LACHAKorea Guide by LACHA
คู่มือทั้งหมด94
④ การใช้ชีวิต

วิธีส่งของจากเกาหลีไปต่างประเทศ — ค่าส่ง EMS·พัสดุทางอากาศ·ทางเรือ และขั้นตอนทั้งหมด

④ การใช้ชีวิตทีมคู่มือ LACHA· อัปเดต 2026-08-18· อ่าน 29 นาที
วิธีส่งของจากเกาหลีไปต่างประเทศ — ค่าส่ง EMS·พัสดุทางอากาศ·ทางเรือ และขั้นตอนทั้งหมด
สารบัญ

แรงงานคนหนึ่งทำงานครบสัญญา 4 ปี และจะกลับบ้านเดือนหน้า เขาอัดของลงกระเป๋าเดินทางสองใบจนแน่น แต่ผ้าห่ม ผ้าห่มไฟฟ้า เสื้อผ้า และกล่องของฝากก็ยังกองอยู่มุมห้องเหมือนเดิม จะโหลดเป็นน้ำหนักส่วนเกินกับสายการบินก็แพงจนน่ากลัว จะทิ้งก็เสียดาย สุดท้ายเขายกกล่อง 25kg ไปที่ไปรษณีย์ แล้วเจอคำตอบว่า "พัสดุทางอากาศรับได้ไม่เกิน 20kg" เลยต้องมานั่งแกะกล่องจัดใหม่หน้าเคาน์เตอร์ — นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงถ้าไม่รู้กฎการส่งของระหว่างประเทศ

บทความนี้เป็นไกด์เฉพาะเรื่อง "ส่งของจากเกาหลีออกไปต่างประเทศ" ส่วนการฝากของระหว่างเที่ยวในเกาหลีหรือส่งของไปสนามบิน·โรงแรม อยู่ในไกด์ฝากของและส่งกระเป๋า แยกอีกบทความ ตรงนี้เราจะไล่ทีละเรื่อง ตั้งแต่ค่าส่งและความเร็วของ 3 วิธีที่ไปรษณีย์มีให้ (EMS·พัสดุทางอากาศ·พัสดุทางเรือ), ข้อจำกัดน้ำหนัก·ขนาด, ของที่ส่งไม่ได้, ใบแจ้งศุลกากร ไปจนถึงจุดที่บริษัทขนส่งเอกชนเริ่มคุ้มกว่า

ค่าส่ง ระยะเวลา และกฎเกณฑ์ทั้งหมดด้านล่างอ้างอิงข้อมูลสาธารณะ ณ 2026-08 ค่าไปรษณีย์ระหว่างประเทศเปลี่ยนบ่อยมาก — แค่เดือนกรกฎาคม 2026 ก็เพิ่งปรับโครงสร้างไปหนึ่งรอบ ก่อนส่งจริงกรุณาเช็กซ้ำที่เครื่องคำนวณค่าส่งบนเว็บ EMS ของไปรษณีย์ออนไลน์ (ems.epost.go.kr) และคอลเซ็นเตอร์ไปรษณีย์ ☎1588-1300 (จันทร์–ศุกร์ 09:00–18:00)

3 วิธีส่งของต่างประเทศของไปรษณีย์เกาหลี ต่างกันตรงไหน

ไปรษณีย์เกาหลีมีวิธีส่งของออกนอกประเทศหลัก ๆ 3 แบบ เรียงจากเร็วและแพงที่สุดคือ EMS (ด่วนพิเศษ), พัสดุทางอากาศ และพัสดุทางเรือ

ถ้าเป็นของเบาไม่เกิน 2kg ยังมีอีกสองตัวเลือกคือ K-Packet และ Small Packet (ข้อมูล 2026-08) แต่บทความนี้จะเทียบ 3 วิธีข้างต้นโดยยึด "ของหนักราว ๆ 20kg" เป็นเกณฑ์

วิธีส่ง ความเร็ว น้ำหนักสูงสุด เหมาะกับของแบบไหน
EMS ประเทศหลัก 2~8 วัน 30kg (บางประเทศ 20kg) ของด่วน เอกสาร ส่งตอนใกล้วันบิน
พัสดุทางอากาศ ปกติ 1~2 สัปดาห์ (จากผู้ใช้จริง) 20kg ไม่ด่วนมาก แต่รอเป็นเดือนไม่ไหว
พัสดุทางเรือ ปกติ 1~3 เดือน (จากผู้ใช้จริง) 20kg ของจำนวนมากที่ถึงช้าได้

EMS มีระบบเช็กระยะเวลาส่งถึงรายประเทศอย่างเป็นทางการ โดยเวียดนาม 3~4 วัน · ฟิลิปปินส์ 5~8 วัน · สหรัฐฯ 3~4 วัน (ขึ้นกับสถานการณ์ศุลกากร, ข้อมูล 2026-08) ส่วนพัสดุทางอากาศและทางเรือไม่มีระบบเช็กระยะเวลาอย่างเป็นทางการ ต้องดูจากประสบการณ์ผู้ใช้จริง และมีเคสที่ส่งทางเรือไปสหรัฐฯ ใช้เวลาถึง 50~60 วัน เผื่อเวลาให้เยอะไว้ก่อน

มีความเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่ต้องรู้ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 โครงสร้างค่าส่ง EMS เปลี่ยนจาก "ค่าบริการพื้นฐาน + ค่าธรรมเนียมขนส่งเพิ่มเติม" มาเป็นอัตราเดียวตามน้ำหนักที่รวมค่าธรรมเนียมไว้แล้ว ผลคือค่าส่งไปเกือบทุกประเทศแพงขึ้น เช่น สหรัฐฯ ที่ 0.5kg จาก 29,500 วอน เป็น 39,000 วอน (ตามประกาศ) ถ้าตั้งงบจากความทรงจำครั้งที่เคยส่งเมื่อก่อน ตัวเลขจะเพี้ยนแน่นอน

เทียบค่าส่ง 20kg ไปเวียดนาม·ฟิลิปปินส์·สหรัฐฯ

กล่อง 20kg เท่ากัน แต่ค่าส่งต่างกันหลายเท่าตามวิธีและประเทศปลายทาง ตัวเลขด้านล่างเช็กจากตารางอัตราค่าบริการและเครื่องคำนวณอย่างเป็นทางการ ณ 2026-08

วิธีส่ง (20kg) เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ
EMS 93,500 วอน 131,500 วอน 441,000 วอน
พัสดุทางอากาศ (ยอดรวมค่าธรรมเนียมแล้ว) 88,500 วอน 114,000 วอน 362,500 วอน
พัสดุทางเรือ 58,500 วอน 58,500 วอน ดูเหมือนจะรับฝากส่งไม่ได้*

*สหรัฐฯ ไม่อยู่ในรายชื่อประเทศที่รับฝากส่งทางเรือ (ข้อมูล 2026-08) เรายังไม่เจอประกาศยุติบริการอย่างเป็นทางการ จึงต้องสอบถามที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง

มีจุดที่ต้องระวังหนึ่งอย่าง — ตารางอัตราค่าพัสดุทางอากาศไม่ได้รวมค่าธรรมเนียมขนส่งเพิ่มเติม ถ้าดูแต่ตาราง ฟิลิปปินส์ 20kg จะเหมือนอยู่ที่ 78,000 วอน แต่พอบวกค่าธรรมเนียมรายกิโลกรัม (เวียดนาม 200 วอน · ฟิลิปปินส์ 1,800 วอน · สหรัฐฯ 6,000 วอน ตามอัตราที่เริ่มใช้ 2025-12) ยอดจ่ายจริงจะกลายเป็นตัวเลขในตารางข้างบน เครื่องคำนวณค่าส่งแสดงยอดรวมค่าธรรมเนียมให้อยู่แล้ว เชื่อตัวเลขจากเครื่องคำนวณปลอดภัยกว่า

ถ้าน้ำหนักเปลี่ยน ค่าส่ง EMS จะขยับแบบนี้ (ข้อมูล 2026-08) สำหรับคนไทย ที่ 20kg ค่าส่งมาไทยอยู่ที่ 114,000 วอน ส่วนญี่ปุ่น 98,500 วอน และจีน 103,000 วอน

น้ำหนัก EMS เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ
5kg 36,000 วอน 44,500 วอน 128,500 วอน
10kg 53,500 วอน 71,500 วอน 233,500 วอน
30kg (สูงสุด) 131,000 วอน 193,500 วอน 650,000 วอน

ส่วนทางเรือไม่ได้คิดรายประเทศ แต่แบ่งเป็น 4 โซน (เกณฑ์ 20kg, ข้อมูล 2026-08)

  • โซน 1 (ญี่ปุ่น·ฮ่องกง·ไต้หวัน): 57,000 วอน
  • โซน 2 (ไทย·เวียดนาม·ฟิลิปปินส์·อินโดนีเซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบทั้งหมด): 58,500 วอน — ที่ 10kg คือ 35,500 วอน
  • โซน 3 (ยุโรป·ออสเตรเลีย·แคนาดา·อินเดีย ฯลฯ): 74,000 วอน
  • โซน 4 (บราซิล·แอฟริกาใต้): 89,000 วอน

ของชิ้นใหญ่คิดค่าส่งด้วยน้ำหนักเชิงปริมาตร

เอา กว้าง×ยาว×สูง (ซม.) หารด้วย 6,000 จะได้น้ำหนักเชิงปริมาตร (kg) และ EMS กับพัสดุทางอากาศจะคิดค่าส่งจากค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักเชิงปริมาตร ของอย่างผ้าห่มหรือตุ๊กตาที่เบาแต่ใหญ่คือกับดักตัวจริง

ยกตัวอย่าง กล่องไปรษณีย์เบอร์ 5 ของเกาหลี (48×38×34 ซม.) มีน้ำหนักเชิงปริมาตรราว 10.4kg ต่อให้ใส่แค่ผ้าห่ม 5kg ก็อาจโดนคิดในเรตระดับ 10kg ดังนั้นถ้าต้องส่งของเบาในกล่องใหญ่ การใช้ถุงสุญญากาศลดปริมาตรคือวิธีประหยัดที่ได้ผลจริง

สำหรับพัสดุทางเรือ เครื่องคำนวณอย่างเป็นทางการปิดช่องกรอกน้ำหนักเชิงปริมาตรไว้ ดูเหมือนจะคิดตามน้ำหนักจริง แต่เราไม่เจอข้อกำหนดที่เขียนไว้ชัดเจน ถ้าของมีปริมาตรมากก็ถามที่เคาน์เตอร์รับฝากอีกทีจะดีที่สุด

ก่อนไปส่ง วัดขนาดกล่องกับชั่งน้ำหนักแล้วกรอกลงเครื่องคำนวณ (ems.epost.go.kr) จะเห็นยอดรวมค่าธรรมเนียมล่วงหน้า นี่คือวิธีที่ชัวร์ที่สุดในการกันงบบานปลายตอนไปยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์

เพดานน้ำหนัก·ขนาด และการเตรียมกล่อง

  • น้ำหนัก: พัสดุระหว่างประเทศทางอากาศและทางเรือรับสูงสุด 20kg ส่วน EMS รับสูงสุด 30kg (บางประเทศ เช่น เมียนมา·มองโกเลีย อยู่ที่ 20kg) หากเกินกว่านั้น มี EMS Premium ที่ร่วมกับ UPS ซึ่งรับได้ถึง 70kg (ข้อมูล 2026-08)
  • ขนาด: EMS กำหนดความยาวไม่เกิน 1.5 ม. และความยาว+เส้นรอบวงไม่เกิน 3 ม. (ไปสหรัฐฯ คือ 2.75 ม.) ส่วนพัสดุระหว่างประเทศกำหนดความยาวไม่เกิน 1.05 ม. และความยาว+เส้นรอบวงไม่เกิน 2.0 ม. ฝั่งพัสดุจำกัดเข้มกว่า ดังนั้นกล่องใบใหญ่บางกรณีจึงส่งได้ทาง EMS เท่านั้น
  • กล่อง: ไปรษณีย์ขายกล่องเบอร์ 0 ถึงเบอร์ 5 ในราคาราว 500~1,800 วอน (อ้างอิงข้อมูลที่รวบรวมปี 2025 ราคาและสต็อกต่างกันตามสาขา) กล่องใหญ่สุดคือเบอร์ 5 ขนาด 48×38×34 ซม. ถ้าของหนักถึง 20kg แนะนำให้หากล่องขนของแบบแข็งแรงมาเองจะดีกว่า อัดของให้แน่นไม่ให้ยุบตัว แล้วพันเทปให้เยอะ ๆ

ของที่ส่งไม่ได้ — แบตเตอรี่·สเปรย์·อาหาร

ก่อนไปส่ง ดูรายการนี้ก่อนเลย ไปรษณีย์ระหว่างประเทศทุกชิ้นต้องผ่านการสแกน X-ray และถ้าเจอของต้องห้าม พัสดุจะถูกตีกลับไปยังไปรษณีย์ต้นทาง ซึ่งเราต้องไปรับคืนด้วยตัวเอง

  • แบตเตอรี่ลิเธียมและอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ในตัว ส่งไม่ได้ทั้งหมด: โน้ตบุ๊ก·มือถือ·แท็บเล็ต·บุหรี่ไฟฟ้า·หูฟังบลูทูธ และอุปกรณ์ที่แบตฝังในตัวทั้งหลาย ส่งไม่ได้ (ข้อมูล 2026-08) ถ้าเป็นเครื่องที่ถอดแบตออกได้ ส่งได้เฉพาะตัวเครื่องที่ถอดแบตแล้ว ส่วนถ่านแบบใช้แล้วทิ้งอย่าง AA·AAA ส่งได้ตามปกติ
  • สเปรย์และภาชนะอัดแรงดัน ส่งไม่ได้: ยาฆ่าแมลง·สเปรย์บรรเทาปวด·สเปรย์กันแดด ที่บรรจุในกระป๋องโลหะอัดแรงดัน รวมถึงน้ำหอม ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง แก๊สกระป๋อง อะซิโตน และเหล้าที่มีดีกรี 60 ดีกรีขึ้นไป ก็ส่งไม่ได้ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในขวดพลาสติกหรือแก้ว และเหล้าสำเร็จรูปยังไม่เปิดขวดที่ต่ำกว่า 60 ดีกรี ส่งได้
  • อาหารให้เน้นของสำเร็จรูปที่วางขายทั่วไป: อาหารที่เราแบ่งบรรจุเองต้องแนบรายงานการผลิตสินค้า (품목제조보고서) ไปด้วย ส่วนเมล็ดพันธุ์ต้องมีใบรับรองการกักกันพืช จัดของโดยเน้นสินค้าสำเร็จรูปในบรรจุภัณฑ์เดิม เช่น รามยอนหรือขนม จะปลอดภัยที่สุด

ข้อมูลของต้องห้ามและของที่จำกัดการส่ง มีให้อ่าน 5 ภาษา คือ เกาหลี·อังกฤษ·จีน·ญี่ปุ่น·ไทย (ems.epost.go.kr) และของต้องห้ามยังต่างกันไปตามประเทศปลายทางอีก ตอนไปส่งให้เช็กพร้อมกันไปเลย

วิธีส่งของจากเกาหลีไปต่างประเทศ — ค่าส่ง EMS·พัสดุทางอากาศ·ทางเรือ และขั้นตอน — ภาพประกอบเนื้อหาแสดงการใช้งานจริง
วิธีส่งของจากเกาหลีไปต่างประเทศ — ค่าส่ง EMS·พัสดุทางอากาศ·ทางเรือ และขั้นตอน

การกรอกใบแจ้งศุลกากรและภาษีของประเทศปลายทาง

การส่งของระหว่างประเทศมาพร้อมกับการแจ้งศุลกากรเสมอ ตามข้อมูลของไปรษณีย์เกาหลี แบ่งได้ดังนี้ (ควรยืนยันกับทางการอีกครั้ง)

  • มูลค่าสิ่งของไม่เกิน 300SDR ใช้ CN22 (ป้ายศุลกากร) ถ้าเกินกว่านั้นเข้าข่าย CN23 (ใบแจ้งศุลกากร)
  • สำหรับ EMS และพัสดุระหว่างประเทศ จะเป็นแบบกรอกชื่อสินค้า (ภาษาอังกฤษ)·จำนวน·ราคา·แหล่งกำเนิดสินค้า ลงบนใบจ่าหน้าที่มี CN23 พิมพ์มาให้แล้ว
  • ชื่อสินค้าต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษที่เจาะจง เช่น "clothes" หรือ "books" จะช่วยให้ผ่านศุลกากรเร็วขึ้น ใช้เครื่องมือค้นหาชื่อสินค้าภาษาอังกฤษและรหัส HS บนเว็บไปรษณีย์เป็นตัวช่วยได้

ภาษีศุลกากรเก็บตามเกณฑ์ของประเทศปลายทาง โดยเฉพาะของที่ส่งไปสหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯ ยกเลิกเพดานยกเว้นภาษีสำหรับของมูลค่าน้อย (de minimis) เมื่อสิงหาคม 2025 ไปรษณีย์ก็กลายเป็นสิ่งที่ต้องเสียภาษีด้วย ไปรษณีย์จากเกาหลีไปสหรัฐฯ เคยหยุดรับฝากส่งช่วงหนึ่งแล้วกลับมาเปิดใหม่ แต่หลังจากนั้น ถึงของจะมูลค่าน้อยก็อาจถูกเรียกเก็บภาษีจากผู้รับได้ (กฎอาจเปลี่ยน ตรวจสอบก่อนส่ง) ส่วนของใช้ส่วนตัวที่ใช้แล้ว กรอกตามมูลค่าจริงได้เลย

กรณีที่บริษัทขนส่งเอกชน·บริษัทย้ายบ้านต่างประเทศคุ้มกว่า

ไปรษณีย์ไม่ได้ดีที่สุดเสมอไป ยิ่งของเยอะและไม่รีบ บริษัทเอกชนยิ่งกลับมาได้เปรียบ

  • ฟิลิปปินส์: มีบริการขนส่งทางเรือของเอกชนที่เรียกว่า "Balikbayan Box" ซึ่งแพร่หลายมาก ตัวอย่างเช่น กล่องจัมโบ้ของ LBC Korea ขนาด 75×55×75 ซม. บรรจุได้สูงสุด 80kg ราคาไปมะนิลา·ลูซอนอยู่ที่ประมาณ 110,000 วอน (ไม่ทราบวันที่เผยแพร่ราคา — ต้องสอบถามราคาและเงื่อนไขกับบริษัทโดยตรง) เทียบกับพัสดุทางเรือของไปรษณีย์ที่ 20kg ราคา 58,500 วอน ถ้าเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่เกิน 20kg ไปไกล ต้นทุนต่อกล่องจะคุ้มกว่ามาก วิธีใช้คือรับกล่องเปล่ามาแพ็กที่บ้าน แล้วมีรถมารับถึงหน้าประตูแบบ door-to-door
  • เวียดนาม: บริษัทคาร์โก้ที่ให้บริการคนเวียดนามในเกาหลี คิดค่าขนส่งทางเรือประมาณ กิโลกรัมละ 3,000~4,000 วอน (ขั้นต่ำราว 10kg ใช้เวลาราว 1 เดือน) ส่วนขนส่งด่วนทางอากาศอยู่ที่กิโลกรัมละราว 17,000~30,000 วอน ตัวเลขนี้เป็นราคาที่บริษัทแจ้งเอง จึงแกว่งได้มาก ใช้เป็นช่วงราคาคร่าว ๆ เท่านั้น
  • ย้ายบ้านต่างประเทศ (ขนย้ายทั้งบ้าน): ถ้าขนาดใหญ่ถึงขั้นย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ไปทั้งหมด ต้องขอใบเสนอราคาจากบริษัทย้ายบ้านระหว่างประเทศ แลกกับการที่บริษัทดำเนินเรื่องเอกสารศุลกากรให้ ค่าใช้จ่ายก็เป็นคนละระดับ ถ้ามีของแค่ไม่กี่กล่อง ไปรษณีย์หรือคาร์โก้ก็เพียงพอแล้ว

สรุปเป็นเกณฑ์เดียว — ของ 1~3 กล่อง กล่องละไม่เกิน 20kg ใช้ไปรษณีย์ แต่ถ้ามากกว่านั้นหรือเป็นกล่องระดับ 80kg ให้ขอใบเสนอราคาจากบริษัทขนส่งทางเรือเอกชนและบริษัทย้ายบ้านมาเทียบด้วย

ขั้นตอนการส่งที่ไปรษณีย์ และเทคนิคขอส่วนลด

  1. ลงทะเบียนล่วงหน้า (Smart Booking ไปรษณีย์ระหว่างประเทศ): กรอกที่อยู่และรายการสิ่งของของ EMS·พัสดุระหว่างประเทศ ล่วงหน้าได้ผ่านเว็บไปรษณีย์ออนไลน์หรือแอปไปรษณีย์ ทำได้ 24 ชั่วโมง และไม่ต้องสมัครสมาชิกก็ได้ สำหรับ EMS มีการแจ้งว่าการลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้ส่วนลดค่าส่ง 3% (ข้อมูล 2026-08 ควรยืนยันกับทางการอีกครั้ง) ถ้ากังวลว่าจะอธิบายที่เคาน์เตอร์ไม่ได้ การกรอกที่อยู่ภาษาอังกฤษให้เสร็จตั้งแต่ขั้นตอนนี้คือทางที่สบายที่สุด
  2. ยื่นที่เคาน์เตอร์: ชั่งน้ำหนักและชำระค่าส่ง ภาษาอังกฤษของเจ้าหน้าที่ต่างกันไปตามสาขา แต่ไปรษณีย์มีเอกสารแนะนำสำหรับชาวต่างชาติ (Postal Service Guide for Foreigners) และหน้ารายการของต้องห้าม 5 ภาษา เปิดหน้าจอให้ดูแล้วดำเนินการไปด้วยกันได้เลย
  3. เรียกให้มารับถึงที่: ของหนักสามารถเรียกเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์มารับถึงที่ได้ ค่าบริการ 3,000 วอน ต่อการมารับ 1 ครั้ง บวกเพิ่มชิ้นละ 1,000 วอน สูงสุด 5,000 วอน (ข้อมูล 2026-08)
  4. ประกัน: ของมีค่าซื้อประกันเพิ่มได้ ค่าธรรมเนียม 2,800 วอน สำหรับมูลค่าเอาประกันไม่เกิน 65.34SDR และบวกเพิ่มช่วงละ 550 วอนเมื่อเกินจากนั้น (ข้อมูล 2026-08)
  5. ส่วนลด: ครอบครัวพหุวัฒนธรรม เช่น ผู้ที่ย้ายถิ่นฐานมาแต่งงาน ได้ส่วนลด EMS 10% เมื่อแสดงบัตรประจำตัวคนต่างชาติ (외국인등록증) และจังหวัดคย็องกีประกาศว่าตั้งแต่ปี 2025 จะขยายสิทธิ์ไปถึงผู้พำนักต่างชาติกลุ่ม E-9·D-2 ด้วย ผู้มีสิทธิ์และความต่อเนื่องของโครงการต่างกันไปตามพื้นที่ ควรสอบถามไปรษณีย์ก่อนส่ง
  6. ถ้าส่งจำนวนมาก: การทำสัญญาใช้บริการ EMS ตามยอดใช้งานรายเดือน มีส่วนลดสูงสุดถึง 18% (ควรยืนยันกับทางการ) แต่ออกแบบมาสำหรับผู้ประกอบการที่ส่งประจำ ไม่ใช่คนที่ส่งของกลับบ้านครั้งเดียว

ถ้าเป็นแรงงาน E-9 ที่จะกลับบ้าน นี่คือไทม์ไลน์การส่งก่อนบิน

การส่งของกลับบ้านง่ายขึ้นเยอะถ้านับถอยหลังจากวันบิน ด้านล่างคือข้อเสนอที่เราเรียบเรียงจากระยะเวลาขนส่ง ปรับตามสถานการณ์ของตัวเองได้

  • 4~8 สัปดาห์ก่อนบิน: เริ่มจากส่วนที่ไปทางเรือก่อน เพราะปกติใช้เวลา 1~3 เดือน ของที่ถึงช้ากว่าเราก็ได้ อย่างผ้าห่ม หนังสือ เสื้อผ้าตามฤดูกาล คือส่วนที่ควรไปทางเรือ ถ้าเป็นของชิ้นใหญ่ไปฟิลิปปินส์ ก็จองกล่อง Balikbayan ช่วงนี้เลย
  • 2~3 สัปดาห์ก่อนบิน: ส่งส่วนที่ไปทางอากาศ ปกติใช้เวลาราว 1~2 สัปดาห์ เวลาถึงจะพอดีกับตอนที่เรากลับถึงบ้าน
  • 1 สัปดาห์ก่อนบิน จนถึงก่อนบินไม่กี่วัน: ของที่เหลือส่ง EMS เวียดนาม 3~4 วัน · ฟิลิปปินส์ 5~8 วัน จึงส่งตอนใกล้บินได้ (ข้อมูล 2026-08)
  • จดรายการของในแต่ละกล่องแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ จะกรอกใบแจ้งศุลกากรได้เร็วขึ้น และใช้เป็นหลักฐานตอนสอบถามสถานะพัสดุได้ด้วย
  • ช่วงเดียวกันนี้ให้เคลียร์เรื่องเงินไปพร้อมกัน เงินบำเหน็จคืนจากกองทุนบำนาญแห่งชาติมีขั้นตอนยื่นก่อนออกนอกประเทศแยกไว้ต่างหาก ส่วนวิธีโอนเงินที่เหลือกลับประเทศอยู่ในวิธีโอนเงินจากเกาหลีไปต่างประเทศ ลำดับที่ถูกคือโอนเงินและเคลียร์รายการหักบัญชีอัตโนมัติให้เสร็จก่อนปิดบัญชี

ไม่กี่สัปดาห์สุดท้ายที่ต้องวิ่งไปกลับระหว่างไปรษณีย์กับสนามบิน คือช่วงที่เดินทางบ่อยเป็นพิเศษ ยกกล่อง 20kg ขึ้นรถเมล์แทบไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องเรียกแท็กซี่ แต่แอปเกาหลีจำนวนไม่น้อยบังคับให้ยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือเกาหลี พอเรายกเลิกเบอร์เกาหลีก่อนบิน ก็อาจติดตั้งแต่ขั้นตอนเรียกรถเลย

การมีแอปเดินทางและชำระเงินสักตัวที่ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนจะทำให้ช่วงนี้ง่ายขึ้นเยอะ ต่อให้ปิดเบอร์เกาหลีไปแล้วก็ยังเรียกแท็กซี่และจ่ายด้วยวิธีชำระเงินจากต่างประเทศได้ตามปกติ ทั้งเที่ยวไปไปรษณีย์พร้อมกล่องและเที่ยวสุดท้ายไปสนามบินจึงหลุดจากรายการเรื่องน่ากังวล

อยากใช้การเดินทางและชำระเงินในเกาหลีในแอปเดียว โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลีหรือบัญชีธนาคาร? ลองดู LACHA

ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว

ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที

ดาวน์โหลดเลย

Download on the App Store Get it on Google Play

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม 1. ส่งโน้ตบุ๊กหรือมือถือทางไปรษณีย์ได้ไหม? ไม่ได้ อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมในตัว ส่งไม่ได้ทั้งทาง EMS และพัสดุ (ข้อมูล 2026-08) ถ้าเป็นเครื่องที่ถอดแบตออกได้ ส่งได้เฉพาะตัวเครื่องที่ถอดแบตแล้ว วางแผนถืออุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ติดตัวไปเองตอนบินจะดีที่สุด

ถาม 2. วิธีไหนถูกที่สุด? ถ้าน้ำหนัก 20kg เท่ากัน พัสดุทางเรือถูกที่สุด อยู่ที่ 58,500 วอน สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไม่ถึงครึ่งของ EMS ไปฟิลิปปินส์ (131,500 วอน) (ข้อมูล 2026-08) แลกกับที่ปกติต้องรอ 1~3 เดือน ส่วนประเทศที่ขนส่งทางเรือของเอกชนพัฒนามากอย่างฟิลิปปินส์ ถ้าของเยอะ เอกชนอาจคุ้มกว่า ลองขอใบเสนอราคามาเทียบดู

ถาม 3. ส่งไปสหรัฐฯ แล้วผู้รับต้องจ่ายภาษีไหม? เป็นไปได้ หลังสหรัฐฯ ยกเลิกเพดานยกเว้นภาษีสำหรับของมูลค่าน้อยเมื่อสิงหาคม 2025 ไปรษณีย์ก็เข้าข่ายต้องเสียภาษีด้วย ถึงมูลค่าน้อยก็อาจถูกเรียกเก็บจากผู้รับได้ กฎในเรื่องนี้เปลี่ยนตลอด ถ้าเป็นของราคาสูง โทรเช็กกับคอลเซ็นเตอร์ไปรษณีย์ ☎1588-1300 ก่อนส่งจะปลอดภัยกว่า

ถาม 4. ของหนักเกิน 30kg ส่งยังไง? เพดานของ EMS อยู่ที่ 30kg ถ้าเกินกว่านั้นต้องใช้ EMS Premium ที่ร่วมกับ UPS (สูงสุด 70kg) หรือไม่ก็เป็นงานของบริษัทคาร์โก้เอกชนและบริษัทย้ายบ้านต่างประเทศ (ข้อมูล 2026-08) อีกวิธีคือแบ่งใส่หลายกล่อง แต่พัสดุระหว่างประเทศต้องไม่เกินกล่องละ 20kg

ถาม 5. กรอกราคาในใบแจ้งศุลกากรยังไง? ชื่อสินค้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษที่เจาะจง ส่วนราคากรอกตามมูลค่าจริง ของใช้ส่วนตัวที่ใช้แล้วโดยทั่วไปกรอกตามมูลค่ามือสอง (เกณฑ์ผ่านศุลกากรต่างกันไปตามประเทศปลายทาง — ควรยืนยันกับทางการ) ถ้ามูลค่าสิ่งของเกิน 300SDR จะเข้าข่ายต้องใช้ใบแจ้งศุลกากร CN23

ส่งของออกไปแล้ว ที่เหลือคือเรื่องเงิน

พอกล่องออกจากมือ การเตรียมตัวกลับบ้านก็เสร็จไปครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งที่เหลือคือการเคลียร์เรื่องเงิน — ยื่นขอเงินบำเหน็จคืนจากกองทุนบำนาญแห่งชาติก่อนออกนอกประเทศ แล้วย้ายเงินฝากออกด้วยการโอนเงินไปต่างประเทศ จากนั้นค่อยยกเลิกบริการโทรศัพท์และรายการหักบัญชีอัตโนมัติ ตามลำดับนี้ก็จบ ค่าส่งทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิง ณ เวลาที่เขียน วันที่ไปส่งจริงให้ยึดตัวเลขจากเครื่องคำนวณค่าส่ง (ems.epost.go.kr) เป็นคำตอบสุดท้าย

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลการใช้ชีวิตทั่วไป ค่าส่ง ระยะเวลา ของต้องห้าม และกฎศุลกากร อ้างอิงข้อมูลสาธารณะ ณ 2026-08 และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ก่อนส่งกรุณาตรวจสอบค่าส่งและกฎเกณฑ์ล่าสุดที่เว็บ EMS ของไปรษณีย์ออนไลน์ (ems.epost.go.kr) และคอลเซ็นเตอร์ไปรษณีย์ ☎1588-1300 ทุกครั้ง ราคาของบริษัทเอกชนเป็นไปตามที่บริษัทประกาศและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ลาชา (LACHA) ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Korea Post หรือบริษัทขนส่งเอกชนใด ๆ และไม่รับประกันผลของการผ่านศุลกากรหรือการจัดส่ง

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตล่าสุด 2026-08-18