LACHAKorea Guide by LACHA
คู่มือทั้งหมด109
⑤ ท่องเที่ยว

แอปที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวเกาหลี 2026 — เลือกเฉพาะแอปที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลี

⑤ ท่องเที่ยวทีมคู่มือ LACHA· อัปเดต 2026-08-26· อ่าน 47 นาที
แอปที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวเกาหลี 2026 — เลือกเฉพาะแอปที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลี
สารบัญ

เราได้ตรวจสอบแอป 25 ตัวตามเกณฑ์สามข้อ ได้แก่ เบอร์โทรศัพท์เกาหลี·หมายเลขคนต่างด้าว (ARC)·บัตรเครดิตต่างประเทศ แอปที่ไม่ติดข้อจำกัดทั้งสามข้อและนักท่องเที่ยวระยะสั้น 4-7 วันสามารถใช้ได้ทันที ได้แก่ Papago, k.ride, Uber, Mobile T-money, Climate Card ตั๋วระยะสั้น, WOWPASS, Airalo สำหรับ Naver Map·Kakao Map และ Catchtable Global สามารถสมัครและใช้งานพื้นฐานได้โดยไม่มีอุปสรรค แต่เมื่อต้องจอง·ชำระเงิน ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับว่าบัตรเครดิตต่างประเทศใช้ได้หรือไม่ (สำหรับ Catchtable ต้องตรวจสอบ) ในทางกลับกัน T-money GO, Baemin, Yogiyo, Coupang Eats, Karrot, Toss Bank·Kakao Bank แม้จะดาวน์โหลดได้ แต่หน้าจอสมัครสมาชิกจะขอเบอร์เกาหลีทันที จึงใช้งานไม่ได้

รายชื่อแอปท่องเที่ยวหาได้ทุกที่ แต่ปัญหาจริงเริ่มต้นเมื่อคุณดาวน์โหลดครบทุกตัวตามรายการแล้วนั่งใช้ Wi-Fi ที่สนามบิน นั่นคือต้องเผชิญหน้าจอที่ขอรหัส OTP หกหลักโดยไม่มีเบอร์เกาหลีรับ ดังนั้นเกณฑ์การคัดเลือกในบทความนี้ไม่ใช่ 'แอปดี' แต่คือ 'แอปที่ดาวน์โหลดแล้วสมัครได้จริง'

มาดูสิ่งที่เปิดใช้งานจริงในปี 2026 กันก่อน Mobile T-money สามารถเติมเงินบัตรโดยสารด้วยบัตรต่างประเทศ (Mastercard·American Express·UnionPay·JCB) ได้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2026 Baemin เป็นแอปสั่งอาหารรายแรกที่รองรับการชำระเงินด้วยบัตรต่างประเทศผ่าน Apple Pay ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2026 Naver ได้นำระบบยืนยันตัวตนด้วยหนังสือเดินทางต่างประเทศมาใช้ในแอปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 โดยเริ่มใช้กับการจอง·สั่งซื้อ·ชำระเงินใน Naver Map ก่อน

ก็มีสิ่งที่ปิดลงเช่นกัน การเชื่อมต่อ Apple Pay กับบัตรต่างประเทศสำหรับเติมเงินที่เมืองโซลและ T-money ผลักดันไม่สำเร็จเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ทำให้ชาวต่างชาติที่ใช้ iPhone ไม่สามารถใช้ Apple Pay นั่งรถไฟใต้ดิน·รถเมล์ได้ Climate Card แบบ 30 วันก็กำลังจะยกเลิก แต่ตั๋วระยะสั้น 1·2·3·5·7 วันที่นักท่องเที่ยวใช้ยังคงมีให้บริการต่อ ดังนั้นคำว่า 'Climate Card เลิกใช้แล้ว' จึงไม่ตรงกับความเป็นจริง

ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับแผนการเดินทางก็มีสองอย่างที่เปลี่ยนแปลง ค่าโดยสารชั้นธรรมดา KTX Seoul↔Busan จะเป็น 54,400 KRW ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 (ก่อนหน้านั้นเป็น 59,800 KRW) และชื่อแอปจองตั๋วเปลี่ยนจาก Korail Talk เป็น 'Korail+' เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026

หมายเหตุ: เงื่อนไขการสมัคร·เงื่อนไขการชำระเงิน·ราคาด้านล่างเป็นข้อมูลสาธารณะ ณ สิงหาคม 2026 นโยบายแอปและวิธีการยืนยันตัวตนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า โปรดตรวจสอบอีกครั้งจากประกาศอย่างเป็นทางการของแต่ละแอปและเว็บไซต์ภาษาอังกฤษของ Korea Tourism Organization (english.visitkorea.or.kr) ก่อนติดตั้ง·ชำระเงิน

คัดกรองด้วยเกณฑ์สามข้อ

จริงๆ แล้วจุดที่ชาวต่างชาติติดขัดในแอปเกาหลีมีแค่สามจุดเท่านั้น ถ้ารู้จักทั้งสามข้อนี้ คุณจะสามารถประเมินแอปใดๆ ได้ด้วยตัวเอง

  • ข้อที่ 1 · เบอร์โทรศัพท์เกาหลี: จำเป็นต้องยืนยันตัวตนด้วย SMS ที่รับผ่านเบอร์ที่ออกโดยผู้ให้บริการเกาหลีหรือไม่ เป็นอุปสรรคที่พบบ่อยและแข็งที่สุด
  • ข้อที่ 2 · หมายเลขคนต่างด้าว (ARC): ต้องการหมายเลขที่ออกให้เฉพาะคนต่างด้าวที่จดทะเบียนหรือไม่ นักท่องเที่ยวระยะสั้นไม่สามารถมีได้ตั้งแต่แรก ถ้าติดข้อนี้จะไม่มีทางแก้สำหรับนักท่องเที่ยว หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมการออก ARC คือ 35,000 KRW
  • ข้อที่ 3 · บัตรเครดิตต่างประเทศ: สามารถชำระเงินด้วย VISA·Mastercard·JCB·AMEX·UnionPay ที่ออกในประเทศตนเองได้หรือไม่ กรณีที่สมัครได้แต่ติดขัดตอนชำระเงินอยู่ในข้อนี้

เหตุผลที่ทั้งสามข้อนี้เกี่ยวพันกันก็เพราะว่าระบบ 'ยืนยันตัวตน' ของแอปเกาหลีส่วนใหญ่วางอยู่บนระบบยืนยันชื่อจริงของผู้ให้บริการโทรศัพท์ แอปยืนยันตัวตนอย่าง PASS ทำงานได้ก็ต่อเมื่อเบอร์ของผู้ให้บริการเกาหลีและชื่อที่ลงทะเบียนไว้กับผู้ให้บริการตรงกันทุกประการ ดังนั้นถ้าไม่มีเบอร์เกาหลีก็จะติดที่ข้อ 1 แม้จะหาเบอร์มาได้ ก็ยังติดที่ข้อ 2 ในขั้นตอนยืนยันชื่อจริง โครงสร้างนี้ซ้ำไปซ้ำมา

คำเตือน: Kakao เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยในปี 2026 หากมีการขอยืนยันตัวตนซ้ำๆ ในระยะเวลาสั้น เบอร์·บัญชีนั้นจะถูกบลอก 24 ชั่วโมง ถ้าคุณกดปุ่มยืนยันซ้ำๆ อย่างรีบร้อนที่สนามบิน อาจเสียเวลาทั้งวันไปเลย

ดูตารางเปรียบเทียบ 3 ข้อได้ในมุมเดียว (ณ สิงหาคม 2026)

ในตาราง 'ไม่จำเป็น' หมายถึงไม่ติดข้อนั้น 'บางฟังก์ชัน' หมายถึงติดตั้ง·ใช้งานพื้นฐานได้แต่ต้องการในฟังก์ชันบางอย่าง 'ต้องตรวจสอบ' หมายถึงไม่ได้ระบุในเอกสารอย่างเป็นทางการจึงยืนยันไม่ได้ 'ไม่เกี่ยวข้อง' หมายถึงแอปนั้นไม่มีฟังก์ชันนั้นตั้งแต่แรก

แอป (ประเภท) เบอร์เกาหลี ARC บัตรต่างประเทศ สรุปแบบบรรทัดเดียวสำหรับนักท่องเที่ยว
Papago (แปลภาษา) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ไม่เกี่ยวข้อง ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องล็อกอิน เป็นมาตรฐานพื้นฐาน
Naver Map·Kakao Map (แผนที่) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น บางส่วนได้ ค้นหา·หาเส้นทางไม่จำกัด มีอุปสรรคแค่การจอง·ชำระเงิน
Google Maps (แผนที่) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ไม่เกี่ยวข้อง ใช้หาเส้นทางเดิน·ขับรถในเกาหลีไม่ได้
k.ride (แท็กซี่) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ได้ แอปแท็กซี่สำหรับชาวต่างชาติที่เปิดทั้งสามข้อ
UT·Uber (แท็กซี่) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ได้ ใช้บัญชีเดิมจากประเทศตนเองได้เลย เน้นพื้นที่กรุงโซล
Kakao T (แท็กซี่) บางฟังก์ชัน ไม่จำเป็น บางส่วนได้ เรียกรถได้ แต่การลงทะเบียนบัตรจะติดขัด
Mobile T-money (บัตรโดยสาร) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ได้ ใช้เส้นทาง 'Foreigner' · VISA ต้องตรวจสอบ
Climate Card ตั๋วระยะสั้น (บัตรเดินทาง) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ได้ ซื้อบัตรจริงที่เครื่องเติมเงินในสถานีโดยไม่ต้องมีแอป
T-money GO (รถบัสระหว่างเมือง ฯลฯ) จำเป็น ต้องตรวจสอบ ต้องตรวจสอบ ระบบสมาชิกต้องยืนยันตัวตน ติดตั้งแต่ต้น
K-Pass·Modu Card (คืนเงิน) ต้องตรวจสอบ จำเป็น ต้องตรวจสอบ สำหรับคนต่างด้าวที่จดทะเบียนเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับนักท่องเที่ยวระยะสั้น
Korail+ (KTX) บางฟังก์ชัน ไม่จำเป็น บางส่วนได้ จองแบบไม่เป็นสมาชิก·ใช้ QR ที่สถานีมั่นใจกว่าแอป
Apple Pay (ชำระเงิน·ขนส่ง) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น บางส่วนได้ ใช้สำหรับขนส่งสาธารณะไม่ได้ (ยกเลิกกุมภาพันธ์ 2026)
WOWPASS (ชำระเงินท่องเที่ยว) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ได้ บัตรเติมเงินจริง + ยอดเงิน T-money ใช้ร่วมกัน
Travel Wallet (ชำระเงินท่องเที่ยว) จำเป็น ต้องตรวจสอบ ไม่ได้ ไม่ใช่สำหรับนักท่องเที่ยว แต่สำหรับคนที่อาศัยในเกาหลี
Kakao Pay·Naver Pay (ชำระเงินสะดวก) บางฟังก์ชัน บางฟังก์ชัน ต้องตรวจสอบ ลงทะเบียนวิธีชำระเงินเป็นปัญหา เป็นระบบสำหรับผู้อาศัย
Toss Bank·Kakao Bank (ธนาคาร) จำเป็น จำเป็น ไม่เกี่ยวข้อง ARC ต้องการอย่างชัดเจนที่สุด
Airalo (eSIM) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ได้ ข้อมูลอย่างเดียว — จะไม่มีเบอร์เกาหลี
KakaoTalk (แชท) ไม่จำเป็น บางฟังก์ชัน ต้องตรวจสอบ สมัครด้วยเบอร์ต่างประเทศได้ การเชื่อมโยงการชำระเงินเป็นคนละเรื่อง
Catchtable Global (จองร้านอาหาร) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ต้องตรวจสอบ สมัครด้วยอีเมลเท่านั้น ต้องดาวน์โหลดแอปแบบ Global
Baemin (สั่งอาหารเดลิเวอรี่) จำเป็น ไม่จำเป็น บางส่วนได้ การชำระเงินเปิดแล้ว แต่ติดตอนสมัคร
Yogiyo·Coupang Eats (เดลิเวอรี่) จำเป็น ไม่จำเป็น บางส่วนได้ Yogiyo ไม่รองรับบัตรต่างประเทศ·PayPal
Coupang (ช้อปปิ้ง) บางฟังก์ชัน ไม่จำเป็น บางส่วนได้ การอนุมัติขึ้นอยู่กับผู้ออกบัตรแต่ละราย
Karrot (ซื้อขายมือสอง) จำเป็น ไม่จำเป็น ต้องตรวจสอบ ยืนยันเบอร์ + ยืนยันย่านใกล้เคียง 2 ขั้นตอน
HiKorea·Gov24 (ราชการ) บางฟังก์ชัน จำเป็น ต้องตรวจสอบ เฉพาะการจองแบบไม่เป็นสมาชิก HiKorea ใช้หนังสือเดินทางได้
PASS (ยืนยันตัวตน) จำเป็น จำเป็น ไม่เกี่ยวข้อง เหตุผลที่แอปอื่นใช้ไม่ได้รวมอยู่ที่นี่
LACHA (ขนส่ง·ชำระเงิน) ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ได้ แท็กซี่·KTX·รถบัส·บัตรโดยสาร โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน

อ่านตามแนวตั้งจะเห็นภาพรวม แผนที่·แปลภาษา·แท็กซี่·eSIM เปิดให้นักท่องเที่ยวใช้ได้เกือบหมด ธนาคาร·ชำระเงินสะดวก·เดลิเวอรี่·ซื้อขายมือสองเป็นระบบสำหรับผู้อาศัย ที่อยู่ตรงกลางคลุมเครือคือขนส่งและการชำระเงิน น่าเสียดายที่นี่คือส่วนที่ใช้บ่อยที่สุดในแผนการท่องเที่ยว จึงจะแยกมาดูด้านล่าง

แอปที่ควรดาวน์โหลดก่อนออกเดินทาง และแอปที่ดาวน์โหลดหลังมาถึงก็ได้

ความล้มเหลวที่พบบ่อยที่สุดคือ นั่งใช้ Wi-Fi ที่ชั้นมาถึงของสนามบินอินชอนแล้วดาวน์โหลดแอปสิบตัวพร้อมกัน แล้วติดการยืนยันตัวตนเป็นแถวยาว บางแอปใช้เวลาหลายวันในการอนุมัติบัญชี ถ้าแบ่งลำดับไว้ล่วงหน้าจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ได้

แอป จังหวะเวลา เหตุผล
Airalo ฯลฯ eSIM ก่อนออกเดินทางต้องมี หลังซื้อ QR จะส่งมาทางอีเมล การติดตั้งควรทำที่ Wi-Fi ที่เสถียร
Papago ก่อนออกเดินทาง ใช้ทันทีตั้งแต่ตรวจคนเข้าเมือง·ป้ายบอกทางในสนามบิน
Naver Map ก่อนออกเดินทาง ตรวจสอบเวลารถไฟสนามบิน·รถเมล์ได้ก่อนถึง
k.ride หรือ Uber ก่อนออกเดินทาง ลงทะเบียนบัตรเสร็จไว้ เรียกรถได้ทันทีที่ชั้นมาถึง
Catchtable Global ก่อนออกเดินทาง ร้านยอดนิยมต้องจองล่วงหน้าหลายวันถึงจะมีที่นั่ง
KakaoTalk ก่อนออกเดินทาง การยืนยันด้วยเบอร์ต่างประเทศต้องใช้เวลา (ห้ามกดซ้ำ)
WOWPASS หลังมาถึง ต้องรับบัตรจริงจากตู้ Kiosk (ดาวน์โหลดแอปก่อนก็ได้)
Climate Card ตั๋วระยะสั้น หลังมาถึง ซื้อบัตรจริงที่เครื่องเติมเงินในสถานีรถไฟใต้ดิน
Mobile T-money หลังมาถึง ดาวน์โหลดตอนต้องใช้บัตรโดยสารก็ไม่สาย
แอปเดลิเวอรี่ เมื่อต้องการ มีความหมายหลังจากมีเบอร์เกาหลีแล้วเท่านั้น

เคล็ดลับ: แอปที่ต้องดาวน์โหลดก่อนออกเดินทางมีหกตัวก็พอ ที่สนามบินอย่าติดตั้งแอปใหม่ แค่ตรวจสอบว่าแอปที่ดาวน์โหลดไว้แล้วเปิดได้หรือไม่

แผนที่·แปลภาษา — ไม่มีอุปสรรค แต่ Google Maps เป็นข้อยกเว้น

แผนที่และการแปลภาษา ถ้าพิจารณาแค่การค้นหา·หาเส้นทาง เป็นส่วนที่แทบจะไม่มีอุปสรรคเพียงส่วนเดียวในตารางนี้ Naver Map และ Kakao Map สามารถใช้ค้นหา·หาเส้นทาง·ข้อมูลเวลามาถึงแบบเรียลไทม์ได้โดยไม่ต้องล็อกอิน Naver Map รองรับภาษาอังกฤษ·จีน·ญี่ปุ่น และกำลังขยายขอบเขตหลายภาษาในปี 2026 รวมถึงรีวิวผู้เข้าชม·ฟิลเตอร์สถานที่·รายละเอียดขนส่งสาธารณะ Papago ให้บริการฟรีทันทีที่ติดตั้ง รองรับ 14 ภาษา ได้แก่ เกาหลี·อังกฤษ·ญี่ปุ่น·จีน (ตัวย่อ/ตัวเต็ม)·เวียดนาม·ไทย·อินโดนีเซีย·รัสเซีย ฯลฯ

ที่ติดขัดคือเมื่อต้องจอง·สั่งซื้อ·ชำระเงินในแผนที่ เพราะต้องใช้ Naver Pay การยืนยันตัวตนด้วยหนังสือเดินทางที่นำมาใช้ตั้งแต่มิถุนายน 2026 ได้ถูกนำไปใช้กับการจอง·สั่งซื้อ·ชำระเงินใน Naver Map ก่อน จึงอยู่ระหว่างการปรับปรุง วิธีการใช้งานแบบละเอียดของแต่ละแอปมีอยู่ใน คู่มือการใช้ Naver Map·Kakao Map สำหรับชาวต่างชาติ

ปัญหาคือ Google Maps ในเกาหลีใช้ได้แค่ครึ่งเดียว หาเส้นทางขนส่งสาธารณะได้ แต่ไม่รองรับการหาเส้นทางเดินและขับรถ เส้นทางไปสถานีรถไฟใต้ดินจะลากเป็นเส้นตรง แม้รัฐบาลจะอนุญาตให้นำแผนที่ความละเอียดสูง 1:5000 ออกนอกประเทศได้แบบมีเงื่อนไขเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 (เฉพาะนำทาง·หาเส้นทาง, ประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ในประเทศ, ยกเว้นข้อมูลความปลอดภัยอ่อนไหวอย่างเส้นชั้นความสูง) แต่ ณ สิงหาคม 2026 ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเริ่มให้บริการนำทางเดินเต็มรูปแบบเมื่อไหร่

คำเตือน: บทความท่องเที่ยวที่เขียนว่า 'ตอนนี้ Google Maps ใช้ในเกาหลีได้แล้ว' กำลังเพิ่มขึ้น แต่การอนุญาตให้นำออกกับการเริ่มให้บริการเป็นคนละเรื่อง ตรวจสอบหลังมาถึง ถ้าใช้ไม่ได้ให้เตรียมใจไว้ว่าจะเปลี่ยนไปใช้ Naver Map

แท็กซี่ — ถ้าติดที่ Kakao T คำตอบคือ k.ride และ Uber

แอปแท็กซี่เกาหลีมีสามทาง แต่ลำดับความสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชัดเจน

แอป เงื่อนไขการสมัคร บัตรต่างประเทศ พื้นที่ให้บริการ
k.ride ใส่เบอร์โทรศัพท์แล้วยืนยันด้วยบัญชี Google·Apple หรืออีเมล ลงทะเบียน·หักเงินอัตโนมัติได้ ในประเทศจำกัดเฉพาะแท็กซี่
UT·Uber ใช้บัญชี Uber จากประเทศตนเองได้เลย ชำระเงินแปลงสกุลอัตโนมัติ เน้นพื้นที่กรุงโซล (ต่างจังหวัดต้องตรวจสอบ)
Kakao T ติดตั้ง·เรียกรถได้ ต้องมีบัญชี Kakao ที่ยืนยันตัวตนแล้วจึงจะลงทะเบียนบัตรได้ กรณีปฏิเสธการลงทะเบียน·หักเงินอัตโนมัติบ่อย ทั่วประเทศ

k.ride เป็นแอปที่ Kakao ทำขึ้นแยกจาก Kakao T โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ จึงเปิดทั้งสามข้อ UI รองรับภาษาอังกฤษ·ญี่ปุ่น·จีน (ตัวย่อ/ตัวเต็ม) การค้นหาปลายทางและแชทกับคนขับแปลอัตโนมัติได้กว่า 100 ภาษา รวมไทย·อาหรับ เปิดตัวเมื่อมิถุนายน 2024 ขยายไปยัง 12 ประเทศในมีนาคม 2025 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา·แคนาดา·ญี่ปุ่น·ไต้หวัน·สิงคโปร์·เวียดนาม·ไทย·มาเลเซีย·อินโดนีเซีย·ฟิลิปปินส์·กัมพูชา·ซาอุดีอาระเบีย การเรียกแท็กซี่ในประเทศทะลุ 600,000 ครั้ง แต่ ณ ปี 2026 ต้องตรวจสอบว่าประเทศและฟังก์ชันยังคงเหมือนเดิมหรือไม่จากประกาศล่าสุด

Uber จุดเด่นคือไม่ต้องสมัครใหม่ ใช้บัญชีและวิธีการชำระเงินที่ลงทะเบียนไว้จากประเทศตนเองได้เลย ไม่มีปัญหาเรื่องเบอร์เกาหลี·ARC ตั้งแต่แรก ค่าโดยสารเทียบเท่าแท็กซี่ทั่วไป ข้อจำกัดคือพื้นที่ให้บริการ นอกเขตกรุงโซลมักจะหารถไม่ได้ ต้องตรวจสอบขอบเขตการเรียกรถจริงในแต่ละเมืองในต่างจังหวัด

Kakao T เรียกรถได้ แต่ติดที่การชำระเงิน การลงทะเบียนบัตรต้องมีบัญชี Kakao ที่ยืนยันตัวตนด้วยเบอร์เกาหลีแล้ว บัตรต่างประเทศมักถูกปฏิเสธการลงทะเบียน·หักเงินอัตโนมัติ เพราะ Payment Gateway ในประเทศผูกกับการยืนยันตัวตนแบบเกาหลี แต่ถ้าเลือก 'ชำระเงินกับคนขับโดยตรง (Pay to the driver)' ในหน้าจอชำระเงินก็ได้ จะไม่ถูกขอให้ลงทะเบียนบัตรอีก แล้วจ่ายตอนลงรถด้วยเงินสด·บัตรต่างประเทศจริง·T-money ได้ ขั้นตอนละเอียดมีในหน้า คู่มือการใช้ Kakao T สำหรับชาวต่างชาติ

ภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังดูแผนที่บนมือถือเพื่อหาเส้นทางเปลี่ยนรถไฟฟ้าในสถานีรถไฟใต้ดิน
แผนที่·แปลภาษา·แท็กซี่ ใช้ได้ตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลี

บัตรโดยสาร·รถไฟ — Mobile T-money, Climate Card ตั๋วระยะสั้น, Korail+

รถไฟใต้ดิน·รถเมล์แบ่งเป็นบัตรจริงหรือแอป สำหรับนักท่องเที่ยวบัตรจริงง่ายกว่ามาก

วิธี การสมัคร เติมเงินบัตรต่างประเทศ ข้อควรระวัง
Climate Card ตั๋วระยะสั้น ไม่จำเป็น ได้ตั้งแต่มีนาคม 2026 มีเฉพาะ 1·2·3·5·7 วัน พื้นที่โซล
Mobile T-money เส้นทาง 'Foreigner' ในแอป ได้ตั้งแต่ 18 มีนาคม 2026 ไม่มี VISA ในรายการอย่างเป็นทางการ (ต้องตรวจสอบ)
WOWPASS ไม่จำเป็น (ออกบัตรจริง) ได้ทั้งแอป·Kiosk เติมในแอปครั้งละ 200,000 KRW เดือนละ 1,000,000 KRW
T-money GO ต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์เกาหลี ต้องตรวจสอบ ติดบ่อยตอนจองรถบัสระหว่างเมือง·ทางด่วน
K-Pass·Modu Card ต้องมี ARC ต้องตรวจสอบ สำหรับผู้พักระยะยาว ไม่ใช่นักท่องเที่ยวระยะสั้น

สาระสำคัญของตารางนี้คือ Mobile T-money กับ T-money GO เป็นแบรนด์เดียวกันแต่ตรงกันข้าม Mobile T-money มีปุ่ม 'Foreigner (ชาวต่างชาติ)' ในแอปที่ออกแบบให้ข้ามขั้นตอนการยืนยันตัวตนและล็อกอินแบบเกาหลี ในขณะที่ T-money GO เป็นระบบสมาชิกที่ต้องยืนยันตัวตนด้วยมือถือหรือ Toss ถ้าไม่มีเบอร์เกาหลีจะเข้าไม่ได้ตั้งแต่ต้น ต้องตรวจสอบว่ามีเส้นทางข้อยกเว้นที่ใช้เบอร์ต่างประเทศผ่านได้หรือไม่

Climate Card มีความเข้าใจผิดมาก ที่ยกเลิกคือตั๋ว 30 วันสำหรับผู้พักระยะยาว บัตรเติมเงินล่วงหน้าเติมได้ถึง 31 สิงหาคม 2026 ใช้ได้ถึง 29 กันยายน 2026 สิทธิ์บัตรเครดิตใช้ได้ถึง 30 กันยายน 2026 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 จะเปลี่ยนเป็นบัตรโดยสารทั่วไป สินค้าทดแทนคือ 'Modu Card Climate Pass' เปิดตัววันที่ 1 กันยายน 2026 ตั๋วระยะสั้นที่นักท่องเที่ยวใช้ระบุไว้ใน FAQ อย่างเป็นทางการของเมืองโซลว่ายังคงมี

รถไฟ 'ใช้ได้ แต่ในแอปไม่ค่อยได้' เป็นการอธิบายที่ถูกต้อง แอปจองตั๋วเปลี่ยนชื่อจาก Korail Talk เป็น Korail+ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 กลายเป็นแอปรวมที่จอง KTX และ SRT ได้ในที่เดียว SRT จะถูกรวมเข้ากับ KTX-Sancheon แต่แอปออกแบบโดยมีเบอร์เกาหลี·บัตรที่ออกในเกาหลี·ชื่อแบบเกาหลีเป็นเงื่อนไข มีรายงานว่าในโหมดภาษาอังกฤษปุ่มชำระเงินไม่ทำงาน หรือตอนใส่บัตรต่างประเทศขึ้น 'Webpage not available' (ตามกรณีสมัย Korail+ ต้องตรวจสอบว่าหลังเปลี่ยนชื่อปรับปรุงหรือไม่)

เส้นทางที่ใช้ได้จริงมีสองอย่าง อันแรก ทำ การจองแบบไม่เป็นสมาชิก ด้วยข้อมูลหนังสือเดินทาง ข้อมูลหนังสือเดินทางกับข้อมูลตั๋วต้องตรงกัน อันที่สอง สแกน QR Code ที่วางไว้ที่สถานีหลัก 50 แห่งอย่างโซล·ปูซาน แล้วเข้าไปยังเว็บไซต์ภาษาต่างประเทศเพื่อชำระเงิน ให้บริการการชำระเงินด้วยบัตรต่างประเทศที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติไม่รองรับ หรือจะซื้อที่เคาน์เตอร์สำหรับชาวต่างชาติ (Foreigner windows) ที่สถานีโดยแสดงหนังสือเดินทางก็ได้ รูปแบบข้อผิดพลาดที่พบในแอปรวมไว้ใน ปัญหาการชำระเงินสำหรับชาวต่างชาติในแอป Korail

การชำระเงิน·การสื่อสาร — สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Apple Pay·WOWPASS·eSIM

ส่วนที่บทความท่องเที่ยวผิดบ่อยที่สุดคือการชำระเงิน มีสี่ประเด็นที่ต้องดู

รายการ ที่ได้ ที่ไม่ได้
Apple Pay ใช้บัตรที่เพิ่มไว้ใน Wallet จากต่างประเทศได้ (ต้องตรวจสอบขอบเขต) ใช้กับขนส่งสาธารณะรถไฟใต้ดิน·รถเมล์ (ยกเลิกกุมภาพันธ์ 2026 แล้ว)
WOWPASS เติมเงินสด 16 สกุลเงิน + เติมด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศ·Mobile Wallet ออกให้คนสัญชาติเกาหลี
Airalo eSIM ข้อมูลอินเทอร์เน็ต ไม่ให้เบอร์เกาหลี, SMS·โทรออก
Travel Wallet คนที่อยู่เกาหลีใช้ในต่างประเทศ ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเกาหลี

ดู Apple Pay ก่อน บัตรที่ลงทะเบียนใหม่ใน Apple Wallet ในเกาหลีจำกัดเฉพาะบัตรที่ออกในประเทศ ไม่รองรับ AMEX·Diners·UnionPay สำคัญกว่าคือขนส่งสาธารณะ การเชื่อมต่อ Apple Pay กับบัตรต่างประเทศของเมืองโซล·T-money ไม่สำเร็จเมื่อกุมภาพันธ์ 2026 ทำให้ชาวต่างชาติที่ใช้ iPhone ไม่สามารถใช้ Apple Pay นั่งรถไฟใต้ดิน·รถเมล์ได้ ทางเลือกคือเติมเงินด้วยบัตรต่างประเทศในแอป Mobile T-money แต่การเติมด้วยบัตรต่างประเทศมีค่าธรรมเนียมประมาณ 4.5% ตามคำแนะนำของ T-money และเนื่องจากเป็นการชำระดอลลาร์ จำนวนเงินจริงที่ต้องจ่ายจะแตกต่างกันตามผู้ออกบัตรและเวลา ต้องทดสอบจริงว่าบัตรที่เพิ่มไว้ใน Wallet จากต่างประเทศจะใช้ได้แค่ไหนกับเครื่องรับชำระเงินแบบไร้สัมผัสของร้านค้าทั่วไปในเกาหลี รายละเอียดมีใน การใช้ Apple Pay·Google Pay กับขนส่งสาธารณะเกาหลี

WOWPASS มักถูกถามว่า 'ได้เฉพาะ Kiosk เท่านั้นหรือ' คำตอบคือได้ทั้งคู่ ออกบัตรเติมเงินจริงจาก Kiosk กว่า 240 ตู้ทั่วประเทศหรือจองออนไลน์ เติมเงินได้ทั้งเงินสดที่ Kiosk (16 สกุลเงินอย่าง USD·EUR·AUD·CAD·GBP·SGD·PHP ฯลฯ) และบัตรเครดิตต่างประเทศ·Mobile Wallet ในแอป ในบัตรมียอดเงิน WOWPASS และยอดเงิน T-money แยกกัน ใช้งานขนส่งสาธารณะโดยแตะด้วยยอดเงิน T-money โอนเงิน WOWPASS→T-money ในแอปได้เฉพาะ iOS (เติมเงินสดที่เครื่องขายตั๋วในสถานีรถไฟใต้ดินได้ทั้ง iOS และ Android)

eSIM มีกับดักหนึ่งอย่าง สินค้าเกาหลีของ Airalo ส่วนใหญ่เป็นแบบข้อมูลอย่างเดียว จึงไม่ให้เบอร์โทรศัพท์เกาหลีและไม่มี SMS·โทรออก (เฉพาะแพ็กเกจบางแพ็กของ Global eSIM รองรับโทร·ข้อความ) หมายความว่าแม้จะซื้อ eSIM แอปที่ต้องการยืนยัน SMS ด้วยเบอร์เกาหลีอย่าง Kakao T ลงทะเบียนบัตร, T-money GO, Baemin ก็ยังใช้ไม่ได้ ถ้าต้องการเบอร์เกาหลีจริงๆ ต้องเปิด eSIM แบบเติมเงินที่ให้เบอร์แยกต่างหาก

หมายเหตุ: Travel Wallet มีหลายบทความอธิบายทิศทางกลับกัน นี่เป็นบัตรสำหรับคนที่อยู่เกาหลีใช้ในต่างประเทศ ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการต้องมีโทรศัพท์มือถือในนามของตนเอง·บัญชีธนาคารในประเทศ·บัตรประชาชน และระบุชัดเจนว่าการโอนเงินต่างประเทศสำหรับพลเมืองเกาหลีอายุ 19 ปีขึ้นไปเท่านั้น สามารถทำได้หลัง 48 ชั่วโมงจากการสมัครใหม่ ไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการว่าชาวต่างชาติ (รวมคนต่างด้าวที่จดทะเบียน) สมัครได้หรือไม่ ต้องติดต่อศูนย์ลูกค้า ถ้าเห็นแอปนี้ในรายการแอปจำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว ให้สงสัยรายการนั้นเลย

การชำระเงินสะดวกเป็นตัวอย่างทั่วไปที่ 'การสมัคร' กับ 'ใช้งานจริง' ต่างกัน Kakao Pay·Naver Pay ชาวต่างชาติก็ใช้ได้ แต่การเพิ่มวิธีการชำระเงินต้องมี ARC และบัญชีธนาคารเกาหลี จึงเป็นระบบสำหรับผู้อาศัยมากกว่า การยืนยันตัวตนด้วยหนังสือเดินทางของ Naver เมื่อมิถุนายน 2026 เป็นมาตรการอย่างเป็นทางการแรกที่ลดอุปสรรคนี้ แต่ขอบเขตการใช้จำกัดเฉพาะบางบริการ ขอบเขตแต่ละขั้นตอนดูได้ใน คู่มือการสมัคร Naver Pay·Kakao Pay สำหรับชาวต่างชาติ

การจองร้านอาหาร·เดลิเวอรี่·ช้อปปิ้ง — ส่วนที่เบอร์เกาหลีเป็นตัวตัดสิน

การจองร้านอาหารเปิดกว้างกว่าที่คิด Catchtable Global เคยต้องมีเบอร์โทรศัพท์เกาหลีจึงจะสมัครได้ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสมัครด้วยอีเมลเท่านั้นได้แล้ว รองรับ 20 ภาษารวมอังกฤษ·ญี่ปุ่น·จีน มีร้านลงทะเบียนประมาณ 12,000 ร้าน ณ พฤษภาคม 2026 ผู้ใช้แอป Global รายเดือนมี 1.12 ล้านคน เพิ่มขึ้น 122% จากปีก่อน การจองเพิ่ม 71% การรอคิวเพิ่ม 68% ประเด็นสำคัญคือต้องดาวน์โหลดแอป Global ไม่ใช่แอปเกาหลี แต่ต้องตรวจสอบว่าบัตรต่างประเทศจะผ่านหรือไม่ในร้านที่มีเงินจอง·ประกันค่าไม่มา ขั้นตอนแต่ละหน้าจออยู่ใน คู่มือแอปรอคิว·จองร้านอาหารเกาหลีสำหรับชาวต่างชาติ

เดลิเวอรี่ต้องแยกดูสามแอป

แอป การสมัคร การชำระเงิน
Baemin ต้องมีเบอร์เกาหลี ตั้งแต่ 2 มิถุนายน 2026 ชำระด้วย VISA·Mastercard·JCB·Amex ต่างประเทศผ่าน Apple Pay ได้
Yogiyo ต้องมีเบอร์เกาหลี ไม่รองรับบัตรต่างประเทศ·PayPal · แต่มี 'จ่ายตอนเจอกัน'
Coupang Eats ต้องมีเบอร์เกาหลี ถ้าไม่ใช่บัตรที่ออกในประเทศ มักเกิดข้อผิดพลาดในการชำระเงิน

Baemin เป็นรายการที่เปลี่ยนแปลงจริงในปี 2026 ต้องดูข้อมูลล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2026 สามารถชำระเงินด้วยบัตรต่างประเทศผ่าน Apple Pay ได้ ก่อนหน้านั้นแม้แต่ Apple Pay ก็ต้องเป็นบัตรที่ออกในประเทศเท่านั้น หมายเหตุ: ในไตรมาสแรก 2026 คำสั่งซื้อด้วยวิธีการชำระเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 3.7 เท่าจากช่วงเดียวกันปีก่อน ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นประมาณ 14 เท่า แต่ที่เปิดคือด้านการชำระเงินเท่านั้น การขอเบอร์เกาหลีตอนสมัครสมาชิกยังคงเหมือนเดิม จึงติดตอนสมัครก่อน ทางเลือกเดลิเวอรี่ที่มีภาษาอังกฤษมีอยู่ใน แอปเดลิเวอรี่เกาหลีที่มีภาษาอังกฤษ

ช้อปปิ้งเป็นตัวอย่างที่แบ่งตามผู้ออกบัตร Coupang แม้เป็นบัตรอเมริกันเดียวกันก็แบ่งได้ตามว่าผู้ออกบัตรรองรับ 3D Secure (ชำระเงินต่างประเทศอย่างปลอดภัย) หรือไม่ และความละเอียดของระบบความปลอดภัย มีรายงานการทดสอบจริง กรณีสำเร็จ·ล้มเหลวของผู้ออกบัตรแต่ละรายเป็นข้อมูลจากรีวิวส่วนบุคคลจึงยากที่จะสรุปเป็นกฎทั่วไป ถือว่า 'ขึ้นอยู่กับบัตร' การสมัครใช้เบอร์เกาหลีลื่นที่สุด แต่ก็มีรีวิวเรื่อยๆ ว่ารับรหัสยืนยันด้วยเบอร์ต่างประเทศในแอปได้ สินค้า Rocket Delivery (ตราสัญลักษณ์จรวดสีน้ำเงิน) จัดส่งจากสต็อกในประเทศจึงไม่ต้องมีเลขประจำตัวศุลกากร

Karrot ปิดอย่างแท้จริงสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากยืนยันมือถือแล้วยังมีประตูที่สองคือ 'การยืนยันย่านใกล้เคียง' ต้องเปิด GPS อยู่จริงในพื้นที่นั้นจึงจะยืนยันได้ ลงทะเบียนได้สูงสุด 2 พื้นที่ KakaoTalk ตรงกันข้าม สมัครเองด้วยเบอร์ต่างประเทศได้ (เพิ่มรหัสประเทศ +1·+81·+84 ฯลฯ แล้วยืนยัน SMS) แต่เมื่อต้องการ 'ยืนยันตัวตน' เช่น ลงทะเบียนบัตร Kakao T·Kakao Pay·ใบรับรอง KakaoTalk จะเข้าสู่ระบบยืนยันชื่อจริงของผู้ให้บริการเกาหลี วิธีการสมัครอยู่ใน สมัคร KakaoTalk โดยไม่ต้องมีเบอร์เกาหลี

สรุปถึงตรงนี้ ส่วนที่นักท่องเที่ยวต่อสู้ถึงที่สุดก็คือขนส่งและการชำระเงิน แผนที่และการแปลภาษาเปิดกว้าง ธนาคาร·การชำระเงินสะดวกเป็นระบบสำหรับผู้อาศัยตั้งแต่ต้นจึงยอมแพ้ได้ แต่แท็กซี่·KTX·รถบัสทางด่วน·บัตรโดยสารยอมแพ้ไม่ได้ แต่ทั้งสี่อย่างนี้ติดอุปสรรคการยืนยันตัวตนต่างกันในแต่ละแอป ดังนั้นถ้ามีแอปที่ออกแบบตั้งแต่แรกไม่ให้ต้องการการยืนยันตัวตนไว้หนึ่งตัว ส่วนนี้จะง่ายขึ้น LACHA เป็นบริการที่สร้างขึ้นเพื่อใช้แท็กซี่เรียกทันที, KTX, รถบัสทางด่วน, VAN (5·6 ที่นั่ง), รถไฟสนามบิน, บัตรโดยสาร (รถเมล์·รถไฟใต้ดิน) ในแอปเดียวโดยไม่ต้องมีบัญชีเกาหลีหรือเบอร์เกาหลี โครงสร้างคือเติม LACHA Money แล้วใช้ จึงเติมได้ด้วย E-Wallet 17 ประเภทอย่าง Alipay·WeChat Pay·GCash·TrueMoney และบัตรต่างประเทศ VISA·Mastercard·JCB·AMEX·UnionPay, โอนเงิน·บัญชีเสมือน แต่ไม่รองรับรถบัสระหว่างเมือง·เรือเฟอร์รี่·เครื่องบิน ถ้าแผนการต้องใช้รถบัสระหว่างเมือง ต้องเตรียมการแยกต่างหาก

อยากจัดการตั้งแต่การเดินทางแรกหลังลงเครื่องในแอปเดียว? ลองดู LACHA

ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว

ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที

ดาวน์โหลดเลย

Download on the App Store Get it on Google Play

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. ไม่มีเบอร์เกาหลี ท่องเที่ยว 4-7 วันได้หรือไม่? ได้ Papago, Naver Map, k.ride หรือ Uber, Mobile T-money หรือ WOWPASS, Catchtable Global, eSIM แค่หกทางนี้ก็ครอบคลุมเดินทาง·แปลภาษา·อาหาร·การสื่อสารหมดแล้ว ที่ติดคือเดลิเวอรี่·ซื้อขายมือสอง·ธนาคาร·การชำระเงินสะดวก แต่ในการท่องเที่ยวระยะสั้นส่วนใหญ่ไม่มีก็ได้ (ณ สิงหาคม 2026)

Q2. ซื้อ eSIM แล้วจะมีเบอร์เกาหลีหรือไม่? ไม่ สินค้าเกาหลีของ Airalo ส่วนใหญ่เป็นแบบข้อมูลอย่างเดียว ไม่ให้เบอร์โทรศัพท์เกาหลี SMS·โทรออกไม่ได้ ดังนั้นแม้จะซื้อ eSIM แอปที่ต้องการยืนยัน SMS ด้วยเบอร์เกาหลีก็ยังใช้ไม่ได้ ถ้าต้องการเบอร์จริงๆ ต้องเปิด eSIM แบบเติมเงินที่ให้เบอร์แยกต่างหาก

Q3. ใช้ iPhone แล้วใช้ Apple Pay นั่งรถไฟใต้ดินได้หรือไม่? ณ สิงหาคม 2026 ไม่ได้ การเชื่อมต่อ Apple Pay กับบัตรต่างประเทศที่เมืองโซล·T-money ผลักดันไม่สำเร็จเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 เพราะเจรจาลำบาก ทางเลือกคือเติมเงินด้วยบัตรต่างประเทศในแอป Mobile T-money หรือใช้บัตรจริงอย่าง WOWPASS·Climate Card ตั๋วระยะสั้น

Q4. Climate Card เลิกใช้แล้ว ซื้อได้หรือไม่? ที่เลิกคือตั๋ว 30 วัน ตั๋วระยะสั้น 1·2·3·5·7 วันที่นักท่องเที่ยวใช้ระบุไว้ใน FAQ อย่างเป็นทางการของเมืองโซลว่ายังคงมี บัตรเติมเงินล่วงหน้าเติมได้ถึง 31 สิงหาคม 2026 ใช้ได้ถึง 29 กันยายน 2026 สิทธิ์บัตรเครดิตใช้ได้ถึง 30 กันยายน 2026 ตั้งแต่มีนาคม 2026 ซื้อ·เติมเงินด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศได้

Q5. KTX จองด้วยแอป Korail+ ได้หรือไม่? แอปออกแบบโดยมีเบอร์เกาหลี·บัตรที่ออกในเกาหลีเป็นเงื่อนไข มีรายงานซ้ำว่าการชำระเงินด้วยบัตรต่างประเทศล้มเหลว (ตามเกณฑ์สมัย Korail Talk ต้องตรวจสอบว่าหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Korail+ ปรับปรุงหรือไม่) ที่มั่นใจกว่าคือการจองแบบไม่เป็นสมาชิกด้วยข้อมูลหนังสือเดินทาง, สแกน QR Code ที่สถานีหลัก 50 แห่งแล้วชำระเงินในเว็บไซต์ภาษาต่างประเทศ, เคาน์เตอร์สำหรับชาวต่างชาติ (Foreigner windows) ที่สถานี หมายเหตุ: ชั้นธรรมดา Seoul↔Busan เป็น 54,400 KRW ตั้งแต่ 1 กันยายน 2026

เพื่อไม่ให้หลงทางที่ Wi-Fi สนามบิน

การดาวน์โหลดรายการแอปยาวๆ ไม่ดีเท่ากับการรู้ว่าติดที่ข้อไหนในสามข้อนี้ แอปที่ต้องการเบอร์เกาหลีคำตอบชัดเจนตั้งแต่ก่อนเดินทาง แอปที่ต้องการ ARC ถ้าไม่ใช่คนต่างด้าวที่จดทะเบียนก็ไม่มีเหตุผลที่จะลอง ที่เหลือคือด้านบัตรต่างประเทศ แต่ไม่รู้จริงจนกว่าจะชำระเงินจริง จึงควรเตรียมวิธีการชำระเงินสำรองอีกหนึ่งอย่างไว้เพื่อความปลอดภัย

สรุปเป็น Checklist ก่อนออกเดินทาง ซื้อ·ติดตั้ง eSIM เสร็จ, ติดตั้ง Papago·Naver Map, แอปแท็กซี่ลงทะเบียนบัตรเสร็จด้วย k.ride หรือ Uber, ร้านอาหารจองล่วงหน้าด้วย Catchtable Global, KakaoTalk ยืนยันอย่างมีเวลา (ห้ามกดซ้ำ) หลังมาถึงแค่เลือกบัตรโดยสาร (Mobile T-money·WOWPASS·Climate Card ตั๋วระยะสั้น เลือกอันใดอันหนึ่ง) ก็พอ นโยบายแอปเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในปี 2026 แนะนำให้ตรวจสอบประกาศของแต่ละแอปอีกครั้งก่อนเดินทางสักสองสามวัน

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไป เงื่อนไขการสมัคร·วิธีการยืนยันตัวตน·ขอบเขตการรองรับการชำระเงิน·ราคา เป็นข้อมูลสาธารณะ ณ สิงหาคม 2026 อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า โดยเฉพาะรายการที่ระบุว่า 'ต้องตรวจสอบ' เป็นเนื้อหาที่ไม่ได้ยืนยันจากเอกสารอย่างเป็นทางการ อย่ารับเป็นข้อมูลแน่นอน โปรดตรวจสอบอีกครั้งจากคำแนะนำอย่างเป็นทางการของแต่ละแอปและศูนย์ลูกค้า และเว็บไซต์ภาษาอังกฤษของ Korea Tourism Organization (english.visitkorea.or.kr) ก่อนใช้งาน สอบถามภาษาอังกฤษได้ที่สายด่วนท่องเที่ยว ☎1330 (24 ชั่วโมง, อังกฤษ·จีน·ญี่ปุ่น ฯลฯ) LACHA ไม่ใช่ผู้ให้บริการแอปของบริษัทอื่นที่ปรากฏในบทความนี้ และไม่รับประกันความสามารถในการสมัครหรือผลการอนุมัติการชำระเงินของแต่ละแอป

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตล่าสุด 2026-08-26