ในเกาหลี ค่าปรับทางปกครอง (과태료) จากการจอดหรือหยุดรถผิดกฎ สำหรับรถเก๋งอยู่ที่ 40,000 วอน แต่ถ้าจุดเดียวกัน รถคันเดียวกันนั้นอยู่ในเขตคุ้มครองเด็ก ยอดจะกลายเป็น 120,000 วอน หรือ 3 เท่า แถมการเพิ่มโทษนี้ยังใช้เฉพาะกรณีที่ทำผิดระหว่าง 08:00 ถึง 20:00 เท่านั้น จอดตอนหนึ่งทุ่มคือ 120,000 วอน แต่จอดตอนสามทุ่มคือ 40,000 วอน (อ้างอิงประกาศทางการของเทศบาล, 2026-08)
นับตั้งแต่วินาทีที่โดนใบสั่ง จะมีนาฬิกาสามเรือนเดินพร้อมกัน หนึ่งคือ ช่วงชำระโดยสมัครใจที่ลดให้ 20% ถ้าจ่ายภายในระยะเวลายื่นความเห็น สองคือกำหนดยื่นคัดค้านภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง และสามคือถ้ารถถูกลากไป ก็จะมีค่าเก็บรักษาที่สะสมทุก 30 นาที กับเวลาอีก 1 เดือนก่อนที่รถจะถูกนำไปขายทอดตลาด ทั้งสามเรื่องไม่ได้นับแบบ "ภายในกี่วัน" แต่นับจาก "เริ่มเมื่อไร" เพราะฉะนั้นต้องเช็กก่อนว่าใบแจ้งค่าปรับไปถึงเมื่อไร
จุดที่ชาวต่างชาติเสียหายจริง ๆ ไม่ใช่ยอดเงิน แต่คือการส่งถึงมือ ใบแจ้งค่าปรับจะส่งไปที่อยู่จดทะเบียนรถ ส่วนบริการแจ้งเตือน SMS การตรวจจับจอดรถที่คนเกาหลีสมัครไว้ล่วงหน้านั้น ต้องยืนยันด้วยเบอร์มือถือเกาหลีถึงจะสมัครได้ รถเช่ายิ่งหนักกว่านั้น — เพราะพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 160 วรรค 4 อนุ 4 ห้ามไม่ให้สั่งปรับบริษัทรถเช่า ทำให้กว่าบิลจะย้อนกลับมาถึงผู้เช่าก็ใช้เวลา และบางทีก็มาโผล่ในบัตรเครดิตหลังกลับประเทศไปแล้ว
หมายเหตุ: ยอดเงินและกำหนดเวลาในบทความนี้เป็น ข้อมูล ณ 2026-08 ที่ตรวจสอบจากตัวบทพระราชบัญญัติจราจรทางบก พระราชบัญญัติควบคุมการกระทำที่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย และพระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมือง รวมถึงประกาศทางการของเทศบาล (โซล เขตคังดง กวังจิน อึนพยอง, อินชอน ยอนซู, ปูซาน แฮอุนแด พุกกู ทงแน, พาจู, อาซาน, กิมโพ ฯลฯ) โดยเฉพาะค่าลากรถและค่าเก็บรักษานั้นกำหนดโดยข้อบัญญัติท้องถิ่นจึงต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ กรุณาอย่านำยอดตามเกณฑ์โซลในบทความไปใช้กับพื้นที่อื่นตรง ๆ และเช็กอีกครั้งกับสำนักงานเขตหรือหน่วยงานบริหารสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่นั้น
ตอนนี้คุณอยู่ในสถานการณ์ไหน — โดนใบสั่ง หรือรถหายไป
การตรวจจับเข้ามาได้ 3 ทาง และสิ่งที่ต้องทำเดี๋ยวนี้ก็ต่างกันไปตามแต่ละทาง
- มีใบแจ้งติดอยู่บนกระจกหน้ารถ — เป็นการตรวจจับหน้างาน ใบแจ้งค่าปรับ (หนังสือแจ้งล่วงหน้า) จะส่งตามไปที่อยู่จดทะเบียนรถอีกทีในอีกไม่กี่วัน ตัวใบแจ้งที่ติดไว้ไม่ใช่ใบแจ้งค่าปรับ
- ไม่เห็นมีอะไรติดไว้เลย แต่ใบแจ้งค่าปรับมาถึงบ้าน — เป็นการตรวจจับด้วยระบบไร้คน หรือระบบให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ต่อให้ไม่มีรถสายตรวจอยู่ตรงนั้น ภาพถ่าย 2 รูปที่ประชาชนถ่ายไว้ก็ทำให้การกระทำผิดถูกยืนยันได้
- ไม่มีรถอยู่ตรงจุดที่จอดไว้ — โอกาสที่ถูกลากมีสูงกว่าถูกขโมยมาก ให้ดูก่อนว่าตรงจุดที่รถเคยอยู่มีใบแจ้งที่ระบุว่าลากไปแล้วและสถานที่เก็บรักษาติดอยู่หรือไม่
ทั้งสามทางนี้ตัวค่าปรับทางปกครองเดินตามขั้นตอนเดียวกัน ต่างกันตรงที่การถูกลากจะมีนาฬิกาอีกเรือนหนึ่งที่แยกออกมาต่างหากโดยสิ้นเชิง
ข้อควรระวัง: ค่าปรับทางปกครองกับการถูกลากเป็นคนละเรื่องกัน ถูกลากไปแล้วก็ไม่ได้แปลว่าค่าปรับหายไป และจ่ายค่าปรับแล้วก็ไม่ได้ทำให้ค่าลากรถกับค่าเก็บรักษาได้รับยกเว้น ถ้าถูกลาก คุณต้องรับผิดชอบทั้งสามอย่าง คือค่าปรับทางปกครอง ค่าลากรถ และค่าเก็บรักษา
ค่าปรับเท่าไร — ยอดตามประเภทพื้นที่และค่าเพิ่มเมื่อเกิน 2 ชั่วโมง
ยอดเงินไม่ได้แบ่งที่ "จอดนานแค่ไหน" แต่แบ่งที่ "จอดตรงไหน" ตัวเลขด้านล่างนี้ตรวจสอบไขว้จากประกาศทางการของเขตยอนซู (อินชอน) เขตแฮอุนแด (ปูซาน) เขตพุกกู (ปูซาน) เขตคังดง (โซล) และเมืองพาจู ส่วนกฎหมายที่อ้างอิงคือกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 88 ตารางแนบ 6 และตารางแนบ 7
| สถานที่ที่ทำผิด | รถเก๋ง / รถบรรทุกไม่เกิน 4 ตัน | รถตู้โดยสาร / รถบรรทุกเกิน 4 ตัน | เทียบกับพื้นที่ทั่วไป (เกณฑ์รถเก๋ง) |
|---|---|---|---|
| พื้นที่ทั่วไป | 40,000 วอน | 50,000 วอน | เกณฑ์ตั้งต้น |
| ในระยะ 5 ม. จากหัวจ่ายน้ำดับเพลิง / เขตคุ้มครองผู้สูงอายุ / เขตคุ้มครองผู้พิการ | 80,000 วอน | 90,000 วอน | 2 เท่า |
| เขตคุ้มครองเด็ก (ทำผิดระหว่าง 08:00-20:00) | 120,000 วอน | 130,000 วอน | 3 เท่า |
เงื่อนไขเรื่องเวลาของเขตคุ้มครองเด็กเป็นเรื่องสำคัญ ตามข้อยกเว้นในกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 88 วรรค 4 และตารางแนบ 7 ค่าปรับที่เพิ่มโทษจะใช้เฉพาะกับการทำผิดระหว่าง 08:00-20:00 เท่านั้น ถ้าทำผิดนอกช่วงเวลานั้น ยอดจะเท่ากับพื้นที่ทั่วไป ปัญหาคือชาวต่างชาติอ่านทั้งสองเรื่องยาก คือ "ตรงนี้เป็นเขตโรงเรียนหรือเปล่า" กับ "ตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาเพิ่มโทษหรือเปล่า" เพราะป้ายเขตโรงเรียนและตัวอักษรบนพื้นถนนเป็นภาษาเกาหลี แล้วการจะขับผ่านไปพร้อมกับคำนวณเวลาไปด้วยยิ่งยากเข้าไปอีก
ถ้าจอดต่อเนื่องในจุดเดียวกันตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป จะบวกเพิ่มอีก 10,000 วอน รถเก๋งในพื้นที่ทั่วไปจะเป็น 40,000 → 50,000 วอน ส่วนรถเก๋งในเขตคุ้มครองเด็กจะเป็น 120,000 → 130,000 วอน ส่วนเขตเพิ่มโทษอื่น ๆ อย่างหัวจ่ายน้ำดับเพลิงหรือเขตคุ้มครองผู้สูงอายุ/ผู้พิการ จะมีค่าเพิ่มแบบเดียวกันหรือไม่นั้น ประกาศของแต่ละเทศบาลเขียนไม่ตรงกัน จึงควรเช็กกับประกาศของสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้องจะแม่นยำกว่า
ช่วงลด 20% กับการยื่นคัดค้าน 60 วัน — เส้นทางที่ 40,000 วอนกลายเป็น 70,000 วอน
ค่าปรับทางปกครองไม่ได้ถูกสั่งปรับทันที ขั้นแรกจะมีหนังสือแจ้งล่วงหน้ามาก่อน และหน่วยงานปกครองต้องให้ระยะเวลายื่นความเห็นอย่างน้อย 10 วัน (พระราชบัญญัติควบคุมการกระทำที่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย มาตรา 16) ถ้าภายในช่วงนี้คุณไม่โต้แย้งและจ่ายไปเลย จะได้ลด 20% รถเก๋งในพื้นที่ทั่วไปจะเป็น 40,000 → 32,000 วอน ส่วนรถเก๋งในเขตคุ้มครองเด็กจะเป็น 120,000 → 96,000 วอน
ถ้ารู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ก็มีช่องทางโต้แย้งแยกต่างหาก คุณสามารถ ยื่นคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งการสั่งปรับ และเมื่อคำคัดค้านได้รับการรับเรื่องแล้ว คำสั่งปรับทางปกครองนั้นจะสิ้นผล (กฎหมายฉบับเดียวกัน มาตรา 20) จากนั้นเรื่องจะไปสู่การพิจารณาคดีค่าปรับทางปกครองของศาลที่มีเขตอำนาจ ระวังลำดับให้ดี — ถ้าอยากประหยัด 20% แล้วรีบจ่ายไปก่อน เท่ากับปิดทางโต้แย้งไปโดยปริยาย
| จังหวะเวลา | เกิดอะไรขึ้น | ยอดตามเกณฑ์รถเก๋งในพื้นที่ทั่วไป |
|---|---|---|
| จ่ายภายในระยะเวลายื่นความเห็น (อย่างน้อย 10 วัน) หลังหนังสือแจ้งล่วงหน้า | ลด 20% จากการชำระโดยสมัครใจ | 32,000 วอน |
| จ่ายหลังพ้นช่วงเวลานั้น | ไม่มีส่วนลด | 40,000 วอน |
| ภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง | ยื่นคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรได้ คำสั่งปรับสิ้นผล | — |
| เลยกำหนดชำระ | เงินเพิ่ม 3% ครั้งเดียว | 41,200 วอน |
| หลังจากนั้นทุกเดือน สูงสุด 60 เดือน | เงินเพิ่มรายเดือน 1.2% ต่อเดือน | สูงสุด 70,000 วอน |
| ค้างชำระค่าปรับที่เกี่ยวกับรถยนต์ตั้งแต่ 300,000 วอนขึ้นไป และนานตั้งแต่ 60 วันขึ้นไป | อาจถูกยึดป้ายทะเบียน | คืนให้ทันทีเมื่อชำระ |
บรรทัดสุดท้ายของตารางอ้างอิงพระราชบัญญัติควบคุมการกระทำที่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย มาตรา 55 และกฎกระทรวงตามกฎหมายฉบับเดียวกัน มาตรา 14 ซึ่งกำหนดให้คืนป้ายทะเบียนที่ยึดไว้ทันทีเมื่อชำระยอดค้างแล้ว
การคำนวณที่ทำให้ 40,000 วอนกลายเป็น 70,000 วอนเป็นแบบนี้ 40,000 วอน + เงินเพิ่ม 1,200 วอน + เงินเพิ่มรายเดือน 480 วอน × 60 เดือน = 70,000 วอน ปล่อยทิ้งไว้ 5 ปีก็เท่ากับ 1.75 เท่าของยอดตั้งต้น
จ่ายยังไง — บัญชีเสมือนบนใบแจ้งคือช่องทางที่ชัวร์ที่สุด
ช่องทางชำระเงินมี 4 ทาง คือ Wetax (wetax.go.kr), Etax ของเทศบาล (ปูซานมีเว็บแยกอย่าง etax.busan.go.kr), ARS 1544-1414 และบัญชีเสมือนที่พิมพ์อยู่บนใบแจ้งค่าปรับ
สำหรับชาวต่างชาติ ทางที่ชัวร์ที่สุดคือ โอนเข้าบัญชีเสมือนบนใบแจ้งค่าปรับ เพราะข้อมูลเรื่องการล็อกอิน Wetax/Etax ว่าชาวต่างชาติใช้วิธียืนยันตัวตนแบบไหนได้บ้างนั้นยังขัดแย้งกันอยู่ (มีทั้งคำอธิบายว่าใช้ได้เฉพาะใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ร่วมหรือใบรับรองทางการเงิน และคำอธิบายว่าชาวต่างชาติสมัครสมาชิกได้) เราเองก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าอันไหนคือข้อมูลปัจจุบัน เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งเหมาว่าจ่ายออนไลน์ได้แน่ ๆ แล้วปล่อยให้กำหนดเวลาลดหย่อนหลุดไป ส่วนบัญชีเสมือนนั้นแค่โอนเงินได้ก็จบ ไม่ต้องผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนอะไรเพิ่ม
ถ้าคุณยังไม่มีบัญชีธนาคารหรือเบอร์มือถือเกาหลี ลองอ่าน สิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ก่อนบัตร ARC ออก ประกอบด้วย รู้ไว้ล่วงหน้าว่าช่องทางไหนเปิดและช่องทางไหนตัน จะได้ไม่พลาดกำหนดเวลา
เคล็ดลับ: ถ้าอ่านใบแจ้งค่าปรับไม่ออก ที่โซลใช้บริการปรึกษาภาษาต่างประเทศของ 120 Dasan Call Foundation ได้ โทร (02)120 แล้วกด 9 จะต่อไปยัง 1 อังกฤษ · 2 จีน · 3 ญี่ปุ่น · 4 เวียดนาม · 5 มองโกเลีย ส่วนจากต่างประเทศคือ 82-2-731-2120 เปิดวันธรรมดา 09:00-18:00 และถ้าจำเป็นก็มีล่ามสามสายให้ด้วย นี่เป็นบริการของกรุงโซล พื้นที่อื่นให้เช็กคอลเซ็นเตอร์ของเมือง/อำเภอ/เขตนั้น ๆ
ส่วนที่ว่าใบแจ้งค่าปรับหรือ SMS แจ้งเตือนจะมีภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่นมาด้วยหรือไม่ เรายังหาแหล่งอ้างอิงทางการไม่เจอ สอบถามกับฝ่ายจราจรของเทศบาลที่รับผิดชอบโดยตรงจะแม่นยำกว่า
ถ้ารถหายไป — เช็กว่าถูกลากไหม ลำดับการไปเอารถคืน และค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์โซล
เป้าหมายของการลากรถถูกกำหนดไว้แล้ว ได้แก่ ช่วงที่มีป้ายเขตลากรถติดตั้งอยู่ ช่วงที่มีป้ายห้ามจอดห้ามหยุดติดตั้งอยู่ และกรณีที่กีดขวางการสัญจรของรถคันอื่น เช่น จอดซ้อนคันหรือจอดขวางหน้าโรงรถของคนอื่น ให้ทำตามลำดับนี้
- กลับไปดูจุดที่จอดไว้อีกครั้ง เมื่อลากรถ เจ้าหน้าที่จะติดใบแจ้งที่ระบุว่าลากไปแล้วและสถานที่เก็บรักษาไว้ตรงจุดนั้น
- ถ้าไม่มีใบแจ้ง ให้สอบถามฝ่ายจราจร (ที่จอดรถ) ของสำนักงานเขตหรือศาลากลางที่รับผิดชอบ คอลเซ็นเตอร์ร้องเรียนของตำรวจหมายเลข 182 ก็เป็นช่องทางตรวจสอบได้เช่นกัน
- เช็กตำแหน่งของศูนย์เก็บรักษาแล้วไปด้วยตัวเอง ต้องแสดงบัตรประจำตัวและจ่ายค่าลากรถกับค่าเก็บรักษา รถถึงจะออกมาได้ ชำระด้วยบัตรหรือโอนบัญชีได้
- ค่าปรับทางปกครองยังคงอยู่แยกต่างหาก จ่ายค่าลากรถแล้วไม่ได้แปลว่าจบ ให้รอใบแจ้งค่าปรับอีกใบต่างหาก
การแจ้งจะมาเป็นขั้น ๆ คือ ติดใบแจ้งที่หน้างาน → SMS ภายใน 24 ชั่วโมง → เมื่อพ้น 24 ชั่วโมงจะส่งหนังสือแจ้งให้มารับรถทางไปรษณีย์ลงทะเบียน (อ้างอิงประกาศทางการของเทศบาล และอาจต่างกันไปตามพื้นที่) ตรงนี้แหละที่ชาวต่างชาติติดขัด ถ้าไม่มีเบอร์มือถือเกาหลี SMS ก็ไม่มา และถ้าที่อยู่จดทะเบียนไม่ตรงกับที่อยู่จริง ไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ไปไม่ถึง ถ้ารถหายไปแล้วไม่มีการติดต่อใด ๆ นั่นแปลว่าการแจ้งมาไม่ถึงเฉย ๆ ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ถูกลาก
| ประเภท/ขนาดรถ | ค่าลากรถ (เกณฑ์โซล, 2026-08) |
|---|---|
| รถยนต์นั่งส่วนบุคคล | ขนาดเล็กพิเศษ 40,000 วอน · ขนาดเล็ก 45,000 วอน · ขนาดกลาง 50,000 วอน · ขนาดใหญ่ 60,000 วอน |
| รถตู้โดยสาร | ขนาดเล็กพิเศษ 40,000 วอน · ขนาดเล็ก 60,000 วอน · ขนาดกลาง 80,000 วอน · ขนาดใหญ่ 140,000 วอน |
| รถบรรทุก/รถพิเศษ | ต่ำกว่า 2.5 ตัน 40,000 วอน · 2.5-6.5 ตัน 60,000 วอน · 6.5-10 ตัน 80,000 วอน · 10 ตันขึ้นไป 140,000 วอน |
| รถจักรยานยนต์/ยานพาหนะส่วนบุคคล | 40,000 วอน |
ค่าเก็บรักษาก็ถูกกำหนดไว้ตามเกณฑ์โซลเช่นกัน
- รถเก๋ง/รถจักรยานยนต์ และรถบรรทุก/รถพิเศษต่ำกว่า 6.5 ตัน: 700 วอนต่อ 30 นาที
- รถตู้โดยสารขนาดกลาง/ใหญ่ และรถบรรทุก/รถพิเศษตั้งแต่ 6.5 ตันขึ้นไป: 1,200 วอนต่อ 30 นาที
- เพดานค่าเก็บรักษาต่อครั้ง: 500,000 วอน
ตรงนี้มีเรื่องที่ต้องย้ำให้ชัด ค่าลากรถและค่าเก็บรักษาไม่ใช่ยอดเดียวกันทั้งประเทศ เพราะกำหนดโดยข้อบัญญัติท้องถิ่น โครงสร้างเพดานเองก็ต่างกัน โซลมีเพดานต่อครั้ง 500,000 วอนและไม่มีเพดานรายวันแยก ขณะที่เขตทงแนของปูซานคิด 700 วอนต่อ 30 นาทีโดยมีเพดานวันละ 15,000 วอน ส่วนเมืองกิมโพคิดสูงสุด 7,000 วอนใน 24 ชั่วโมงแรก ปล่อยรถทิ้งไว้สามวันที่โซลจะเกิน 100,000 วอน แต่ที่กิมโพไม่เป็นแบบนั้น อย่านำตารางข้างบนไปใช้กับพื้นที่อื่นตรง ๆ
ช่องทางรับรถคืนเปิดกว้างกว่าที่คิด ศูนย์เก็บรักษารถที่ถูกลากเขตควานักและทงจักของโซลเปิด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ตอนตีสามก็ไปเอารถได้ แต่ช่องทางล่ามภาษาต่างประเทศ (120 Dasan Call ของโซล) เปิดแค่วันธรรมดา 09:00-18:00 ถ้ารถถูกลากคืนวันศุกร์ การสอบถามแบบมีล่ามก็ต้องรอถึงวันจันทร์ และตลอดสุดสัปดาห์นั้นค่าเก็บรักษาก็สะสมทุก 30 นาที
ข้อควรระวัง: ใบประกาศของศูนย์เก็บรักษาเขตชงโนและทงจักของโซลระบุบัตรประจำตัวสำหรับการรับรถไว้ว่าคือ "ใบขับขี่รถยนต์หรือบัตรประจำตัวประชาชน" เท่านั้น ส่วนพาสปอร์ต บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (ARC) หรือใบขับขี่สากล (IDP) จะใช้ได้หรือไม่นั้น เรายังยืนยันจากประกาศทางการไม่ได้ ก่อนไปควรโทรถามศูนย์เก็บรักษาแห่งนั้นก่อนว่า "ต้องเอาบัตรประจำตัวแบบไหนไป" เพราะระหว่างที่เดินทางเสียเที่ยว นาฬิกาค่าเก็บรักษาก็ยังเดินอยู่
ถ้าไม่ไปเอารถคืน — ประกาศ 14 วัน แล้วขายทอดตลาดหรือทำลายใน 1 เดือน
การปล่อยทิ้งไว้คือทางเลือกที่แพงที่สุด พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 35 กำหนดว่า ถ้าไม่ทราบผู้ใช้หรือผู้ขับขี่รถ ให้ ประกาศเป็นเวลา 14 วันนับจากวันที่ลากรถ และถ้าไม่มีการเรียกร้องคืนรถภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ดำเนินการหรือวันที่ประกาศ ก็สามารถนำรถคันนั้นไปขายทอดตลาดหรือทำลายได้
ถ้ามองเป็นตัวเงินก็เป็นแบบนี้ ตามเกณฑ์โซล ค่าเก็บรักษารถเก๋ง 700 วอนต่อ 30 นาที เท่ากับวันละ 33,600 วอน ครึ่งเดือนก็ 504,000 วอน ซึ่งชนเพดานต่อครั้งที่ 500,000 วอนพอดี (คำนวณแบบง่าย ๆ) แล้วยังมีค่าลากรถกับค่าปรับทางปกครองบวกเข้าไปอีกต่างหาก สถานการณ์แบบ "ออกนอกประเทศไปแป๊บเดียว กลับมารถหายไปแล้ว" เกิดขึ้นได้จริงเพราะบทบัญญัตินี้
📌 สำคัญ: ถ้ากำลังจะเดินทางออกนอกประเทศระยะยาวหรือไปทำงานต่างประเทศนาน ๆ ให้เช็กก่อนว่าจุดที่จอดรถไว้เป็นเป้าหมายของการลากรถหรือไม่ การแจ้งเรื่องลากรถมาทางใบแจ้งหน้างาน SMS และไปรษณีย์ลงทะเบียน (อ้างอิงประกาศทางการของเทศบาล และอาจต่างกันไปตามพื้นที่) แต่ถ้าคุณอยู่ต่างประเทศ ไม่มีอันไหนไปถึงคุณเลย แล้วระหว่างนั้นการประกาศ 14 วันกับกำหนด 1 เดือนก็ผ่านไปโดยไม่มีข่าวคราวอะไร
ถ้าทำผิดด้วยรถเช่า — เส้นทางการเรียกเก็บต่างกันคนละแบบ
รถเช่ามีเส้นทางค่าปรับที่ต่างออกไปทั้งกระบวน พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 160 วรรค 4 อนุ 4 กำหนดว่า ในกรณี "รถยนต์ที่ผู้ประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์หรือผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าสิ่งอำนวยความสะดวกให้เช่าไป และเห็นได้ชัดว่าเป็นการให้เช่าเฉพาะตัวรถเท่านั้น" จะสั่งปรับทางปกครองกับนายจ้างหรือผู้ประกอบการไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือ สั่งปรับในนามบริษัทรถเช่าไม่ได้
ทางปฏิบัติจึงเดินแบบนี้ ผู้ประกอบการรถเช่าจะยื่น "คำขอเปลี่ยนผู้มีหน้าที่ชำระค่าปรับจากการจอด/หยุดรถผิดกฎ" ต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้สั่งปรับใหม่ในนามของผู้เช่า และในระบบร้องเรียนจราจร 24 (E-Fine) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีเมนูเปลี่ยนผู้มีหน้าที่ชำระสำหรับผู้ประกอบการรถเช่าเปิดใช้งานอยู่ นอกจากนี้สัญญามาตรฐานการให้เช่ารถยนต์ ข้อ 16 วรรค 2 ยังกำหนดว่า "ค่าปรับทางปกครองและค่าปรับจราจรตามคำสั่งเปรียบเทียบปรับ ฯลฯ ที่ลูกค้าถูกสั่งปรับจากการจอด/หยุดรถผิดกฎและการฝ่าฝืนกฎจราจรระหว่างระยะเวลาเช่า ลูกค้าต้องรับผิดชอบแม้หลังคืนรถเช่าแล้ว" (แก้ไข 2021-10-29)
แต่สัญญามาตรฐานมีสถานะเป็นเพียงข้อแนะนำของคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรม จึงไม่มีผลผูกพัน ขอบเขตการเรียกเก็บจริงและค่าธรรมเนียมดำเนินการเป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะของบริษัทรถเช่าแต่ละแห่ง เพราะฉะนั้นการเช็กว่าในสัญญาเขียนไว้ว่าอย่างไรตั้งแต่ตอนเช่ารถ คือการป้องกันตัวทางเดียวที่มี
| หัวข้อ | รถในชื่อตัวเอง | รถเช่า |
|---|---|---|
| ค่าปรับออกไปที่ไหนเป็นที่แรก | ผู้ถือกรรมสิทธิ์จดทะเบียนรถ คือตัวเราเอง | สั่งปรับในนามบริษัทไม่ได้ (พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 160 วรรค 4 อนุ 4) |
| มาถึงเราด้วยวิธีไหน | ส่งใบแจ้งค่าปรับไปที่อยู่จดทะเบียน | สั่งปรับใหม่หลังผู้ประกอบการขอเปลี่ยนผู้มีหน้าที่ชำระ หรือผู้ประกอบการเรียกเก็บโดยตรงตามข้อกำหนดในสัญญา |
| รู้เรื่องเมื่อไร | ไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์หลังทำผิด | ช้ากว่านั้น อาจถูกเรียกเก็บแม้หลังคืนรถและกลับประเทศไปแล้ว (สัญญามาตรฐาน ข้อ 16 วรรค 2) |
| การยื่นคัดค้าน 60 วัน | ใช้ได้เต็มจำนวนนับจากวันที่ได้รับแจ้ง | อาจเริ่มนับตอนที่เวลาผ่านไปแล้วพอสมควร |
| ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม | ไม่มี | อาจมีค่าธรรมเนียมดำเนินการตามข้อกำหนดของแต่ละบริษัท (ยอดต่างกันไปตามบริษัท) |
สรุปแล้ว ลำดับเหตุการณ์แบบฉบับที่นักท่องเที่ยวมาเกาหลีเจอคือแบบนี้ จอดแป๊บเดียวในเกาหลีแล้วโดนตรวจจับ → กลับประเทศไปตามปกติ → ไม่กี่สัปดาห์ต่อมามีรายการแปลก ๆ ขึ้นในบัตรที่วางมัดจำไว้ → พอเช็กดูก็พบว่านาฬิกา 60 วันสำหรับยื่นคัดค้านเดินไปเยอะแล้ว ส่วนเรื่องคุณสมบัติในการขับรถเช่า (ใบขับขี่ ใบขับขี่สากล) ลองอ่าน ขั้นตอนแลกและการรับรองใบขับขี่ในเกาหลี ประกอบด้วย
จุดที่มีแต่ชาวต่างชาติสะดุด — ระบบให้ประชาชนแจ้ง ที่จอดสำหรับผู้พักอาศัย และ SMS แจ้งเตือน
ตั้งแต่ตรงนี้คือหัวใจของบทความ ตารางยอดเงินนั้นเหมือนกันสำหรับคนเกาหลีด้วย แต่ 4 ข้อด้านล่างนี้ทำงานเป็นกำแพงเฉพาะกับชาวต่างชาติ
ข้อแรก ระบบให้ประชาชนแจ้งเบาะแสทำให้ค่าปรับถูกยืนยันได้แม้ไม่มีรถสายตรวจ เมื่อประชาชนแจ้งผ่านแอป 안전신문고 (Safety Report) ก็ถูกสั่งปรับได้โดยไม่ต้องมีการตรวจจับหน้างาน เงื่อนไขคือภาพถ่ายตั้งแต่ 2 รูปขึ้นไปที่ถ่ายจากตำแหน่งเดียวกันและมุมเดียวกัน ห่างกันตั้งแต่ 1 นาทีขึ้นไป โดยต้องมองเห็นเลขทะเบียนรถ พื้นที่ที่ทำผิด และเวลาถ่ายได้ชัดเจน และต้องแจ้งภายในวันถัดไป (48 ชั่วโมง) นับจากวันที่ถ่าย ความรู้สึกแบบ "จอดแป๊บเดียวและไม่มีใครเห็น เลยไม่เป็นไร" ใช้ไม่ได้ที่นี่
เป้าหมายตามเกณฑ์ทั่วประเทศคือ 7 ประเภทพื้นที่ เริ่มบังคับใช้ 2019-04-17 แล้วเพิ่มทางเท้าและเกาะกลางนิรภัยเข้ามาเมื่อ 2021-05-10
- ① ในระยะ 5 ม. จากหัวจ่ายน้ำดับเพลิง · ② ในระยะ 5 ม. จากมุมทางแยก · ③ ในระยะ 10 ม. จากป้ายรถเมล์ · ④ ทางม้าลาย
- ⑤ เขตคุ้มครองเด็ก (ถนนหน้าประตูหลักโรงเรียนประถม) · ⑥ ทางเท้า/ทางร่วมคนเดินกับจักรยาน · ⑦ เกาะกลางนิรภัย
กับดักคือเกณฑ์ระยะทาง (5 ม./10 ม.) แสดงไว้ด้วยเครื่องหมายบนพื้นถนนอย่างเดียว จึงอ่านด้วยตาเปล่ายาก ให้ระวังเรื่องเวลาทำการด้วย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็น 24 ชั่วโมง (รวมเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์) และมีหลายเทศบาลที่ประกาศว่าเฉพาะเขตคุ้มครองเด็กเป็นวันธรรมดา 08:00-20:00 แต่ เวลาทำการและเกณฑ์การยกเว้นเป็นดุลพินิจของเทศบาล จึงต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ บางเทศบาลตัดเกาะกลางนิรภัยออกแล้วประกาศเป็น "6 ประเภทพื้นที่" ในทางกลับกันบางแห่งอย่างเมืองอันดงก็เพิ่มพื้นที่กลับรถ การจอดซ้อนคัน บนสะพาน และทางเข้าออกลานจอด โดยใช้เกณฑ์ 5 นาที (ตั้งแต่ 2024-11-25) ควรอ่านประกาศของเมือง/อำเภอ/เขตที่คุณอาศัยอยู่สักครั้ง
ข้อสอง ที่จอดรถสำหรับผู้พักอาศัย (거주자우선주차) ในสายตาชาวต่างชาติก็แค่ช่องจอดว่าง ๆ เพราะป้ายและสีที่ทาบนพื้นเป็นภาษาเกาหลี แถมหน้าตายังคล้ายลานจอดสาธารณะแบบเสียเงิน แต่ถ้าจอดที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต สิ่งที่ถูกเรียกเก็บไม่ใช่ค่าปรับทางปกครอง แต่เป็นค่าจอดบวกเงินเพิ่มอีก 4 เท่าของค่าจอด ยกตัวอย่างเขตอึนพยองของโซล ยอดเรียกเก็บครั้งแรกคือ 7,200 วอน (150 วอนต่อ 5 นาที × 4 ชั่วโมง) และถ้าไม่จ่ายจะบวกเพิ่มอีก 4 เท่าคือ 28,800 วอน รวมเป็น 36,000 วอน ยิ่งไปกว่านั้น ตามพระราชบัญญัติที่จอดรถ มาตรา 8 ทวิ และมาตรา 9 ยังเป็นเป้าหมายให้ลากได้ทันที และการเรียกเก็บค่าจอดกับการลากรถทำควบคู่กันไปได้ เมื่อไม่ใช่ค่าปรับทางปกครอง ทั้งส่วนลด 20% จากการชำระโดยสมัครใจและการยื่นคัดค้าน 60 วันตามพระราชบัญญัติควบคุมการกระทำที่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย ก็ไม่ได้นำมาใช้กับระบบนี้ตรง ๆ หมายความว่าช่องทางโต้แย้งเป็นคนละช่องทาง
ข้อสาม บริการแจ้งเตือน SMS การตรวจจับจอดรถแทบจะเป็นของคนเกาหลีเท่านั้น ต้องสมัครแยกกับแต่ละเทศบาล (เพราะเทศบาลแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างกันไม่ได้) และต้องกรอกเลขทะเบียนรถ ชื่อเจ้าของรถ และเบอร์มือถือเพื่อรับรหัสยืนยัน การสมัครถึงจะเสร็จ ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเกาหลีและไม่มีเบอร์เกาหลีจึงสมัครไม่ได้ตั้งแต่ต้น ส่วนรถเช่านั้นเจ้าของคือบริษัท จึงใช้ชื่อผู้เช่าสมัครไม่ได้ กลายเป็นโครงสร้างที่คนเกาหลีได้รับ SMS แล้วไปเลื่อนรถ ขณะที่มีแต่ชาวต่างชาติที่โดนค่าปรับ และการไม่ได้รับ SMS ก็ไม่ใช่เหตุให้ได้รับยกเว้นค่าปรับ ส่วนบริการต่าง ๆ ที่ติดขัดเพราะไม่มีเบอร์เกาหลี เราสรุปไว้ต่างหากที่ สิ่งที่ทำได้โดยไม่มีเบอร์มือถือเกาหลี
ข้อสี่ ใบแจ้งค่าปรับส่งไปที่อยู่จดทะเบียนรถ ถ้าคุณเปลี่ยนที่อยู่ในทะเบียนคนต่างด้าวแล้วไม่ได้อัปเดต หรือจดทะเบียนไว้เป็นที่อยู่บริษัทหรือโกชิวอน ตัวใบแจ้งค่าปรับก็ไปไม่ถึง ระหว่างนั้นช่วงลด 20% ก็ปิดลง แล้วเงินเพิ่ม 3% กับ 1.2% ต่อเดือนก็เริ่มเดิน กลายเป็นว่าพลาดส่วนลดเพราะไม่รู้ และกลายเป็นผู้ค้างชำระเพราะไม่รู้ ถ้าย้ายบ้านแล้ว การจัดการเรื่องเปลี่ยนที่อยู่ก่อนจึงเป็นทางประหยัดเงินในที่สุด
ไม่จ่ายแล้วออกนอกประเทศไปเลยจบไหม — ค่าปรับทางปกครองกับค่าปรับทางอาญาไม่เหมือนกัน
ในคอมมูนิตี้ชาวต่างชาติมีเรื่องเล่าสองแบบที่ตรงข้ามกันหมุนอยู่พร้อมกัน คือ "ไม่จ่ายแล้วออกไปก็จบ" กับ "โดนเนรเทศเพราะใบสั่งจอดรถ" ซึ่งทั้งสองเรื่องเป็นความเข้าใจผิดที่เกิดจากการแยกไม่ออกระหว่างค่าปรับทางปกครองกับค่าปรับทางอาญา การจอด/หยุดรถผิดกฎเป็นค่าปรับทางปกครอง ซึ่งเป็นโทษทางปกครองเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนค่าปรับทางอาญาเป็นผลจากกระบวนการทางอาญา
เหตุแห่งการห้ามออกนอกประเทศ (สำหรับชาวต่างชาติเรียกว่าการระงับการเดินทางออกนอกประเทศ) กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมือง มาตรา 4 วรรค 1 และกฎกระทรวง มาตรา 1 ตรี โดยชาวต่างชาติจะใช้มาตรา 29 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่ไม่ชำระค่าปรับทางอาญาตั้งแต่ 10 ล้านวอนขึ้นไป เงินริบตั้งแต่ 20 ล้านวอนขึ้นไป ภาษีอากรระดับชาติหรือภาษีศุลกากรอย่างละ 50 ล้านวอนขึ้นไป หรือภาษีท้องถิ่นตั้งแต่ 30 ล้านวอนขึ้นไป ในรายการนี้ไม่มีค่าปรับทางปกครอง ระบบที่ห้ามออกนอกประเทศเพราะไม่จ่ายค่าปรับจอดรถนั้นไม่มีอยู่จริง
แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะหายไป ยอดค้างชำระยังคงอยู่และนำไปสู่ผลเหล่านี้
- ยึดป้ายทะเบียน: ถ้าค้างชำระค่าปรับทางปกครองที่เกี่ยวกับรถยนต์ตั้งแต่ 300,000 วอนขึ้นไป และนานตั้งแต่ 60 วันขึ้นไป อาจถูกยึดป้ายทะเบียนได้ (พระราชบัญญัติควบคุมการกระทำที่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย มาตรา 55 และกฎกระทรวง มาตรา 14)
- ส่งข้อมูลเครดิต จำกัดธุรกิจที่ต้องขออนุญาต และการกักตัว: ข้อมูลการค้างชำระอาจถูกส่งให้บริษัทข้อมูลเครดิต และตามมาด้วยมาตรการลงโทษหลายอย่าง
- จดทะเบียนอายัดรถ: รถที่ถูกอายัดจะโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้หากไม่มีหนังสือรับรองการชำระค่าปรับที่ค้าง (รวมเงินเพิ่มและเงินเพิ่มรายเดือน) ขายก็ไม่ได้ โอนก็ไม่ได้
ส่วนที่ว่าค่าปรับทางปกครองที่ค้างชำระจะถูกนำไปพิจารณาในการต่ออายุระยะเวลาพำนัก การเปลี่ยนสถานะการพำนัก หรือการตรวจสอบตอนกลับเข้าประเทศหรือไม่นั้น เราหาแหล่งอ้างอิงทางการจากกระทรวงยุติธรรมหรือ Hi Korea ไม่เจอ เป็นส่วนที่ยังฟันธงไม่ได้ ถ้าจำเป็นกรุณาสอบถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง แต่ตัวยอดค้างชำระเองไม่หายไปแน่นอน ภายหลังเมื่อคุณจะซื้อรถในเกาหลีหรือโอนชื่อ ก็จะติดขัดอีกครั้งตอนนั้นเพราะการจดทะเบียนอายัด

ไม่ว่าจะไปเอารถคืนหรือคืนรถเช่าแล้วเดินออกมา สุดท้ายสิ่งที่ตามมาก็คือขนส่งสาธารณะ ศูนย์เก็บรักษารถที่ถูกลากมักอยู่ชานเมือง และหลังคืนรถเช่าหรือหลังถูกยึดป้ายทะเบียนจนขับรถไม่ได้ คุณก็ต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ยิ่งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ค่าเก็บรักษาสะสมทุก 30 นาที การหาวิธีเดินทางให้ได้เร็วก็คือการประหยัดเงินไปในตัว LACHA (ลาชา) คือซูเปอร์แอปเรื่องการเดินทางและการชำระเงินสำหรับชาวต่างชาติที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน จองและจ่าย KTX รถบัสด่วน แท็กซี่ รถไฟสนามบิน และบัตรโดยสารได้ในที่เดียว และเริ่มใช้ได้ด้วยพาสปอร์ตโดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคารหรือเบอร์มือถือเกาหลี ส่วนสถานการณ์ที่ติดตั้งแต่สมัครแอปแท็กซี่ไม่ได้เพราะไม่มีเบอร์เกาหลี เราสรุปไว้ต่างหากที่ วิธีเรียกแท็กซี่โดยไม่มีเบอร์เกาหลี
แต่ขอพูดให้ชัดไว้ก่อน LACHA ไม่ได้ให้บริการเกี่ยวกับลานจอดรถหรือรถเช่า และไม่ได้ทำหน้าที่ชำระค่าปรับ ยื่นคัดค้าน หรือรับรถที่ถูกลากแทนคุณ ทั้งสามเรื่องนั้นดำเนินการได้ที่เทศบาลที่รับผิดชอบและศูนย์เก็บรักษารถที่ถูกลากเท่านั้น
อยากใช้การเดินทางและชำระเงินในเกาหลีในแอปเดียว โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลีหรือบัญชีธนาคาร? ลองดู LACHA
ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว
ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที
ดาวน์โหลดเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ถ้าไม่จ่ายค่าปรับแล้วออกนอกประเทศจะเป็นยังไง? ตัวการเดินทางออกนอกประเทศไม่ได้ถูกห้าม เหตุแห่งการห้ามออกนอกประเทศ (ชาวต่างชาติคือการระงับการเดินทางออกนอกประเทศ) คือการไม่ชำระค่าปรับทางอาญาตั้งแต่ 10 ล้านวอนขึ้นไป เงินริบตั้งแต่ 20 ล้านวอนขึ้นไป ภาษีอากรระดับชาติ/ศุลกากรอย่างละ 50 ล้านวอนขึ้นไป หรือภาษีท้องถิ่นตั้งแต่ 30 ล้านวอนขึ้นไป (พระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมือง มาตรา 4 วรรค 1 และกฎกระทรวง มาตรา 1 ตรี ชาวต่างชาติใช้มาตรา 29) ซึ่งค่าปรับทางปกครองไม่อยู่ในรายการนั้น แต่ยอดค้างชำระยังคงอยู่และจะพอกขึ้นด้วยเงินเพิ่ม 3% บวกเงินเพิ่มรายเดือน 1.2% ต่อเดือน (สูงสุด 60 เดือน) และถ้าค้างค่าปรับที่เกี่ยวกับรถยนต์ตั้งแต่ 300,000 วอนขึ้นไปและนานตั้งแต่ 60 วันขึ้นไป ก็อาจนำไปสู่การยึดป้ายทะเบียนและการอายัดรถ (พระราชบัญญัติควบคุมการกระทำที่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย มาตรา 55 และกฎกระทรวง มาตรา 14) ส่วนจะถูกนำไปพิจารณาในการตรวจสอบการพำนักหรือไม่นั้น เรายังยืนยันแหล่งอ้างอิงทางการไม่ได้ ถ้าจำเป็นกรุณาสอบถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
Q2. ไปศูนย์เก็บรักษารถโดยถือแค่พาสปอร์ตจะรับรถได้ไหม? ต้องเช็กก่อน ประกาศทางการของศูนย์เก็บรักษาระบุบัตรประจำตัวสำหรับการรับรถไว้เพียง "ใบขับขี่รถยนต์หรือบัตรประจำตัวประชาชน" เท่านั้น ส่วนพาสปอร์ต บัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือใบขับขี่สากลจะใช้ได้หรือไม่ เราหาประกาศที่ระบุชัดไม่เจอ กรุณาโทรถามศูนย์เก็บรักษาแห่งนั้นก่อนไปทุกครั้งว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ศูนย์เก็บรักษาเขตควานักและทงจักของโซลเปิด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดก็จริง แต่ระหว่างที่เดินทางเสียเที่ยว ค่าเก็บรักษาก็สะสมไปเรื่อย ๆ ที่ 700 วอนต่อ 30 นาที (เกณฑ์โซล)
Q3. คืนรถเช่าไปแล้ว ยังจะถูกเรียกเก็บค่าปรับย้อนหลังได้ไหม? ได้ เป็นไปได้ เพราะพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 160 วรรค 4 อนุ 4 ห้ามการสั่งปรับทางปกครองกับบริษัทรถเช่า ผู้ประกอบการจึงยื่นขอเปลี่ยนผู้มีหน้าที่ชำระต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้สั่งปรับใหม่ในนามผู้เช่า หรือเรียกเก็บโดยตรงโดยอ้างข้อกำหนดในสัญญา สัญญามาตรฐานการให้เช่ารถยนต์ ข้อ 16 วรรค 2 เองก็กำหนดให้ผู้เช่ารับผิดชอบค่าปรับจากการทำผิดระหว่างระยะเวลาเช่าแม้หลังคืนรถแล้ว แต่สัญญามาตรฐานมีสถานะเป็นข้อแนะนำ ขอบเขตการเรียกเก็บจริงและค่าธรรมเนียมดำเนินการจึงเป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละบริษัท เพราะฉะนั้นตอนเช่ารถควรเช็กข้อสัญญาเรื่องค่าปรับไว้ด้วย
Q4. ไม่มีทั้งบัญชีธนาคารและเบอร์มือถือเกาหลี จะจ่ายค่าปรับยังไง? วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือโอนเข้าบัญชีเสมือนที่พิมพ์อยู่บนใบแจ้งค่าปรับ ส่วนการชำระออนไลน์ผ่าน Wetax หรือ Etax ของเทศบาลนั้นฟันธงยาก เพราะข้อมูลเรื่องวิธียืนยันตัวตนที่ชาวต่างชาติใช้ล็อกอินได้ยังขัดแย้งกันอยู่ ARS 1544-1414 ก็ถูกประกาศไว้เป็นช่องทางชำระเช่นกัน ถ้าทั้งสองทางยาก การสอบถามฝ่ายจราจรของเมือง/อำเภอ/เขตที่รับผิดชอบโดยตรงจะเร็วกว่า และถ้าอยู่ในโซล โทร (02)120 แล้วกด 9 เพื่อรับคำปรึกษาภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และมองโกเลียได้ (วันธรรมดา 09:00-18:00)
Q5. ไม่รู้ว่าเป็นเขตคุ้มครองเด็ก แล้วโดนไป 120,000 วอน ลดได้ไหม? ลองเช็กสองเรื่องนี้ เรื่องแรก ค่าปรับที่เพิ่มโทษใช้เฉพาะกับการทำผิดระหว่าง 08:00-20:00 เท่านั้น ถ้าทำผิดนอกช่วงเวลานั้น ยอดควรเท่ากับพื้นที่ทั่วไป จึงควรเช็กเวลาที่ทำผิดซึ่งระบุอยู่บนใบแจ้งค่าปรับ เรื่องที่สอง ถ้าชำระโดยสมัครใจภายในกำหนดยื่นความเห็นจะได้ลด 20% เหลือ 96,000 วอน ถ้าคิดจะโต้แย้ง คุณยื่นคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรได้ภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง (พระราชบัญญัติควบคุมการกระทำที่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย มาตรา 20) และเมื่อคำคัดค้านได้รับการรับเรื่อง คำสั่งปรับจะสิ้นผลและเรื่องจะไปสู่การพิจารณาคดีค่าปรับทางปกครองของศาล ถ้าจ่ายก่อนก็เท่ากับปิดทางโต้แย้ง จึงควรตัดสินใจเรื่องลำดับก่อนแล้วค่อยลงมือ
หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ค่าปรับทางปกครอง ค่าลากรถ ค่าเก็บรักษา และกำหนดเวลาในบทความเป็นข้อมูล ณ 2026-08 ที่ตรวจสอบจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก (มาตรา 35 และมาตรา 160) พระราชบัญญัติควบคุมการกระทำที่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย (มาตรา 16, 18, 20 และ 55) พระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมือง (มาตรา 4 และ 29) และประกาศทางการของเทศบาลในโซล ปูซาน อินชอน และคยองกี ส่วนยอดค่าปรับทางปกครองนั้นเรายังไม่ได้เทียบกับตัวบทตารางแนบของกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกโดยตรง จึงสรุปจากการตรวจสอบไขว้ประกาศทางการของเทศบาล 5 แห่ง และค่าลากรถกับค่าเก็บรักษาเป็นเรื่องของข้อบัญญัติท้องถิ่น จึงนำยอดตามเกณฑ์โซลไปใช้กับพื้นที่อื่นตรง ๆ ไม่ได้ ส่วนเวลาทำการและเกณฑ์ยกเว้นของระบบให้ประชาชนแจ้ง บัตรประจำตัวที่ยอมรับตอนรับรถที่ศูนย์เก็บรักษา การมีภาษาต่างประเทศบนใบแจ้งค่าปรับ และวิธีล็อกอินสำหรับชำระออนไลน์ เรายังยืนยันไม่ได้หรือต่างกันไปตามพื้นที่ จึงเขียนแบบเผื่อไว้ ก่อนจะไปชำระเงินจริงหรือไปเอารถคืน กรุณาเช็กอีกครั้งกับสำนักงานเมือง/อำเภอ/เขตที่รับผิดชอบและศูนย์เก็บรักษารถที่ถูกลากแห่งนั้นทุกครั้ง LACHA ไม่ได้ให้บริการเกี่ยวกับลานจอดรถหรือรถเช่า และไม่รับดำเนินการชำระค่าปรับหรือรับรถที่ถูกลากแทน




