LACHAKorea Guide by LACHA
คู่มือทั้งหมด70
④ การใช้ชีวิต

วิธีไปโรงพยาบาลในเกาหลี — การลงทะเบียน ค่ารักษา ใบสั่งยา และล่าม (สำหรับชาวต่างชาติ)

④ การใช้ชีวิตทีมคู่มือ LACHA· อัปเดต 2026-08-17· อ่าน 29 นาที
วิธีไปโรงพยาบาลในเกาหลี — การลงทะเบียน ค่ารักษา ใบสั่งยา และล่าม (สำหรับชาวต่างชาติ)
สารบัญ

เช้าวันที่มีไข้และเจ็บคอ พอค้นคำว่า '병원' (โรงพยาบาล) ในแอปแผนที่ อายุรกรรม หูคอจมูก และโรงพยาบาลทั่วไปก็ขึ้นมาพร้อมกันทีเดียว บางคนไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ดูใหญ่ที่สุด แล้วต้องเดินกลับออกมาจากเคาน์เตอร์ลงทะเบียนเพราะได้ยินว่า "ถ้าไม่มีใบส่งตัว ประกันสุขภาพใช้ไม่ได้" โทรหาคลินิกแถวบ้านก็มีแต่เสียงแนะนำภาษาเกาหลี ส่วนแอปจองก็ติดตั้งแต่ขั้นยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือ — ทั้งหมดนี้คือฉากที่เกิดขึ้นจริงในการไปโรงพยาบาลครั้งแรกของชาวต่างชาติ

แต่ถ้ารู้ลำดับขั้น โรงพยาบาลเกาหลีก็ใช้บริการได้ไม่ยากสำหรับชาวต่างชาติ คลินิกแถวบ้านหลายแห่งรับตรวจแบบลงทะเบียนหน้างานในวันนั้นโดยไม่ต้องจอง และถ้ามีประกันสุขภาพ ค่ารักษาไข้หวัดก็เบากว่าที่คิดมาก ตัวแปรใหญ่ที่สุดที่ตัดสินค่าใช้จ่ายคือการมีประกันสุขภาพหรือไม่ ถ้ายังจัดการเรื่องนี้ไม่เรียบร้อย ควรอ่าน คู่มือประกันสุขภาพสำหรับชาวต่างชาติ ไว้ก่อน

บทความนี้จะสรุปทั้งกระบวนการของการไปครั้งแรกไล่ตามลำดับ ตั้งแต่วิธีเลือกโรงพยาบาล บัตรประจำตัวที่ใช้ลงทะเบียน ช่วงราคาค่ารักษา ใบสั่งยากับเส้นทางไปร้านขายยา ช่องทางโทรศัพท์ล่าม ไปจนถึงสถานการณ์กลางคืนและฉุกเฉิน

ค่าใช้จ่าย เวลา และขั้นตอนด้านล่างอ้างอิงข้อมูลเปิดเผย ณ 2026-08 อัตราค่ารักษาและระบบการแพทย์เปลี่ยนทุกปี ก่อนไปโปรดตรวจสอบอีกครั้งจากเว็บไซต์ทางการอย่างสำนักงานประเมินและตรวจสอบการประกันสุขภาพ (hira.or.kr) และพอร์ทัลการแพทย์ฉุกเฉิน E-Gen (e-gen.or.kr)

ไปคลินิกก่อน — ความต่างของสถานพยาบาลระดับ 1, 2 และ 3

สถานพยาบาลของเกาหลีแบ่งใหญ่ ๆ เป็นสามระดับ คลินิก (의원 / Clinic) แถวบ้านคือระดับ 1 โรงพยาบาลและโรงพยาบาลทั่วไปคือระดับ 2 ส่วนโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูง (상급종합병원 = โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย) อย่างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลคือระดับ 3 การรักษาทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างไข้หวัด ลำไส้อักเสบ หรืออาการปวดเล็กน้อย มีคำแนะนำไว้ว่าให้เริ่มที่คลินิกระดับ 1 เป็นลำดับพื้นฐาน

ใหญ่กว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่า แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูงมีโครงสร้างที่ต้องมี ใบส่งตัว (진료의뢰서 / 요양급여의뢰서) ประกันสุขภาพถึงจะใช้ได้ ถ้าไปตรงโดยไม่มีใบส่งตัว จะต้องรับผิดชอบค่ารักษา 100% เอง — ทั้งค่าตรวจและค่ายาถูกคิดแบบนอกสิทธิ์ ใบส่งตัวจะออกให้เมื่อเข้ารับการตรวจที่สถานพยาบาลระดับ 1 หรือ 2 แล้วแพทย์ตัดสินว่า "ควรไปโรงพยาบาลใหญ่"

มีข้อยกเว้นเช่นกัน ผู้ป่วยฉุกเฉิน การคลอดบุตร ทันตกรรม และเวชศาสตร์ครอบครัว รวมถึงเวชศาสตร์ฟื้นฟู (ผู้พิการที่ขึ้นทะเบียน ฯลฯ) และผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย มีคำแนะนำไว้ว่าเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูงได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)

เคล็ดลับอ่านป้ายอีกอย่าง ถ้าชื่อลงท้ายด้วย 의원 (คลินิก) อย่าง "○○내과의원" นั่นคือระดับ 1 ไข้หวัดไปอายุรกรรม (내과 / Internal Medicine) หรือหูคอจมูก (이비인후과 / ENT) ปัญหาผิวไปแผนกผิวหนัง (피부과) ส่วนเด็กไปกุมารเวชและวัยรุ่น (소아청소년과)

วิธีหาโรงพยาบาลที่สื่อสารภาษาต่างประเทศได้

  • ศูนย์การแพทย์นานาชาติของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย: โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยหลัก ๆ อย่างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เซเวอรานซ์ และโรงพยาบาลอาซานโซล เปิดศูนย์การแพทย์นานาชาติที่มีล่ามอยู่ด้วยตั้งแต่การจองจนถึงการชำระเงิน เป็นโรงพยาบาลระดับ 3 ที่ต้องใช้ใบส่งตัว จึงควรจำไว้เป็นช่องทางสำหรับตอนที่ต้องตรวจละเอียดหรือนอนโรงพยาบาล
  • รายชื่อที่หน่วยงานท้องถิ่นเปิดเผย: หน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งอย่างแทกูเปิดเผยรายชื่อสถานพยาบาลที่สื่อสารภาษาต่างประเทศได้เป็นข้อมูลสาธารณะ ลองค้นด้วยคำว่า "ชื่อพื้นที่ + โรงพยาบาลที่ใช้ภาษาต่างประเทศได้" ดู
  • พอร์ทัลการแพทย์ฉุกเฉิน E-Gen (e-gen.or.kr): ค้นหาโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาที่เปิดอยู่ตอนนี้แยกตามพื้นที่ได้ แต่หน้าจออาจเน้นภาษาเกาหลีเป็นหลัก การใช้คู่กับแอปแปลภาษาจึงใช้ได้จริงกว่า (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
  • ให้คนอื่นถามแทนทางโทรศัพท์: ถ้าโทร. 1330 หรือ 1345 ในหัวข้อล่ามด้านล่างแล้วถามว่า "แถวนี้มีอายุรกรรมที่พูดอังกฤษได้ไหม" เขาจะช่วยต่อสายสามทางเพื่อยืนยันให้ด้วย

สิ่งที่ต้องใช้ตอนลงทะเบียน

ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2024 การเข้ารับการรักษาโดยใช้ประกันสุขภาพ ต้องตรวจสอบบัตรประจำตัวเป็นข้อบังคับ ชาวต่างชาติใช้บัตรลงทะเบียนคนต่างด้าว บัตรแจ้งถิ่นพำนักในประเทศ บัตรผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือพาสปอร์ตได้ และมีคำแนะนำไว้ว่าบัตรประกันสุขภาพแบบโมบายล์ (แอป/QR) ก็ใช้ได้ ถ้าไม่มีบัตรประจำตัว ประกันสุขภาพอาจใช้ไม่ได้หรือการลงทะเบียนอาจล่าช้า จึงต้องพกไปด้วยเสมอ

ตัวการลงทะเบียนเองง่ายมาก ยื่นบัตรประจำตัวที่เคาน์เตอร์แล้วบอกอาการ (ใช้หน้าจอแอปแปลภาษาก็ได้) เจ้าหน้าที่จะให้แบบสอบถามผู้ป่วยใหม่ ชื่อให้เขียน ตามตัวสะกดโรมันบนบัตรประจำตัวทุกตัวอักษร — ถ้าสะกดต่างกัน มีบางกรณีที่ค้นข้อมูลประกันสุขภาพไม่เจอ คลินิกส่วนใหญ่ดำเนินการแบบลงทะเบียนหน้างานในวันนั้นโดยไม่ต้องจอง และเวลารอต่างกันพอสมควรตามโรงพยาบาลและช่วงเวลา

ค่ารักษาแยกกันที่ว่ามีประกันสุขภาพหรือไม่

ในเกาหลี ถ้า พำนักตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ชาวต่างชาติก็จะถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนภูมิภาคของประกันสุขภาพโดยอัตโนมัติ (นับจากวันที่ครบ 6 เดือนหลังวันเข้าประเทศ) มีคำแนะนำไว้ว่านักศึกษาต่างชาติ (D-2) แรงงานทั่วไป (E-9) ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (F-5) และผู้ย้ายถิ่นฐานจากการสมรส (F-6) ฯลฯ ขึ้นทะเบียนได้ทันที และถ้าเป็นผู้ประกันตนในระบบจ้างงาน โดยทั่วไปบริษัทจะดำเนินการให้

ถ้ามีประกันสุขภาพ จะร่วมจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยนอกเพียงบางส่วน (ข้อมูล ณ 2026-08)

สถานพยาบาล อัตราร่วมจ่ายผู้ป่วยนอก (ทั่วไป อายุต่ำกว่า 65 ปี)
คลินิก (의원) 30%
โรงพยาบาล (병원) 40% (เกณฑ์เขตดง)
โรงพยาบาลทั่วไป (종합병원) 50% (เกณฑ์เขตดง)
โรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูง (상급종합병원) ค่าตรวจ 100% + ส่วนที่เหลือ 60%

ให้พอจับความรู้สึกได้ ค่าตรวจครั้งแรกที่คลินิกในปี 2026 คือ 18,840 วอน เมื่อใช้ประกันสุขภาพ ส่วนที่ร่วมจ่ายสำหรับค่าตรวจจึงราว 5,650 วอน (มีการประกาศไว้ว่าจะขึ้นเพิ่มช่วงปลายปี — ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) ถ้าเป็นการรักษาไข้หวัด หลายกรณีจบที่ราว 10,000~20,000 วอนเมื่อรวมค่ารักษากับค่ายา (ข้อมูล ณ 2026-08 ถ้ามีการตรวจเพิ่มก็จะสูงขึ้น)

ถ้าไม่มีประกันสุขภาพ ต้องจ่ายเต็มแบบนอกสิทธิ์ การรักษาไข้หวัดแบบเดียวกันจึงขึ้นไปถึง ราว 50,000~80,000 วอน — ต่างกันมากตามสถานพยาบาล การถามค่าใช้จ่ายโดยประมาณก่อนลงทะเบียนจึงปลอดภัยกว่า (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว อย่าลืมขอใบเสร็จค่ารักษาและใบแจกแจงรายละเอียดไว้สำหรับเคลมประกันการเดินทาง

อนึ่ง เบี้ยประกันสุขภาพภูมิภาคของชาวต่างชาติมีคำแนะนำไว้ว่าอยู่ที่ระดับ 150,000 วอนต่อเดือนตามเกณฑ์ขั้นต่ำของปี 2026 (นักศึกษาต่างชาติลด 50%) — จำนวนที่แน่นอนโปรดตรวจสอบที่สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (nhis.or.kr) ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ต้อง นอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัด โดยไม่มีประกันสุขภาพ ก็ยังมีตาข่ายรองรับชื่อ "โครงการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลสำหรับแรงงานต่างชาติ ฯลฯ" ยื่นเรื่องที่ห้องนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ของสถานพยาบาลที่กำหนด และมีคำแนะนำไว้ว่าต้องใช้พาสปอร์ตหรือบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าวพร้อมใบรับรองแพทย์ (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)

เมื่อแอปจองใช้ไม่ได้

คนเกาหลีใช้แอปอย่าง ต๊อกดั๊ก (똑닥 / DdocDoc) กันมากในการจองโรงพยาบาลและรับคิว ฟังก์ชันจองใช้ฟรี แต่บางฟังก์ชันต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน และการสมัครต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือ ถ้ามีเบอร์มือถือเกาหลีในชื่อตัวเองและบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าวก็ลองได้ แต่มีกรณีที่รู้กันว่าเกิดข้อผิดพลาดในการยืนยันตัวตนเพราะตัวสะกดโรมันของชื่อไม่ตรงกัน (ข้อมูล ณ 2026-08 ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) เรื่องที่ว่าการยืนยันตัวตนติดตรงไหนและเพราะอะไร มีแยกไว้ที่ สรุปบริการที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลี

ถ้าแอปใช้ไม่ได้ ให้ทำแบบนี้

  1. จองทางโทรศัพท์: โรงพยาบาลส่วนใหญ่รับลงทะเบียนทางโทรศัพท์โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนในแอป (ต่างกันไปตามโรงพยาบาล) ถ้าภาษาเกาหลีเป็นอุปสรรค ขอให้ล่ามสายสามทางของ ☎1345 หรือ ☎1330 โทรแทนให้ก็ได้
  2. ไปลงทะเบียนหน้างาน: ถือแค่บัตรประจำตัวไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ แต่บางแห่งอย่างคลินิกเด็กยอดนิยมบางที่ดำเนินการโดยเน้นการลงทะเบียนผ่านแอป ถ้ากังวลว่าจะเสียเที่ยว ให้โทรเช็กก่อน
  3. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยให้ไปที่ศูนย์การแพทย์นานาชาติ: เป็นช่องทางจองเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ จึงจัดการทั้งการจองและล่ามได้ในคราวเดียวโดยไม่ต้องมีมือถือเกาหลีหรือแอป (ขั้นตอนการใช้บริการโปรดตรวจสอบจากคำแนะนำของแต่ละโรงพยาบาล)
วิธีไปโรงพยาบาลในเกาหลี — การลงทะเบียน ค่ารักษา ใบสั่งยา และล่าม (สำหรับชาวต่างชาติ) — ภาพประกอบเนื้อหาที่แสดงสถานการณ์การใช้งานจริง
วิธีไปโรงพยาบาลในเกาหลี — การลงทะเบียน ค่ารักษา ใบสั่งยา และล่าม (สำหรับชาวต่างชาติ)

วิธีรับใบสั่งยาและไปร้านขายยา

เมื่อตรวจเสร็จ โรงพยาบาลจะไม่ได้จ่ายยาให้ แต่จะให้ ใบสั่งยา (처방전 / Prescription) เกาหลีใช้หลักการสั่งยานอกสถานพยาบาล จึงเป็นโครงสร้างที่ต้องถือใบสั่งยาไปให้ร้านขายยาจัดยาให้ และมีคำแนะนำไว้ว่าใบสั่งยาจะออกมา 2 ฉบับ (ฉบับยื่นร้านขายยา และฉบับเก็บไว้เอง) — ฉบับเก็บไว้เองมีประโยชน์ตอนเคลมประกันการเดินทางหรือกลับไปตรวจซ้ำ อย่าทิ้ง

  • ร้านขายยาร้านไหนก็ได้: ร้านขายยามักกระจุกอยู่ชั้น 1 ของตึกโรงพยาบาลหรือติดกันเลย มองหากากบาทสีเขียวหรือป้าย "약"
  • มีระยะเวลาการใช้: โดยทั่วไปมักระบุเป็น 3 วันนับรวมวันที่ออกใบ แต่ต่างกันไปตามโรงพยาบาล การดูระยะเวลาการใช้ที่พิมพ์อยู่บนใบสั่งยาด้วยตัวเองจึงแม่นยำกว่า ถ้าเลยกำหนดแล้วจะจัดยาไม่ได้ ต้องกลับไปตรวจซ้ำเพื่อออกใบใหม่ (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
  • ค่ายา: เมื่อใช้ประกันสุขภาพจะจ่าย 30% ของค่ายาบวกค่าจัดยา มีระบบอัตราต่างขั้นที่ทำให้ภาระค่ายากระโดดเป็น 50% ถ้ารับใบสั่งยาสำหรับโรคเบาอย่างไข้หวัดจากโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับสูง ในแง่ค่ายาคลินิกแถวบ้านจึงได้เปรียบเช่นกัน

รวมช่องทางโทรศัพท์ล่ามทางการแพทย์

รวบรวมเฉพาะช่องทางที่เปิดให้บริการอยู่จริง ณ 2026-08 วิธีใช้ที่เป็นหัวใจคือ สายสามทาง ที่ล่ามเข้ามาแทรกอยู่ระหว่างการคุยกับโรงพยาบาล

ช่องทาง ภาษา·เวลา ใช้ตอนไหน
☎1330 สายด่วนข้อมูลท่องเที่ยว (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี) เกาหลี·อังกฤษ·ญี่ปุ่น·จีน 24 ชั่วโมง รัสเซีย·เวียดนาม·ไทย·มลายูอินโดนีเซีย 08:00~19:00 ทุกวันไม่มีวันหยุด·ฟรี ช่องทางพื้นฐานของนักท่องเที่ยว แนะนำโรงพยาบาล และต่อสายสามทางไป 119 หรือ 1345 เมื่อจำเป็น
☎1345 ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ (กระทรวงยุติธรรม) 20 ภาษา วันธรรมดา 09:00~22:00 (หลัง 18 น. เกาหลี·อังกฤษ·จีน) ช่องทางพื้นฐานของผู้พำนัก เลือกภาษาใน ARS แล้วกดปุ่ม *
☎1577-1366 ศูนย์บริการดานูรี (กระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัว) 13 ภาษา 365 วัน 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ย้ายถิ่นฐานและครอบครัวพหุวัฒนธรรม ล่ามสายสามทางที่รับสายแม้ดึกดื่น
☎1339 ศูนย์บริการสำนักงานควบคุมและป้องกันโรค 365 วัน 24 ชั่วโมง (เน้นภาษาเกาหลี) ปรึกษาโรคติดเชื้อและข้อมูลโรค ไม่ใช่เบอร์ปรึกษาการแพทย์ฉุกเฉิน

ข้อควรระวังอีกอย่าง — 1339 ไม่ใช่เบอร์แนะนำห้องฉุกเฉิน เป็นช่องทางปรึกษาข้อมูลโรคของสำนักงานควบคุมและป้องกันโรค และปรึกษาเป็นภาษาต่างประเทศโดยตรงไม่ได้ จึงมีคำแนะนำไว้ว่าให้ใช้ผ่านสายสามทางร่วมกับ 1330 หรือ 1345 ถ้าอยู่ในโซล กรุงโซลได้เริ่มดำเนินการหน่วยสนับสนุนล่ามทางการแพทย์ที่ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนสำหรับผู้พำนักชาวต่างชาติแล้ว วิธีสมัครลองตรวจสอบที่ดาซันคอล ☎120 (รายละเอียดการดำเนินการต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)

กลางคืน สุดสัปดาห์ และห้องฉุกเฉิน

  • หาที่ที่เปิดตอนกลางคืนและสุดสัปดาห์: ค้นหาโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาที่กำลังเปิดตรวจอยู่ตอนนี้ได้จากพอร์ทัลการแพทย์ฉุกเฉิน E-Gen (e-gen.or.kr) และแอป E-Gen ทางโทรศัพท์ก็มีศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุขและสวัสดิการ ☎129 หรือ ☎120 คอยแนะนำ
  • เมื่อลูกไม่สบาย: โรงพยาบาลเด็กแสงจันทร์ (달빛어린이병원) คือโรงพยาบาลที่ได้รับการกำหนดให้ตรวจผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงอายุไม่เกิน 18 ปีในช่วงกลางคืนและวันหยุด มีอยู่ราว 150 แห่งทั่วประเทศ (เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ) และค้นแยกตามพื้นที่ได้ใน E-Gen (ข้อมูล ณ 2026-08)
  • โครงสร้างค่าใช้จ่ายของห้องฉุกเฉิน: ถ้าใช้ห้องฉุกเฉินทั้งที่ไม่ใช่อาการฉุกเฉิน จะมีค่าบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉิน (ราว 20,000~60,000 วอน ต่างกันตามประเภทสถานพยาบาลและปี) บวกเข้ามาโดยรับผิดชอบเองทั้งหมด (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) นอกจากนี้ตั้งแต่กันยายน 2024 ถ้าผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง (KTAS 4·5) ไปห้องฉุกเฉินใหญ่อย่างศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินประจำภูมิภาค จะถูกคิดส่วนร่วมจ่ายค่ารักษาในห้องฉุกเฉิน 90% — มีคำแนะนำว่าตามเกณฑ์ศูนย์ประจำภูมิภาคจะขึ้นจากเฉลี่ยราว 130,000 วอนไปอยู่ที่ระดับ 220,000 วอน
  • เกณฑ์การตัดสินใจ: ถ้าถึงขั้นวิกฤตต่อชีวิตอย่างระดับความรู้สึกตัวลดลง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอกรุนแรง หรือเลือดออกมาก ให้โทร. ☎119 ทันที ในทางกลับกัน การไปห้องฉุกเฉินเพราะ "เป็นกลางคืนแล้วไม่มีที่ไหนเปิด" ขาดทุนหนักทั้งค่าใช้จ่ายและเวลารอ — โรงพยาบาลเด็กแสงจันทร์หรือคลินิกในเช้าวันรุ่งขึ้นอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ทิปเชื่อมต่อการเดินทางและการชำระเงิน

อุปสรรคที่ซ่อนอยู่จริง ๆ ของวันที่ป่วยคือการเดินทาง ไข้ขึ้นทั้งที่ยังต้องต่อรถเมล์หลายต่อไปโรงพยาบาลนั้นเกินกำลัง และทางกลับที่ต้องเดินถือถุงยาหลังตรวจเสร็จก็รู้สึกไกลกว่าเดิม แต่แอปเรียกแท็กซี่ของเกาหลีจำนวนไม่น้อยตั้งเงื่อนไขว่าต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือเกาหลี ชาวต่างชาติจำนวนมากจึงมาติดที่ขั้นเรียกรถในวันที่ป่วยพอดี

ถ้าติดตั้ง แอปเดินทางและชำระเงินที่ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ไว้ล่วงหน้า เส้นทางนี้จะเรียบง่ายขึ้น เพราะถ้าเรียกแท็กซี่ได้โดยไม่มีมือถือเกาหลีและจ่ายด้วยช่องทางชำระเงินต่างประเทศต่อได้เลย การไปโรงพยาบาลก็เบาลงมาก และตอนที่หายดีแล้วต้องไปศูนย์การแพทย์นานาชาติในเมืองอื่น ก็ต่อด้วยการจอง KTX และรถบัสด่วนในแอปเดียวกันได้อีก

อยากใช้การเดินทางและชำระเงินในเกาหลีในแอปเดียว โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลีหรือบัญชีธนาคาร? ลองดู LACHA

ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว

ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที

ดาวน์โหลดเลย

Download on the App Store Get it on Google Play

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. เป็นนักท่องเที่ยวเลยไม่มีประกันสุขภาพ ถ้าไปคลินิกเพราะไข้หวัดจะเสียเท่าไร? ต้องจ่ายเต็มแบบนอกสิทธิ์จึงต่างกันตามสถานพยาบาล แต่ช่วงที่รู้กันว่าพบบ่อยคือ ราว 50,000~80,000 วอน เมื่อรวมค่ารักษากับค่ายา (ข้อมูล ณ 2026-08 ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) ให้ถามค่าใช้จ่ายโดยประมาณก่อนลงทะเบียน และถ้ามีประกันการเดินทาง ให้เก็บใบเสร็จค่ารักษา ใบแจกแจงรายละเอียด และใบสั่งยาฉบับเก็บไว้เองไปเคลม

Q2. ไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยตรง ๆ เลยไม่ได้เหรอ? ไม่ได้ห้ามไม่ให้ไป แต่ถ้าไม่มีใบส่งตัว ประกันสุขภาพจะใช้ไม่ได้ จึงกลายเป็น รับผิดชอบค่ารักษา 100% เอง ถ้าไม่นับข้อยกเว้นอย่างฉุกเฉิน การคลอดบุตร ทันตกรรม และเวชศาสตร์ครอบครัว วิธีมาตรฐานคือเข้ารับการตรวจที่คลินิกก่อน แล้วขอใบส่งตัวเมื่อจำเป็น

Q3. พูดภาษาเกาหลีไม่ได้เลย ตรวจที่คลินิกแถวบ้านได้ไหม? ได้ อาการสื่อสารผ่านหน้าจอแอปแปลภาษาก็เพียงพอ ส่วนการลงทะเบียนและชำระเงินก็ดำเนินการได้ถ้ามีบัตรประจำตัวและช่องทางชำระเงิน ในจังหวะที่จำเป็นต้องพูดจริง ๆ ให้ต่อล่ามสายสามทางของ ☎1330 หรือ ☎1345 แล้วเปิดลำโพง ถ้าเป็นการตรวจที่การสื่อสารต้องแม่นยำอย่างการปรึกษาผ่าตัด การจองโรงพยาบาลที่มีศูนย์การแพทย์นานาชาติจะปลอดภัยกว่า

Q4. รับใบสั่งยามาแล้วผ่านไปหลายวัน ร้านขายยาไม่ยอมรับ ถ้าเลย ระยะเวลาการใช้ (โดยทั่วไป 3 วันนับรวมวันที่ออกใบ) ที่ระบุบนใบสั่งยา ร้านขายยาจะจัดยาไม่ได้ มีคำแนะนำไว้ว่าถ้าวันสุดท้ายตรงกับสุดสัปดาห์หรือวันหยุดราชการจะขยายไปถึงวันทำการถัดไป แต่ถ้าเลยไปแล้วก็ต้องกลับไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเพื่อออกใบใหม่ (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)

Q5. กลางคืนลูกมีไข้ ต้องไปห้องฉุกเฉินเลยไหม? ถ้าอาการไม่รุนแรง ให้เช็ก โรงพยาบาลเด็กแสงจันทร์ (달빛어린이병원) ก่อน — ค้นแยกตามพื้นที่ได้ที่ E-Gen (e-gen.or.kr) ห้องฉุกเฉินใหญ่มีภาระค่าใช้จ่ายสูงเพราะกฎส่วนร่วมจ่าย 90% สำหรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง (KTAS 4·5) และรอนานด้วย แต่ถ้ามีสัญญาณวิกฤตอย่างชัก ระดับความรู้สึกตัวลดลง หรือหายใจลำบาก อย่าคิดเรื่องค่าใช้จ่าย ให้โทร. ☎119 ทันที

ก้าวข้ามธรณีประตูโรงพยาบาลสักครั้ง ชีวิตในเกาหลีก็ง่ายขึ้น

การเตรียมตัวที่ควรทำไว้ก่อนป่วยมีสามอย่าง

  1. เก็บ บัตรลงทะเบียนคนต่างด้าว (หรือพาสปอร์ต) ไว้ในกระเป๋าสตางค์ ครึ่งหนึ่งของการลงทะเบียนคือบัตรประจำตัว
  2. บันทึกตำแหน่งและเบอร์โทรของอายุรกรรมและหูคอจมูกใกล้บ้านไว้ในแอปแผนที่ เร็วกว่าการมาค้นหาในวันที่ป่วยมาก
  3. เตรียมพาหนะสำหรับวันที่ป่วยไว้ วิธีเรียกแท็กซี่โดยไม่มีเบอร์เกาหลีสรุปไว้ที่ วิธีเรียกแท็กซี่โดยไม่มีโทรศัพท์

พอได้ไปโรงพยาบาลสักครั้งก็จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอแค่จำลำดับไว้ คลินิกก่อน พกบัตรประจำตัว และเอาใบสั่งยาไปร้านขายยาภายในกำหนด — สามอย่างนี้ก็เพียงพอสำหรับการไปครั้งแรก

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลการใช้ชีวิตทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ค่ารักษา อัตราร่วมจ่าย และระบบต่าง ๆ ในเนื้อหาเป็นข้อมูลเปิดเผย ณ 2026-08 และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ก่อนใช้บริการจริงโปรดตรวจสอบจากช่องทางทางการอย่างสำนักงานประเมินและตรวจสอบการประกันสุขภาพ (hira.or.kr) สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (nhis.or.kr) และพอร์ทัลการแพทย์ฉุกเฉิน E-Gen (e-gen.or.kr) การปรึกษาเป็นภาษาต่างประเทศใช้ ☎1330 (ล่ามท่องเที่ยว) ☎1345 (ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ) และ ☎1577-1366 (ดานูรี) ได้ LACHA ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดจากคำแนะนำนี้

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตล่าสุด 2026-08-17