เกาหลีเป็นประเทศที่จ่ายด้วยบัตรได้ลื่นไหลมาก จึงใช้ชีวิตได้เกือบทั้งทริปโดยไม่ต้องพกเงินสด แต่ก็ยังมีจังหวะที่รับแค่เงินสดเท่านั้นอยู่ดี เช่น ตอนเติมเงินบัตรทีมันนี (T-money) ที่ร้านสะดวกซื้อ ตอนซื้อของที่ตลาดดั้งเดิมหรือแผงลอย หรือตอนที่ต้องใช้เงินสดก้อนเล็ก ๆ ด่วน ๆ แต่ร้านแลกเงินปิดไปแล้ว
ในจังหวะแบบนี้ ถ้าถือบัตรที่ออกจากต่างประเทศแล้วเดินเข้าตู้ ATM ตู้ไหนก็ได้ มีสิทธิ์เสียเที่ยวสูงมาก เพราะตู้ ATM ในเกาหลีจำนวนไม่น้อยเป็นเครื่อง สำหรับบัตรในประเทศเท่านั้น เสียบบัตรต่างประเทศเข้าไปก็ขึ้นแค่ "ทำรายการไม่ได้" แล้วคายบัตรออกมาเฉย ๆ ซึ่งเจอกันบ่อย แถมต่อให้อุตส่าห์หาตู้ที่ใช้ได้เจอแล้ว ถ้ากดปุ่มผิดไปหนึ่งปุ่มบนหน้าจอ (คือ DCC ที่จะอธิบายต่อไป) ก็จะโดนกินส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มไปอีกหลายเปอร์เซ็นต์
บทความนี้จะไล่เรียงตามลำดับว่าจะหาตู้ ATM ที่รับบัตรต่างประเทศได้ยังไง ค่าธรรมเนียมบวกตรงไหนเท่าไหร่ และมีเทคนิคอะไรที่ช่วยประหยัดได้แม้แต่วอนเดียว
ค่าธรรมเนียมและวงเงินด้านล่างอ้างอิงข้อมูลเปิดเผย ณ 2026-08 ค่าธรรมเนียมตู้ ATM และวงเงินกดเงินต่างกันตามบริษัทผู้ให้บริการตู้ ธนาคาร และผลิตภัณฑ์บัตร โปรดตรวจสอบจำนวนเงินจริงอีกครั้งจากคำแนะนำบนหน้าจอและประกาศของผู้ออกบัตร
เริ่มจากมองหาป้าย 'Global ATM'
ตู้ ATM ที่กดเงินด้วยบัตรต่างประเทศได้จะมีป้าย "Global ATM" หรือ "Global Service" ติดอยู่ที่ตัวเครื่อง ถ้าไม่มีข้อความนี้ ให้ดูว่ามีโลโก้ Visa · Mastercard · UnionPay · JCB พิมพ์อยู่บนเครื่องไหม เครื่องที่ไม่มีโลโก้เลยสักอันมีแนวโน้มสูงว่าเป็นเครื่องสำหรับบัตรในประเทศเท่านั้น
| ที่ตั้ง | ค่าธรรมเนียมต่อครั้ง (ข้อมูล ณ 2026-08) | วงเงินกดต่อครั้ง | เวลาให้บริการ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| ตู้ ATM ธนาคาร (สาขาอูรี (우리) · KB กุกมิน (KB국민) · ชินฮัน (신한) · ฮานา (하나) ฯลฯ) | ราว 3,000 วอน | ราว 1,000,000 วอน | มุมตู้ ATM ของสาขาหลายแห่งปิดตั้งแต่ยังไม่ดึกมาก (ต่างกันตามสาขา ต้องเช็กเวลาทำการในแอปแผนที่) | ได้เปรียบเมื่อต้องการกดก้อนใหญ่ทีเดียว |
| ตู้ ATM ร้านสะดวกซื้อ (CU · GS25 · เซเว่นอีเลฟเว่น · อีมาร์ท24 (이마트24)) | ราว 3,000~4,000 วอน | ราว 300,000 วอน | เปิด 24 ชั่วโมง แต่ช่วงดึกที่มีการตรวจสอบระบบอาจทำรายการไม่ได้ชั่วคราว (ต่างกันตามผู้ให้บริการ ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) | เข้าถึงง่ายที่สุด แต่วงเงินค่อนข้างต่ำ |
| ตู้ ATM สนามบินและโรงแรม | ต่างกันตามเครื่อง (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) | ต่างกันตามเครื่อง (ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) | ที่สนามบินหลายจุดเปิดตามช่วงเวลาของเที่ยวบิน | สะดวกสำหรับกดเงินก้อนเล็กทันทีที่มาถึง |
- หน้าจอภาษาอังกฤษเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ตู้ Global ATM เลือก English ได้ตั้งแต่หน้าจอแรก และบางเครื่องรองรับภาษาจีนกับญี่ปุ่นด้วย
- ไม่ใช่ว่าตู้ในร้านสะดวกซื้อจะใช้ได้ทุกตู้ ถึงจะเป็นร้านแบรนด์เดียวกัน บริษัทผู้ให้บริการตู้ก็อาจต่างกัน จึงปลอดภัยกว่าถ้าเช็กทีละเครื่องว่ามีป้าย Global ไหม
- ถ้าตู้ ATM ในร้านสะดวกซื้อปฏิเสธรายการตอนดึก อาจไม่ใช่ปัญหาที่บัตร แต่เป็นช่วงเวลาตรวจสอบระบบ ลองเว้นเวลาสักพักแล้วทำใหม่
จับตำแหน่งไว้ก่อนออกจากที่พัก
การลากกระเป๋าเดินเข้าร้านสะดวกซื้อทีละร้านนั้นเหนื่อยเกินไป หาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่อยู่ที่พักก็พอ
- ค้นในแอปแผนที่: ค้นคำว่า "ATM", "글로벌 ATM" (Global ATM) หรือชื่อธนาคาร + ATM แบบ "우리은행 ATM" ในเนเวอร์แมป (Naver Map) และคาคาโอแมป (KakaoMap) จะเห็นทั้งตำแหน่งและเวลาให้บริการ
- ค้นจากเว็บทางการของเครือข่ายบัตร: ใช้ Visa ATM Locator (visa.com/atmlocator), Mastercard ATM Locator หรือเมนูค้นหา ATM ในแอป UnionPay โดยตั้งประเทศเป็นเกาหลี (Korea) แล้วค้นหา (เครื่องที่แสดงผลจะรองรับจริงหรือไม่ ต้องยืนยันที่หน้างาน)
- ถ้าเป็นวันแรกที่มาถึง มุมตู้ ATM และบูธธนาคารที่ชั้นผู้โดยสารขาเข้าสนามบินอินชอนและสนามบินกิมโปชัวร์ที่สุด
- ถ้าจะไปมุมตู้ ATM ที่สาขาธนาคาร ให้เช็กเวลาทำการที่ขึ้นในแอปแผนที่ก่อน ถ้าเป็นเวลาดึกแล้ว ฝั่งร้านสะดวกซื้อหรือสนามบินปลอดภัยกว่า
ค่าธรรมเนียม — แยกทางกันตั้งแต่ว่าเป็นบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต
ก่อนจะเข้าเรื่องการคำนวณ ขอเวลาสัก 30 วินาทีเช็กบัตรของตัวเองก่อน เพราะต่อให้เป็นตู้เดียวกันและจำนวนเงินเท่ากัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันคนละเรื่อง
- บัตรเดบิต (Debit): เป็นการถอนเงินจากยอดคงเหลือในบัญชีของเรา ค่าธรรมเนียมบวกตามตารางด้านล่าง
- บัตรเครดิต (Credit): โดยทั่วไปไม่ถือเป็นการถอนเงิน แต่ถูกประมวลผลเป็นการกดเงินสดล่วงหน้า (cash advance) จะมีค่าธรรมเนียมดำเนินการต่างหาก และดอกเบี้ยเริ่มเดินตั้งแต่วันที่กดเงิน ยิ่งกว่านั้น ถ้าไม่ได้ตั้ง PIN สำหรับกดเงินสดไว้กับบริษัทบัตรล่วงหน้า ตู้ ATM จะปฏิเสธตั้งแต่แรกเลย (ต่างกันตามบริษัทบัตรและประเทศที่ออกบัตร ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
ถ้ามีทั้งสองใบ การกดด้วยบัตรเดบิตถูกกว่ามาก ส่วนบัตรเครดิตให้เก็บไว้ใช้ตอนฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น
ตัวค่าธรรมเนียมเองบวกจาก สองจุด
| ชั้น | ใครเป็นคนเก็บ | ระดับทั่วไป (ข้อมูล ณ 2026-08 ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) |
|---|---|---|
| ชั้นที่ 1 — ค่าธรรมเนียมตู้ ATM ในเกาหลี | บริษัทผู้ให้บริการตู้ ATM ในเกาหลี | ราว 3,000~4,000 วอนต่อครั้ง คิดเป็นรายครั้งโดยไม่เกี่ยวกับจำนวนเงิน ตัวเลขที่ขึ้นบนหน้าจอก่อนกดยืนยันคือตัวเลขที่แม่นยำ |
| ชั้นที่ 2 — ส่วนที่ผู้ออกบัตรเก็บ | ธนาคารหรือบริษัทบัตรต่างประเทศที่ออกบัตรให้เรา | บัตรจำนวนมากเรียกเก็บรวมเป็นบรรทัดเดียวราว 1~3% ของยอดที่กด โดยรวมค่าธรรมเนียมใช้ต่างประเทศกับส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนไว้ด้วยกัน บางบัตรบวกจำนวนเงินคงที่ต่อครั้งเพิ่มอีก |
| (ถ้าเป็นบัตรเครดิตจะมีอีกหนึ่งชั้น) | บริษัทผู้ออกบัตร | ค่าธรรมเนียมดำเนินการกดเงินสดล่วงหน้า บวกดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่กดเงิน จะมาเพิ่มจากสองชั้นข้างต้น |
ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนคือส่วนที่ซ่อนอยู่ในชั้นที่ 2 แต่ถ้าเลือก DCC อัตราแลกเปลี่ยนนี้จะถูกเปลี่ยนยกชุดไปเป็นอัตราของบริษัทผู้ให้บริการตู้ ATM ทำให้ส่วนต่างบานขึ้นอีกมาก เรื่อง DCC จะดูกันในหัวข้อถัดไปเลย
แล้วจริง ๆ เท่าไหร่กันแน่
สมมติกด 100,000 วอน ด้วยบัตรเดบิตจากตู้ Global ATM ของธนาคาร — ชั้นที่ 1 ราว 3,000 วอน + ชั้นที่ 2 อีก 1~3% (ราว 1,000~3,000 วอน) = ประมาณ 4,000~6,000 วอน คิดเป็นราว 4~6% ของยอดที่กด ถ้าใช้บัตรใบเดียวกันแบ่งกดครั้งละ 30,000 วอนสามครั้ง เฉพาะชั้นที่ 1 ก็ 9,000 วอนแล้ว อัตราค่าธรรมเนียมที่รู้สึกได้จึงพุ่งขึ้นกว่าเท่าตัว (ต่างกันตามบัตรและเครื่อง โปรดตรวจสอบจำนวนเงินจริงจากคำแนะนำบนหน้าจอ)
เกณฑ์เทียบกับร้านแลกเงินเป็นแบบนี้ ถ้าต้องใช้เงินก้อนเล็กแบบด่วน ๆ หรือเป็นกลางคืนที่ร้านแลกเงินปิดแล้ว ให้ใช้ตู้ ATM แต่ถ้าแลกเงินก้อนใหญ่ได้ในเวลากลางวัน ร้านแลกเงินหรือการแลกล่วงหน้ามักได้เปรียบกว่า การเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนแยกสรุปไว้ที่ วิธีแลกเงินในเกาหลีให้ได้เรตดีที่สุด
4 วิธีประหยัดค่าธรรมเนียม
- กดรวบทีเดียวเท่าที่จำเป็น เพราะค่าธรรมเนียมชั้นที่ 1 คิดเป็นรายครั้ง จำนวนครั้งจึงเท่ากับเงินโดยตรง
- ใช้ตู้ Global ATM ของธนาคารถ้าทำได้ ค่าธรรมเนียมต่อครั้งมักต่ำกว่าร้านสะดวกซื้อ
- บนหน้าจอ DCC ต้องเลือก KRW เสมอ จะอธิบายละเอียดในหัวข้อถัดไป
- เตรียมบัตรที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ ถ้าเป็นบัตรที่ฟรีถึงวงเงินหนึ่งต่อเดือน (บัตรหลายสกุลเงินอย่างไวส์ (Wise) หรือเรโวลูท (Revolut) หรือบัตรเดบิตสำหรับใช้ต่างประเทศของธนาคารในประเทศตัวเอง) ก็ลดค่าธรรมเนียมชั้นที่ 2 ได้
วงเงินฟรีต่างกันไปตามบัตร ข้อมูล ณ 2026-08 ไวส์ประกาศไว้ราวเดือนละ €250 และเรโวลูท Standard ราวเดือนละ £200 (ต่างกันตามประเทศที่ออกบัตรและแพ็กเกจ ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) ส่วนที่เกินจะถูกคิดค่าธรรมเนียมระดับ 2% และค่าธรรมเนียมชั้นที่ 1 ก็ยังบวกเหมือนเดิมไม่ว่าจะใช้บัตรใบไหน ให้คิดไว้เลยว่า "บัตรที่ฟรีสมบูรณ์แบบ" นั้นไม่มี
วงเงินกดต่อครั้งและต่อวัน
วงเงินจะยึด ฝั่งที่ต่ำกว่า ระหว่าง "วงเงินฝั่งตู้ ATM" กับ "วงเงินฝั่งบัตรของเรา" ฝั่งตู้ ATM ดูจากตารางด้านบนได้เลย (ธนาคารราว 1,000,000 วอน / ร้านสะดวกซื้อราว 300,000 วอน) สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือฝั่งบัตร
- ถ้า วงเงินกดเงินต่างประเทศต่อวันของบัตรเรา ต่ำกว่าวงเงินฝั่งเกาหลี ตัวนั้นจะมาก่อน ให้เช็กจากแอปของผู้ออกบัตรหรือคอลเซ็นเตอร์ และปรับขึ้นไว้ถ้าจำเป็น
- ถ้าติดวงเงินแล้วต้องแบ่งกดหลายครั้ง ค่าธรรมเนียมรายครั้งก็จะถูกคิดซ้ำ วางแผนในทิศทางที่ลดจำนวนครั้งภายในวงเงินจะได้เปรียบกว่า
DCC — คำถามที่ว่า "จะเรียกเก็บเป็นสกุลเงินประเทศคุณไหม?" ให้ปฏิเสธ
หลังจากใส่จำนวนเงินที่จะกดแล้ว บางเครื่องจะขึ้นหน้าจอแบบนี้ "Would you like to be charged in USD/EUR/JPY...?" — เป็นข้อเสนอว่าจะสรุปยอดให้เป็นสกุลเงินของประเทศเจ้าของบัตรแทนที่จะเป็นเงินวอน (KRW) นี่คือ DCC (Dynamic Currency Conversion การแปลงสกุลเงินแบบไดนามิก)
เผิน ๆ ดูเหมือนใจดี แต่ถ้าเลือกสกุลเงินประเทศตัวเองตอนนั้น จะถูกแปลงด้วย อัตราแลกเปลี่ยนที่เสียเปรียบซึ่งบริษัทผู้ให้บริการตู้ ATM เป็นคนกำหนด ส่วนใหญ่แล้วจะบวกส่วนต่างหนากว่าอัตราอ้างอิงของเครือข่ายบัตร (Visa · Mastercard) มาก กดจำนวนเงินเท่ากันก็เลยต้องจ่ายเพิ่มอีกหลายเปอร์เซ็นต์
- ถ้าหน้าจอขึ้นให้เลือกสกุลเงิน ต้องเลือก KRW (เงินวอน) เสมอ ซึ่งก็คือปุ่มแบบ "Continue without conversion" หรือ "Charge in KRW"
- อย่าหวั่นไหวกับข้อความอย่าง "รับประกันอัตราแลกเปลี่ยน" หรือ "อัตราคงที่" การปล่อยให้เครือข่ายบัตรเป็นคนแปลงสกุลเงินได้เปรียบกว่าเกือบทุกครั้ง
- มีบางเครื่องที่ไม่ขึ้นหน้าจอ DCC เลย นั่นคือดำเนินการเป็นเงินวอนอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวล
วิธีกดเงินทีละขั้นตอน
ขั้นที่ 1 — ตรวจสอบว่าเป็น Global ATM
ดูที่ตัวเครื่องว่ามีป้าย Global ATM / Global Service หรือโลโก้แบรนด์บัตรของเราไหม
ขั้นที่ 2 — เลือกภาษาและเสียบบัตร
เลือกภาษาอย่าง English จากหน้าจอแรกแล้วเสียบบัตร บางเครื่องจะเป็นแบบที่ต้องกดเมนู "บัตรต่างประเทศ (Overseas Card)" ก่อน
ขั้นที่ 3 — เลือกถอนเงิน (Withdrawal) และใส่จำนวนเงิน
กด Withdrawal (ถอนเงิน) แล้วใส่จำนวนเงิน ตู้ ATM ในเกาหลีมักจ่ายออกมาเป็นแบงก์หมื่นวอน
ขั้นที่ 4 — ใส่ PIN
ใส่รหัสบัตร (PIN) 4 หลัก ถ้าเป็นการกดด้วยบัตรเครดิต จะไม่ใช่รหัสสำหรับชำระเงิน แต่เป็น PIN สำหรับกดเงินสดล่วงหน้า ถ้ารู้สึกว่ารหัสอาจผิด ก่อนจะใส่ซ้ำ ให้ดูข้อควรระวังแยกตามแบรนด์บัตรด้านล่างก่อน
ขั้นที่ 5 — เลือก KRW บนหน้าจอ DCC
ถ้าถามว่าจะเรียกเก็บเป็นสกุลเงินประเทศตัวเองไหม ให้ ปฏิเสธและเลือก KRW
ขั้นที่ 6 — ตรวจดูค่าธรรมเนียมและรับเงินสด
ตรวจดู จำนวนค่าธรรมเนียมท้องถิ่น ที่ขึ้นบนหน้าจอแล้วดำเนินการต่อ เงินสดกับสลิปจะออกมา ระวังอย่าลืมบัตรทิ้งไว้
ถ้าเกิดปัญหา
ถ้าเงินไม่ออก หรือถูกตัดยอดแล้วแต่เงินไม่ออก หรือเครื่องยึดบัตรไป อย่าเดินออกจากจุดนั้น
- เก็บสลิป (ใบเสร็จ) ไว้ ถ้าไม่มีสลิปออกมา ให้ถ่ายรูปเวลาทำรายการและหมายเลขเครื่องบนหน้าจอเก็บไว้ อันนี้จะกลายเป็นหลักฐานตอนยื่นเรื่องโต้แย้งภายหลัง
- โทรหาเบอร์คอลเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการตู้ที่ติดอยู่บนเครื่องทันที ถ้าเป็นตู้ ATM ที่สาขาธนาคาร ก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ภายในเวลาทำการได้เลย
- พร้อมกันนั้น แจ้ง ผู้ออกบัตรตามเบอร์หลังบัตร ไว้ด้วย จะช่วยให้เรื่องเดินเร็วขึ้น
- ถ้ายังแก้ไม่ได้ สามารถสอบถาม สายด่วนร้องเรียนด้านการเงินของสำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงิน (금융감독원) ☎1332 ได้

ข้อควรระวังแยกตามแบรนด์บัตร
- Visa · Mastercard: รองรับกว้างที่สุด ใช้ได้กับตู้ Global ATM แทบทั้งหมด
- UnionPay (ยูเนี่ยนเพย์): รองรับกว้างขวางทั้งตู้ ATM ของธนาคารหลักและร้านสะดวกซื้อในเกาหลี แค่เช็กว่าบนเครื่องมีโลโก้ UnionPay (银联) ไหมก็พอ
- JCB: ใช้ได้กับเครื่องที่มี JCB อยู่ในรายการโลโก้ Global ATM แต่เครื่องที่รองรับอาจน้อยกว่า Visa และ Master
- บัตรที่ PIN เป็น 6 หลัก: บัตรสาย Visa · Mastercard อาจถูกปฏิเสธได้ เพราะตู้ในเกาหลีจำนวนมากยึดเกณฑ์ PIN 4 หลัก ลองสอบถามธนาคารผู้ออกบัตรว่าตั้ง PIN 4 หลักได้ไหม อย่างไรก็ตาม บัตรยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) หลายกรณีใช้ PIN 6 หลักได้ตามเดิม ถ้าเลือกเมนู "Foreign Card (中国银联)" บนเครื่องที่มีโลโก้ยูเนี่ยนเพย์ เพราะบัตรยูเนี่ยนเพย์ใช้ 6 หลักเป็นมาตรฐาน การไปหาเครื่องที่รองรับยูเนี่ยนเพย์จึงเร็วกว่าการพยายามเปลี่ยนเป็น 4 หลัก (ต่างกันตามผู้ออกบัตรและเครื่อง ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
- การตั้งค่าบล็อกการใช้งานต่างประเทศ: ถ้าฟังก์ชัน "การกดเงินจากตู้ ATM ต่างประเทศ" ในแอปของธนาคารผู้ออกบัตรถูกปิดอยู่ จะถูกปฏิเสธแน่นอน ถ้าเป็นธนาคารที่ต้องแจ้งประเทศที่จะเดินทาง ให้ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า
- PIN สำหรับกดเงินสดล่วงหน้าของบัตรเครดิต: ถ้าคิดจะกดด้วยบัตรเครดิต ให้เช็กกับผู้ออกบัตรไว้ว่าตั้ง PIN สำหรับกดเงินสดล่วงหน้าไว้แล้วหรือยัง มันแยกจากรหัสสำหรับชำระเงิน ถ้าไม่มีก็จะติดอยู่หน้าตู้ทันที
- ถูกปฏิเสธที่เครื่องหนึ่งแล้วจะสรุปว่าเป็นปัญหาที่บัตรยังเร็วเกินไป หลายครั้งแค่ลองอีกครั้งกับเครื่องของผู้ให้บริการรายอื่น (ธนาคาร ↔ ร้านสะดวกซื้อ) ก็ผ่านแล้ว
- ⚠️ แต่ ถ้ารู้สึกว่า PIN อาจผิด อย่าใส่รหัสเดิมซ้ำ ๆ โดยทั่วไปพลาดติดกัน 3 ครั้งบัตรจะถูกล็อก แล้วต้องติดต่อผู้ออกบัตรเพื่อปลดล็อก การปลดล็อกจากต่างประเทศใช้เวลานาน อาจทำให้ขาดสายป่านเงินสดไปตลอดการพำนัก ถ้าจะลองอีกครั้ง ให้ลดจำนวนเงินลงแล้วลองแค่ครั้งเดียวที่เครื่องของผู้ให้บริการรายอื่น
ถ้ามาถึงเกาหลีแล้ว
หัวข้อข้างต้นดูเหมือนเป็นเรื่อง "ก่อนออกเดินทาง" แต่มีหลายอย่างที่เปลี่ยนได้ทันทีตอนนี้เลย
- ปลดบล็อกการกดเงินจากตู้ ATM ต่างประเทศ และปรับวงเงินต่อวันขึ้น: ธนาคารหลายแห่งเปลี่ยนได้ทันทีจากแอปของผู้ออกบัตรหรืออินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง ถ้าทำในแอปไม่ได้ ให้โทรตามเบอร์โทรศัพท์ระหว่างประเทศของผู้ออกบัตรที่อยู่หลังบัตร บางบัตรมีเบอร์เก็บเงินปลายทาง (collect call) เขียนแยกไว้ต่างหาก
- ตั้ง PIN ใหม่: อาจใช้เวลาหลายวันขึ้นไป เพราะต้องส่งไปรษณีย์และผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตน ระหว่างนั้นการประคองตัวด้วยร้านแลกเงินหรือการจ่ายด้วยบัตรและ QR เป็นทางที่สมจริงกว่า
ถ้ายังไม่ได้อีก — แผนสำรองสำหรับหาเงินสด
ถ้าเครื่องที่สองก็ยังไม่ได้ ให้พักเรื่องตู้ ATM ไว้ก่อนแล้วหมุนไปทางอื่นจะเร็วกว่า
- แลกเงินที่ร้านแลกเงินหรือเคาน์เตอร์ธนาคาร: ยื่นพาสปอร์ตที่ร้านแลกเงินในสนามบินหรือในเมือง หรือที่เคาน์เตอร์ธนาคาร แล้วแลกธนบัตรสกุลเงินประเทศตัวเองเป็นเงินวอน เป็นเส้นทางที่ขอแค่มีธนบัตรก็พอ แม้ในสถานการณ์ที่บัตรใช้ไม่ได้เลย จึงเป็นทางเลี่ยงที่ชัวร์ที่สุดเมื่อตู้ ATM ตัน (อัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมต่างกันตามร้าน)
- ถ้าเรื่องด่วนตอนนี้มีแค่ค่าเดินทาง: จัดการเรื่องการเดินทางก่อนด้วยการจ่ายผ่านแอปที่รับบัตรต่างประเทศหรือช่องทางชำระเงินต่างประเทศอย่าง Alipay แล้วค่อยแก้ปัญหาเงินสดทีหลังก็ได้ ฝั่งบัตรโดยสารมีเส้นทางสรุปไว้ที่ วิธีเติมเงินบัตรโดยสารด้วยบัตรต่างประเทศ
- ถ้าสงสัยว่าตัวบัตรมีปัญหา: โทรหาคอลเซ็นเตอร์หลังบัตรเพื่อเช็กว่ามีการบล็อกการใช้งานต่างประเทศหรือการระงับเพราะสงสัยการใช้งานผิดปกติอยู่ไหม เป็นปัญหาที่มีแต่ผู้ออกบัตรเท่านั้นที่ปลดได้ การโทรจึงเร็วที่สุด
จังหวะที่ต้องใช้เงินสดจริง ๆ
สี่ข้อด้านล่างคือสถานการณ์ตัวแทนที่บัตรมักใช้ไม่ค่อยได้
- การเติมเงินทีมันนี: เครื่องเติมเงินสดที่ร้านสะดวกซื้อและในสถานีรับเฉพาะเงินสดสกุลวอน การจะเติมบัตรโดยสารจึงต้องใช้เงินสด (ข้อมูล ณ 2026-08 ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
- ตลาดดั้งเดิม แผงลอย และร้านอาหารเล็ก ๆ บางร้าน: ยังมีที่ที่ไม่มีเครื่องรูดบัตรหรือชอบรับเงินสดมากกว่าหลงเหลืออยู่
- การหารค่าใช้จ่ายก้อนเล็กและการซื้อขายมือสองแบบเจอตัว: ในเกาหลีที่การโอนเงินระหว่างบัญชีเป็นเรื่องปกติ ถ้ายังไม่มีบัญชีธนาคารเกาหลี เงินสดคือวิธีที่ชัวร์ที่สุด
- เงินสดสำรองฉุกเฉิน: แนะนำให้เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์สัก 50,000~100,000 วอน เผื่อระบบบัตรล่มหรือบัตรหาย
ถ้าเป็นการมาเยือนไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ การปรับการกดเงินด้วยบัตรต่างประเทศให้คุ้มที่สุดตามเทคนิคในบทความนี้คือคำตอบที่ถูกต้อง แต่ในทางกลับกัน ถ้าตั้งใจจะอยู่หลายเดือนขึ้นไป การกดเงินจากตู้ ATM ด้วยบัตรต่างประเทศเป็นแค่วิธีชั่วคราวเท่านั้น เพราะถ้าเปิดบัญชีธนาคารเกาหลีด้วยพาสปอร์ต (หรือบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าว) แล้วรับบัตรเดบิตในประเทศ ค่าธรรมเนียมกดเงินจากตู้ ATM จะลดลงมาก การรอรับบัตรลงทะเบียนมักใช้เวลาเกินหนึ่งเดือน ลำดับที่ดีจึงเป็นการประคองตัวด้วยวิธีในบทความนี้ระหว่างนั้น แล้วค่อยย้ายไปใช้บัญชีเมื่อเปิดเสร็จ ขั้นตอนสรุปไว้ที่ การเปิดบัญชีธนาคารสำหรับชาวต่างชาติ
ทิปเชื่อมต่อการเดินทางและการชำระเงิน
เหตุผลจำนวนไม่น้อยที่ทำให้ต้องไปกดเงินสดจากตู้ ATM สุดท้ายแล้วก็คือการที่การจ่ายเงินผ่านแอปเกาหลีถูกปิดกั้น เพราะแอปจองการเดินทางเรียกร้องทั้งการยืนยันตัวตนด้วยเบอร์เกาหลีและบัตรในประเทศ จึงต้องเลี่ยงไปใช้เงินสดแทน
แน่นอนว่ามีช่องทางที่จองได้ด้วยพาสปอร์ตกับบัตรต่างประเทศอย่างเว็บไซต์ภาษาอังกฤษทางการของโคเรล (Korail, korail.com) อยู่เหมือนกัน แต่การจัดการทั้ง KTX รถบัสด่วน และแท็กซี่ให้จบในแอปเดียวก็ยังยากอยู่ดี ในจังหวะแบบนี้ ถ้ามีแอปเดินทางและชำระเงินที่ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ก็จะจองตั๋ว KTX และรถบัสด่วน ไปจนถึงเรียกแท็กซี่ ให้จบในแอปได้ด้วยบัตรต่างประเทศหรือช่องทางชำระเงินต่างประเทศอย่าง Alipay
ติดปัญหาชำระเงินหรือจองเพราะไม่มีเบอร์หรือบัญชีเกาหลี? ลองดู LACHA
ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว
ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที
ดาวน์โหลดเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. กดเงินที่ตู้ ATM ต้องใช้พาสปอร์ตไหม? การกดเงินจากตู้ ATM ขอแค่มีบัตรกับ PIN ก็พอ ไม่มีขั้นตอนที่เครื่องตรวจบัตรประจำตัว แต่ตอน แลกธนบัตรที่ร้านแลกเงินหรือเคาน์เตอร์ธนาคาร ต้องใช้พาสปอร์ต ถ้าคิดเผื่อไปถึงแผนสำรองอย่างการแลกเงินด้วย พกพาสปอร์ตติดตัวออกไปด้วยจะดีกว่า (ต่างกันตามหน่วยงานและร้านแลกเงิน ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
Q2. ทำไมการเช็กยอดคงเหลือ (Balance Inquiry) ถึงใช้ไม่ได้? บัตรเครดิตไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "ยอดคงเหลือ" ตั้งแต่แรก จึงเช็กไม่ได้ ส่วนบัตรเดบิตก็มีบางกรณีที่เครื่องหรือผู้ออกบัตรไม่รองรับการเช็กยอดคงเหลือของบัตรต่างประเทศ หรือคิดค่าธรรมเนียมกับการเช็กยอดเอง การเช็กยอดคงเหลือผ่าน แอปของผู้ออกบัตร ชัวร์กว่าและฟรีด้วย (ต่างกันตามเครื่องและผู้ออกบัตร)
Q3. บนสลิปมีค่าธรรมเนียมนิดเดียว แล้วจะถูกเรียกเก็บเพิ่มทีหลังไหม? เป็นไปได้ สิ่งที่ปรากฏบนสลิปของตู้ ATM โดยทั่วไปมีแค่ ชั้นที่ 1 (ค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการตู้ ATM ในเกาหลี) เท่านั้น ส่วนชั้นที่ 2 (ค่าธรรมเนียมใช้ต่างประเทศและส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ออกบัตร) จะไม่เห็นตรงนั้น แต่จะไปสะท้อนในใบแจ้งยอดของบริษัทบัตรอีกไม่กี่วันถัดมา ถ้ากดด้วยบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมดำเนินการกดเงินสดล่วงหน้าและดอกเบี้ยก็จะบวกตอนนั้นเช่นกัน ยอดสุดท้ายให้ตรวจสอบจากใบแจ้งยอดของบริษัทบัตร
Q4. ขอรับเป็นแบงก์ห้าหมื่นวอนได้ไหม? ตู้ ATM ในเกาหลีส่วนมากเป็นเครื่องที่ยึดเกณฑ์ แบงก์หมื่นวอน ส่วนแบงก์ห้าหมื่นวอนจะออกเฉพาะเครื่องที่รองรับเท่านั้น การกดด้วยบัตรต่างประเทศมักได้ออกมาเป็นแบงก์หมื่นวอนอย่างเดียว ถ้ากดก้อนใหญ่ปึกธนบัตรจะหนาพอสมควร ถ้าจำเป็นต้องใช้แบงก์ห้าหมื่นวอนจริง ๆ การไปขอแลกที่เคาน์เตอร์ธนาคารจะเร็วกว่า (ต่างกันตามเครื่องและสาขา ต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ)
Q5. เสียบบัตรแล้วถูกปฏิเสธ เพราะอะไร? สาเหตุที่พบบ่อยคือ ①เป็นตู้ ATM สำหรับบัตรในประเทศ (ไม่มีป้าย Global) ②การกดเงินจากตู้ ATM ต่างประเทศถูกปิดอยู่ในแอปของธนาคารผู้ออกบัตร ③PIN เป็น 6 หลัก (เครื่องในเกาหลีส่วนมากยึดเกณฑ์ 4 หลัก) ④เป็นบัตรเครดิตแต่ยังไม่ได้ตั้ง PIN สำหรับกดเงินสดล่วงหน้า ⑤เครื่องนั้นไม่รองรับแบรนด์บัตรของเรา ข้อควรระวังเรื่องการลอง PIN ซ้ำ ให้ดูหัวข้อ ข้อควรระวังแยกตามแบรนด์บัตร ด้านบนก่อน ส่วนสาเหตุและวิธีรับมือกรณีที่ไม่ใช่การกดเงินแต่เป็นการชำระเงินที่ถูกปฏิเสธ แยกไว้ที่ เมื่อบัตรถูกปฏิเสธ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านการเงินหรือการแลกเปลี่ยนเงินตรา ค่าธรรมเนียมตู้ ATM วงเงินกดเงิน แบรนด์บัตรที่รองรับ และเงื่อนไขการกดเงินสดล่วงหน้า ต่างกันตามบริษัทผู้ให้บริการตู้ ธนาคาร ผลิตภัณฑ์บัตร และช่วงเวลา อีกทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ค่าธรรมเนียมและวงเงินในบทความอ้างอิงข้อมูลเปิดเผย ณ 2026-08 โปรดตรวจสอบจำนวนเงินจริงจากคำแนะนำค่าธรรมเนียมที่แสดงบนหน้าจอตู้ ATM ก่อนกดยืนยัน และจากประกาศทางการของผู้ออกบัตร (เบอร์คอลเซ็นเตอร์หลังบัตร) ทุกครั้ง หากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับบัตรหรือตู้ ATM ในเกาหลี เช่น การเรียกเก็บซ้ำ ค่าธรรมเนียม หรืออัตราแลกเปลี่ยน สามารถสอบถามสายด่วนร้องเรียนด้านการเงินของสำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงิน (금융감독원) โทร. 1332 การให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ชีวิตของชาวต่างชาติโดยรวมโทร. 1345 (ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ) และถ้าอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวโทร. 1330 (สายด่วนล่ามและข้อมูลท่องเที่ยว) ได้ (เวลาให้บริการและภาษาที่รองรับต้องยืนยันข้อมูลจากทางการ) LACHA ไม่รับประกันความสามารถในการใช้งานหรือค่าธรรมเนียมของธนาคารหรือตู้ ATM แห่งใดแห่งหนึ่ง และไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดจากคำแนะนำนี้




