 เพื่อเป็นคำแนะนำทั่วไป ค่าโดยสาร กฎการต่อรถ และการใช้บัตรต่างประเทศได้หรือไม่ อาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา เส้นทาง ผู้ออกบัตร และหน่วยงาน โปรดยืนยันเนื้อหาที่ใช้ได้จริงจากช่องทางทางการ เช่น ศูนย์ข้อมูลจราจรกรุงโซล (news.seoul.go.kr/traffic) และศูนย์บริการลูกค้า T-money ทุกครั้ง




