เช้าวันที่มีไข้และเจ็บคอ พอค้นคำว่า '병원' (โรงพยาบาล) ในแอปแผนที่ อายุรกรรม หูคอจมูก และโรงพยาบาลทั่วไปก็ขึ้นมาพร้อมกันทีเดียว บางคนไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ดูใหญ่ที่สุด แล้วต้องเดินกลับออกมาจากเคาน์เตอร์ลงทะเบียนเพราะได้ยินว่า "ถ้าไม่มีใบส่งตัว ประกันสุขภาพใช้ไม่ได้" โทรหาคลินิกแถวบ้านก็มีแต่เสียงแนะนำภาษาเกาหลี ส่วนแอปจองก็ติดตั้งแต่ขั้นยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือ — ทั้งหมดนี้คือฉากที่เกิดขึ้นจริงในการไปโรงพยาบาลครั้งแรกของชาวต่างชาติ
แต่ถ้ารู้ลำดับขั้น โรงพยาบาลเกาหลีก็ใช้บริการได้ไม่ยากสำหรับชาวต่างชาติ คลินิกแถวบ้านหลายแห่งรับตรวจแบบลงทะเบียนหน้างานในวันนั้นโดยไม่ต้องจอง และถ้ามีประกันสุขภาพ ค่ารักษาไข้หวัดก็เบากว่าที่คิดมาก ตัวแปรใหญ่ที่สุดที่ตัดสินค่าใช้จ่ายคือการมีประกันสุขภาพหรือไม่ ถ้ายังจัดการเรื่องนี้ไม่เรียบร้อย ควรอ่าน คู่มือประกันสุขภาพสำหรับชาวต่างชาติ ไว้ก่อน
บทความนี้จะสรุปทั้งกระบวนการของการไปครั้งแรกไล่ตามลำดับ ตั้งแต่วิธีเลือกโรงพยาบาล บัตรประจำตัวที่ใช้ลงทะเบียน ช่วงราคาค่ารักษา ใบสั่งยากับเส้นทางไปร้านขายยา ช่องทางโทรศัพท์ล่าม ไปจนถึงสถานการณ์กลางคืนและฉุกเฉิน
ค่าใช้จ่าย เวลา และขั้นตอนด้านล่างอ้างอิงข้อมูลเปิดเผย ณ 2026-08 อัตราค่ารักษาและระบบการแพทย์เปลี่ยนทุกปี ก่อนไปโปรดตรวจสอบอีกครั้งจากเว็บไซต์ทางการอย่างสำนักงานประเมินและตรวจสอบการประกันสุขภาพ (hira.or.kr) และพอร์ทัลการแพทย์ฉุกเฉิน E-Gen (e-gen.or.kr)
ไปคลินิกก่อน — ความต่างของสถานพยาบาลระดับ 1, 2 และ 3
สถานพยาบาลของเกาหลีแบ่งใหญ่ ๆ เป็นสามระดับ คลินิก (의원 / Clinic) แถวบ้านคือระดับ 1 โรงพยาบาลและโรงพยาบาลทั่วไปคือระดับ 2 ส่วนโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูง (상급종합병원 = โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย) อย่างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลคือระดับ 3 การรักษาทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างไข้หวัด ลำไส้อักเสบ หรืออาการปวดเล็กน้อย มีคำแนะนำไว้ว่าให้เริ่มที่คลินิกระดับ 1 เป็นลำดับพื้นฐาน
ใหญ่กว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่า แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูงมีโครงสร้างที่ต้องมี ใบส่งตัว (진료의뢰서 / 요양급여의뢰서) ประกันสุขภาพถึงจะใช้ได้ ถ้าไปตรงโดยไม่มีใบส่งตัว จะต้องรับผิดชอบค่ารักษา 100% เอง — ทั้งค่าตรวจและค่ายาถูกคิดแบบนอกสิทธิ์ ใบส่งตัวจะออกให้เมื่อเข้ารับการตรวจที่สถานพยาบาลระดับ 1 หรือ 2 แล้วแพทย์ตัดสินว่า "ควรไปโรงพยาบาลใหญ่"
มีข้อยกเว้นเช่นกัน ผู้ป่วยฉุกเฉิน การคลอดบุตร ทันตกรรม และเวชศาสตร์ครอบครัว รวมถึงเวชศาสตร์ฟื้นฟู (ผู้พิการที่ขึ้นทะเบียน ฯลฯ) และผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย มีคำแนะนำไว้ว่าเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูงได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
เคล็ดลับอ่านป้ายอีกอย่าง ถ้าชื่อลงท้ายด้วย 의원 (คลินิก) อย่าง "○○내과의원" นั่นคือระดับ 1 ไข้หวัดไปอายุรกรรม (내과 / Internal Medicine) หรือหูคอจมูก (이비인후과 / ENT) ปัญหาผิวไปแผนกผิวหนัง (피부과) ส่วนเด็กไปกุมารเวชและวัยรุ่น (소아청소년과)
วิธีหาโรงพยาบาลที่สื่อสารภาษาต่างประเทศได้
- ศูนย์การแพทย์นานาชาติของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย: โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยหลัก ๆ อย่างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เซเวอรานซ์ และโรงพยาบาลอาซานโซล เปิดศูนย์การแพทย์นานาชาติที่มีล่ามอยู่ด้วยตั้งแต่การจองจนถึงการชำระเงิน เป็นโรงพยาบาลระดับ 3 ที่ต้องใช้ใบส่งตัว จึงควรจำไว้เป็นช่องทางสำหรับตอนที่ต้องตรวจละเอียดหรือนอนโรงพยาบาล
- รายชื่อที่หน่วยงานท้องถิ่นเปิดเผย: หน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งอย่างแทกูเปิดเผยรายชื่อสถานพยาบาลที่สื่อสารภาษาต่างประเทศได้เป็นข้อมูลสาธารณะ ลองค้นด้วยคำว่า "ชื่อพื้นที่ + โรงพยาบาลที่ใช้ภาษาต่างประเทศได้" ดู
- พอร์ทัลการแพทย์ฉุกเฉิน E-Gen (e-gen.or.kr): ค้นหาโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาที่เปิดอยู่ตอนนี้แยกตามพื้นที่ได้ แต่หน้าจออาจเน้นภาษาเกาหลีเป็นหลัก การใช้คู่กับแอปแปลภาษาจึงใช้ได้จริงกว่า (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
- ให้คนอื่นถามแทนทางโทรศัพท์: ถ้าโทร. 1330 หรือ 1345 ในหัวข้อล่ามด้านล่างแล้วถามว่า "แถวนี้มีอายุรกรรมที่พูดอังกฤษได้ไหม" เขาจะช่วยต่อสายสามทางเพื่อยืนยันให้ด้วย
สิ่งที่ต้องใช้ตอนลงทะเบียน
ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2024 การเข้ารับการรักษาโดยใช้ประกันสุขภาพ ต้องตรวจสอบบัตรประจำตัวเป็นข้อบังคับ ชาวต่างชาติใช้บัตรลงทะเบียนคนต่างด้าว บัตรแจ้งถิ่นพำนักในประเทศ บัตรผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือพาสปอร์ตได้ และมีคำแนะนำไว้ว่าบัตรประกันสุขภาพแบบโมบายล์ (แอป/QR) ก็ใช้ได้ ถ้าไม่มีบัตรประจำตัว ประกันสุขภาพอาจใช้ไม่ได้หรือการลงทะเบียนอาจล่าช้า จึงต้องพกไปด้วยเสมอ
ตัวการลงทะเบียนเองง่ายมาก ยื่นบัตรประจำตัวที่เคาน์เตอร์แล้วบอกอาการ (ใช้หน้าจอแอปแปลภาษาก็ได้) เจ้าหน้าที่จะให้แบบสอบถามผู้ป่วยใหม่ ชื่อให้เขียน ตามตัวสะกดโรมันบนบัตรประจำตัวทุกตัวอักษร — ถ้าสะกดต่างกัน มีบางกรณีที่ค้นข้อมูลประกันสุขภาพไม่เจอ คลินิกส่วนใหญ่ดำเนินการแบบลงทะเบียนหน้างานในวันนั้นโดยไม่ต้องจอง และเวลารอต่างกันพอสมควรตามโรงพยาบาลและช่วงเวลา
ค่ารักษาแยกกันที่ว่ามีประกันสุขภาพหรือไม่
ในเกาหลี ถ้า พำนักตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ชาวต่างชาติก็จะถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนภูมิภาคของประกันสุขภาพโดยอัตโนมัติ (นับจากวันที่ครบ 6 เดือนหลังวันเข้าประเทศ) มีคำแนะนำไว้ว่านักศึกษาต่างชาติ (D-2) แรงงานทั่วไป (E-9) ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (F-5) และผู้ย้ายถิ่นฐานจากการสมรส (F-6) ฯลฯ ขึ้นทะเบียนได้ทันที และถ้าเป็นผู้ประกันตนในระบบจ้างงาน โดยทั่วไปบริษัทจะดำเนินการให้
ถ้ามีประกันสุขภาพ จะร่วมจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยนอกเพียงบางส่วน (ข้อมูล ณ 2026-08)
| สถานพยาบาล | อัตราร่วมจ่ายผู้ป่วยนอก (ทั่วไป อายุต่ำกว่า 65 ปี) |
|---|---|
| คลินิก (의원) | 30% |
| โรงพยาบาล (병원) | 40% (เกณฑ์เขตดง) |
| โรงพยาบาลทั่วไป (종합병원) | 50% (เกณฑ์เขตดง) |
| โรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูง (상급종합병원) | ค่าตรวจ 100% + ส่วนที่เหลือ 60% |
ให้พอจับความรู้สึกได้ ค่าตรวจครั้งแรกที่คลินิกในปี 2026 คือ 18,840 วอน เมื่อใช้ประกันสุขภาพ ส่วนที่ร่วมจ่ายสำหรับค่าตรวจจึงราว 5,650 วอน (มีการประกาศไว้ว่าจะขึ้นเพิ่มช่วงปลายปี — ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) ถ้าเป็นการรักษาไข้หวัด หลายกรณีจบที่ราว 10,000~20,000 วอนเมื่อรวมค่ารักษากับค่ายา (ข้อมูล ณ 2026-08 ถ้ามีการตรวจเพิ่มก็จะสูงขึ้น)
ถ้าไม่มีประกันสุขภาพ ต้องจ่ายเต็มแบบนอกสิทธิ์ การรักษาไข้หวัดแบบเดียวกันจึงขึ้นไปถึง ราว 50,000~80,000 วอน — ต่างกันมากตามสถานพยาบาล การถามค่าใช้จ่ายโดยประมาณก่อนลงทะเบียนจึงปลอดภัยกว่า (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว อย่าลืมขอใบเสร็จค่ารักษาและใบแจกแจงรายละเอียดไว้สำหรับเคลมประกันการเดินทาง
อนึ่ง เบี้ยประกันสุขภาพภูมิภาคของชาวต่างชาติมีคำแนะนำไว้ว่าอยู่ที่ระดับ 150,000 วอนต่อเดือนตามเกณฑ์ขั้นต่ำของปี 2026 (นักศึกษาต่างชาติลด 50%) — จำนวนที่แน่นอนโปรดตรวจสอบที่สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (nhis.or.kr) ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ต้อง นอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัด โดยไม่มีประกันสุขภาพ ก็ยังมีตาข่ายรองรับชื่อ "โครงการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลสำหรับแรงงานต่างชาติ ฯลฯ" ยื่นเรื่องที่ห้องนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ของสถานพยาบาลที่กำหนด และมีคำแนะนำไว้ว่าต้องใช้พาสปอร์ตหรือบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าวพร้อมใบรับรองแพทย์ (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
เมื่อแอปจองใช้ไม่ได้
คนเกาหลีใช้แอปอย่าง ต๊อกดั๊ก (똑닥 / DdocDoc) กันมากในการจองโรงพยาบาลและรับคิว ฟังก์ชันจองใช้ฟรี แต่บางฟังก์ชันต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน และการสมัครต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือ ถ้ามีเบอร์มือถือเกาหลีในชื่อตัวเองและบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าวก็ลองได้ แต่มีกรณีที่รู้กันว่าเกิดข้อผิดพลาดในการยืนยันตัวตนเพราะตัวสะกดโรมันของชื่อไม่ตรงกัน (ข้อมูล ณ 2026-08 ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) เรื่องที่ว่าการยืนยันตัวตนติดตรงไหนและเพราะอะไร มีแยกไว้ที่ สรุปบริการที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลี
ถ้าแอปใช้ไม่ได้ ให้ทำแบบนี้
- จองทางโทรศัพท์: โรงพยาบาลส่วนใหญ่รับลงทะเบียนทางโทรศัพท์โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนในแอป (ต่างกันไปตามโรงพยาบาล) ถ้าภาษาเกาหลีเป็นอุปสรรค ขอให้ล่ามสายสามทางของ ☎1345 หรือ ☎1330 โทรแทนให้ก็ได้
- ไปลงทะเบียนหน้างาน: ถือแค่บัตรประจำตัวไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ แต่บางแห่งอย่างคลินิกเด็กยอดนิยมบางที่ดำเนินการโดยเน้นการลงทะเบียนผ่านแอป ถ้ากังวลว่าจะเสียเที่ยว ให้โทรเช็กก่อน
- โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยให้ไปที่ศูนย์การแพทย์นานาชาติ: เป็นช่องทางจองเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ จึงจัดการทั้งการจองและล่ามได้ในคราวเดียวโดยไม่ต้องมีมือถือเกาหลีหรือแอป (ขั้นตอนการใช้บริการโปรดตรวจสอบจากคำแนะนำของแต่ละโรงพยาบาล)

วิธีรับใบสั่งยาและไปร้านขายยา
เมื่อตรวจเสร็จ โรงพยาบาลจะไม่ได้จ่ายยาให้ แต่จะให้ ใบสั่งยา (처방전 / Prescription) เกาหลีใช้หลักการสั่งยานอกสถานพยาบาล จึงเป็นโครงสร้างที่ต้องถือใบสั่งยาไปให้ร้านขายยาจัดยาให้ และมีคำแนะนำไว้ว่าใบสั่งยาจะออกมา 2 ฉบับ (ฉบับยื่นร้านขายยา และฉบับเก็บไว้เอง) — ฉบับเก็บไว้เองมีประโยชน์ตอนเคลมประกันการเดินทางหรือกลับไปตรวจซ้ำ อย่าทิ้ง
- ร้านขายยาร้านไหนก็ได้: ร้านขายยามักกระจุกอยู่ชั้น 1 ของตึกโรงพยาบาลหรือติดกันเลย มองหากากบาทสีเขียวหรือป้าย "약"
- มีระยะเวลาการใช้: โดยทั่วไปมักระบุเป็น 3 วันนับรวมวันที่ออกใบ แต่ต่างกันไปตามโรงพยาบาล การดูระยะเวลาการใช้ที่พิมพ์อยู่บนใบสั่งยาด้วยตัวเองจึงแม่นยำกว่า ถ้าเลยกำหนดแล้วจะจัดยาไม่ได้ ต้องกลับไปตรวจซ้ำเพื่อออกใบใหม่ (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
- ค่ายา: เมื่อใช้ประกันสุขภาพจะจ่าย 30% ของค่ายาบวกค่าจัดยา มีระบบอัตราต่างขั้นที่ทำให้ภาระค่ายากระโดดเป็น 50% ถ้ารับใบสั่งยาสำหรับโรคเบาอย่างไข้หวัดจากโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูง ในแง่ค่ายาคลินิกแถวบ้านจึงได้เปรียบเช่นกัน
รวมช่องทางโทรศัพท์ล่ามทางการแพทย์
รวบรวมเฉพาะช่องทางที่เปิดให้บริการอยู่จริง ณ 2026-08 วิธีใช้ที่เป็นหัวใจคือ สายสามทาง ที่ล่ามเข้ามาแทรกอยู่ระหว่างการคุยกับโรงพยาบาล
| ช่องทาง | ภาษา·เวลา | ใช้ตอนไหน |
|---|---|---|
| ☎1330 สายด่วนข้อมูลท่องเที่ยว (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี) | เกาหลี·อังกฤษ·ญี่ปุ่น·จีน 24 ชั่วโมง รัสเซีย·เวียดนาม·ไทย·มลายูอินโดนีเซีย 08:00~19:00 ทุกวันไม่มีวันหยุด·ฟรี | ช่องทางพื้นฐานของนักท่องเที่ยว แนะนำโรงพยาบาล และต่อสายสามทางไป 119 หรือ 1345 เมื่อจำเป็น |
| ☎1345 ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ (กระทรวงยุติธรรม) | 20 ภาษา วันธรรมดา 09:00~22:00 (หลัง 18 น. เกาหลี·อังกฤษ·จีน) | ช่องทางพื้นฐานของผู้พำนัก เลือกภาษาใน ARS แล้วกดปุ่ม * |
| ☎1577-1366 ศูนย์บริการดานูรี (กระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัว) | 13 ภาษา 365 วัน 24 ชั่วโมง | สำหรับผู้ย้ายถิ่นฐานและครอบครัวพหุวัฒนธรรม ล่ามสายสามทางที่รับสายแม้ดึกดื่น |
| ☎1339 ศูนย์บริการสำนักงานควบคุมและป้องกันโรค | 365 วัน 24 ชั่วโมง (เน้นภาษาเกาหลี) | ปรึกษาโรคติดเชื้อและข้อมูลโรค ไม่ใช่เบอร์ปรึกษาการแพทย์ฉุกเฉิน |
ข้อควรระวังอีกอย่าง — 1339 ไม่ใช่เบอร์แนะนำห้องฉุกเฉิน เป็นช่องทางปรึกษาข้อมูลโรคของสำนักงานควบคุมและป้องกันโรค และปรึกษาเป็นภาษาต่างประเทศโดยตรงไม่ได้ จึงมีคำแนะนำไว้ว่าให้ใช้ผ่านสายสามทางร่วมกับ 1330 หรือ 1345 ถ้าอยู่ในโซล กรุงโซลได้เริ่มดำเนินการหน่วยสนับสนุนล่ามทางการแพทย์ที่ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนสำหรับผู้พำนักชาวต่างชาติแล้ว วิธีสมัครลองตรวจสอบที่ดาซันคอล ☎120 (รายละเอียดการดำเนินการต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
กลางคืน สุดสัปดาห์ และห้องฉุกเฉิน
- หาที่ที่เปิดตอนกลางคืนและสุดสัปดาห์: ค้นหาโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาที่กำลังเปิดตรวจอยู่ตอนนี้ได้จากพอร์ทัลการแพทย์ฉุกเฉิน E-Gen (e-gen.or.kr) และแอป E-Gen ทางโทรศัพท์ก็มีศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุขและสวัสดิการ ☎129 หรือ ☎120 คอยแนะนำ
- เมื่อลูกไม่สบาย: โรงพยาบาลเด็กแสงจันทร์ (달빛어린이병원) คือโรงพยาบาลที่ได้รับการกำหนดให้ตรวจผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงอายุไม่เกิน 18 ปีในช่วงกลางคืนและวันหยุด มีอยู่ราว 150 แห่งทั่วประเทศ (เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ) และค้นแยกตามพื้นที่ได้ใน E-Gen (ข้อมูล ณ 2026-08)
- โครงสร้างค่าใช้จ่ายของห้องฉุกเฉิน: ถ้าใช้ห้องฉุกเฉินทั้งที่ไม่ใช่อาการฉุกเฉิน จะมีค่าบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉิน (ราว 20,000~60,000 วอน ต่างกันตามประเภทสถานพยาบาลและปี) บวกเข้ามาโดยรับผิดชอบเองทั้งหมด (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) นอกจากนี้ตั้งแต่กันยายน 2024 ถ้าผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง (KTAS 4·5) ไปห้องฉุกเฉินใหญ่อย่างศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินประจำภูมิภาค จะถูกคิดส่วนร่วมจ่ายค่ารักษาในห้องฉุกเฉิน 90% — มีคำแนะนำว่าตามเกณฑ์ศูนย์ประจำภูมิภาคจะขึ้นจากเฉลี่ยราว 130,000 วอนไปอยู่ที่ระดับ 220,000 วอน
- เกณฑ์การตัดสินใจ: ถ้าถึงขั้นวิกฤตต่อชีวิตอย่างระดับความรู้สึกตัวลดลง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอกรุนแรง หรือเลือดออกมาก ให้โทร. ☎119 ทันที ในทางกลับกัน การไปห้องฉุกเฉินเพราะ "เป็นกลางคืนแล้วไม่มีที่ไหนเปิด" ขาดทุนหนักทั้งค่าใช้จ่ายและเวลารอ — โรงพยาบาลเด็กแสงจันทร์หรือคลินิกในเช้าวันรุ่งขึ้นอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ทิปเชื่อมต่อการเดินทางและการชำระเงิน
อุปสรรคที่ซ่อนอยู่จริง ๆ ของวันที่ป่วยคือการเดินทาง ไข้ขึ้นทั้งที่ยังต้องต่อรถเมล์หลายต่อไปโรงพยาบาลนั้นเกินกำลัง และทางกลับที่ต้องเดินถือถุงยาหลังตรวจเสร็จก็รู้สึกไกลกว่าเดิม แต่แอปเรียกแท็กซี่ของเกาหลีจำนวนไม่น้อยตั้งเงื่อนไขว่าต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือเกาหลี ชาวต่างชาติจำนวนมากจึงมาติดที่ขั้นเรียกรถในวันที่ป่วยพอดี
ถ้าติดตั้ง แอปเดินทางและชำระเงินที่ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ไว้ล่วงหน้า เส้นทางนี้จะเรียบง่ายขึ้น เพราะถ้าเรียกแท็กซี่ได้โดยไม่มีมือถือเกาหลีและจ่ายด้วยช่องทางชำระเงินต่างประเทศต่อได้เลย การไปโรงพยาบาลก็เบาลงมาก และตอนที่หายดีแล้วต้องไปศูนย์การแพทย์นานาชาติในเมืองอื่น ก็ต่อด้วยการจอง KTX และรถบัสด่วนในแอปเดียวกันได้อีก
อยากใช้การเดินทางและชำระเงินในเกาหลีในแอปเดียว โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลีหรือบัญชีธนาคาร? ลองดู LACHA
ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว
ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที
ดาวน์โหลดเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. เป็นนักท่องเที่ยวเลยไม่มีประกันสุขภาพ ถ้าไปคลินิกเพราะไข้หวัดจะเสียเท่าไร? ต้องจ่ายเต็มแบบนอกสิทธิ์จึงต่างกันตามสถานพยาบาล แต่ช่วงที่รู้กันว่าพบบ่อยคือ ราว 50,000~80,000 วอน เมื่อรวมค่ารักษากับค่ายา (ข้อมูล ณ 2026-08 ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) ให้ถามค่าใช้จ่ายโดยประมาณก่อนลงทะเบียน และถ้ามีประกันการเดินทาง ให้เก็บใบเสร็จค่ารักษา ใบแจกแจงรายละเอียด และใบสั่งยาฉบับเก็บไว้เองไปเคลม
Q2. ไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยตรง ๆ เลยไม่ได้เหรอ? ไม่ได้ห้ามไม่ให้ไป แต่ถ้าไม่มีใบส่งตัว ประกันสุขภาพจะใช้ไม่ได้ จึงกลายเป็น รับผิดชอบค่ารักษา 100% เอง ถ้าไม่นับข้อยกเว้นอย่างฉุกเฉิน การคลอดบุตร ทันตกรรม และเวชศาสตร์ครอบครัว วิธีมาตรฐานคือเข้ารับการตรวจที่คลินิกก่อน แล้วขอใบส่งตัวเมื่อจำเป็น
Q3. พูดภาษาเกาหลีไม่ได้เลย ตรวจที่คลินิกแถวบ้านได้ไหม? ได้ อาการสื่อสารผ่านหน้าจอแอปแปลภาษาก็เพียงพอ ส่วนการลงทะเบียนและชำระเงินก็ดำเนินการได้ถ้ามีบัตรประจำตัวและช่องทางชำระเงิน ในจังหวะที่จำเป็นต้องพูดจริง ๆ ให้ต่อล่ามสายสามทางของ ☎1330 หรือ ☎1345 แล้วเปิดลำโพง ถ้าเป็นการตรวจที่การสื่อสารต้องแม่นยำอย่างการปรึกษาผ่าตัด การจองโรงพยาบาลที่มีศูนย์การแพทย์นานาชาติจะปลอดภัยกว่า
Q4. รับใบสั่งยามาแล้วผ่านไปหลายวัน ร้านขายยาไม่ยอมรับ ถ้าเลย ระยะเวลาการใช้ (โดยทั่วไป 3 วันนับรวมวันที่ออกใบ) ที่ระบุบนใบสั่งยา ร้านขายยาจะจัดยาไม่ได้ มีคำแนะนำไว้ว่าถ้าวันสุดท้ายตรงกับสุดสัปดาห์หรือวันหยุดราชการจะขยายไปถึงวันทำการถัดไป แต่ถ้าเลยไปแล้วก็ต้องกลับไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเพื่อออกใบใหม่ (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
Q5. กลางคืนลูกมีไข้ ต้องไปห้องฉุกเฉินเลยไหม? ถ้าอาการไม่รุนแรง ให้เช็ก โรงพยาบาลเด็กแสงจันทร์ (달빛어린이병원) ก่อน — ค้นแยกตามพื้นที่ได้ที่ E-Gen (e-gen.or.kr) ห้องฉุกเฉินใหญ่มีภาระค่าใช้จ่ายสูงเพราะกฎส่วนร่วมจ่าย 90% สำหรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง (KTAS 4·5) และรอนานด้วย แต่ถ้ามีสัญญาณวิกฤตอย่างชัก ระดับความรู้สึกตัวลดลง หรือหายใจลำบาก อย่าคิดเรื่องค่าใช้จ่าย ให้โทร. ☎119 ทันที
ก้าวข้ามธรณีประตูโรงพยาบาลสักครั้ง ชีวิตในเกาหลีก็ง่ายขึ้น
การเตรียมตัวที่ควรทำไว้ก่อนป่วยมีสามอย่าง
- เก็บ บัตรลงทะเบียนคนต่างด้าว (หรือพาสปอร์ต) ไว้ในกระเป๋าสตางค์ ครึ่งหนึ่งของการลงทะเบียนคือบัตรประจำตัว
- บันทึกตำแหน่งและเบอร์โทรของอายุรกรรมและหูคอจมูกใกล้บ้านไว้ในแอปแผนที่ เร็วกว่าการมาค้นหาในวันที่ป่วยมาก
- เตรียมพาหนะสำหรับวันที่ป่วยไว้ วิธีเรียกแท็กซี่โดยไม่มีเบอร์เกาหลีสรุปไว้ที่ วิธีเรียกแท็กซี่โดยไม่มีโทรศัพท์
พอได้ไปโรงพยาบาลสักครั้งก็จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอแค่จำลำดับไว้ คลินิกก่อน พกบัตรประจำตัว และเอาใบสั่งยาไปร้านขายยาภายในกำหนด — สามอย่างนี้ก็เพียงพอสำหรับการไปครั้งแรก
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลการใช้ชีวิตทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ค่ารักษา อัตราร่วมจ่าย และระบบต่าง ๆ ในเนื้อหาเป็นข้อมูลเปิดเผย ณ 2026-08 และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ก่อนใช้บริการจริงโปรดตรวจสอบจากช่องทางทางการอย่างสำนักงานประเมินและตรวจสอบการประกันสุขภาพ (hira.or.kr) สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (nhis.or.kr) และพอร์ทัลการแพทย์ฉุกเฉิน E-Gen (e-gen.or.kr) การปรึกษาเป็นภาษาต่างประเทศใช้ ☎1330 (ล่ามท่องเที่ยว) ☎1345 (ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ) และ ☎1577-1366 (ดานูรี) ได้ LACHA ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดจากคำแนะนำนี้




