LACHAKorea Guide by LACHA
คู่มือทั้งหมด129
③ การพำนักและวีซ่า

วิธีอ่านสัญญาจ้างงานมาตรฐาน EPS — 10 ช่องที่ต้องเช็กก่อนเซ็น (แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6, ปี 2026)

③ การพำนักและวีซ่าทีมคู่มือ LACHA· อัปเดต 2026-08-27· อ่าน 41 นาที
วิธีอ่านสัญญาจ้างงานมาตรฐาน EPS — 10 ช่องที่ต้องเช็กก่อนเซ็น (แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6, ปี 2026)
สารบัญ

สัญญาที่แรงงานซึ่งเดินทางเข้าเกาหลีผ่านระบบใบอนุญาตจ้างงาน (EPS) ต้องเซ็นนั้น ไม่ใช่เอกสารที่นายจ้างทำขึ้นเอง เพราะ «พระราชบัญญัติว่าด้วยการจ้างแรงงานต่างชาติ» มาตรา 9 วรรค 1 กำหนดเป็นหน้าที่ให้ ใช้สัญญาจ้างงานมาตรฐานตามที่กฎกระทรวงแรงงานกำหนด แบบฟอร์มของบริษัทเองจึงไม่ใช่ตัวเลือกตั้งแต่ต้น และนายจ้างที่ฝ่าฝืนอาจถูกปรับทางปกครอง (administrative fine) ไม่เกิน 5,000,000 KRW ตามมาตรา 32 วรรค 1 อนุ 1 ของกฎหมายเดียวกัน

แบบฟอร์มนั้นคือ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] ตามกฎกระทรวง ชื่อว่า 'สัญญาจ้างงานมาตรฐาน (Standard Labor Contract)' มีข้อตั้งแต่ 1 ถึง 12 แต่ ช่องที่ต้องกรอกค่าโดยตรงคือข้อ 1–10 ส่วนข้อ 11 และ 12 เป็นข้อความข้อตกลงที่พิมพ์มาแล้ว ดังนั้นที่ต้องกวาดตาดูก่อนเซ็นจึงมีแค่สิบช่องพอดี

เหตุผลที่อ่านยากมีอยู่อีกอย่าง สองคอลัมน์ในแบบฟอร์มคือ ภาษาเกาหลีกับภาษาอังกฤษ แม้จะพยายามหาช่องภาษาบ้านเกิดเพื่อเทียบ ก็ไม่มีช่องนั้น ฉบับแปลภาษาประเทศต้นทางไม่ใช่แบบฟอร์มแต่เป็นเอกสารแนะนำแยกต่างหาก จึงอาจไม่ได้อยู่ในมือ ยิ่งกว่านั้น สัญญาถูกส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง Human Resources Development Service of Korea กับหน่วยงานจัดส่งแรงงานที่ประเทศต้นทาง จึงไม่ใช่โอกาสที่จะนั่งต่อรองเงื่อนไขกับนายจ้างแบบตัวต่อตัว

เพราะฉะนั้น เป้าหมายที่ทำได้จริงจึงไม่ใช่ 'ขอให้แก้ไข' แต่คือรู้ว่ามีอะไรเขียนไว้ และรู้ว่าจะไปถามที่ไหน สิบช่องด้านล่างนี้เรียงไว้ตามลำดับนั้น

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือทางปกครอง แต่เป็นข้อมูลอ้างอิงที่รวบรวมกฎหมายและแบบฟอร์มที่เปิดเผยไว้ ณ 2026-08 ผลลัพธ์จะต่างกันไปตามสถานะการพำนัก ประเภทงาน ขนาดสถานประกอบการ และสภาพแวดล้อมของแต่ละคน

เช็กก่อนอื่น — สัญญาที่ได้รับมาเป็นแบบฟอร์มนี้จริงไหม

ถึงจะเป็นระบบ EPS เหมือนกัน แบบฟอร์มก็ยังแยกกัน ก่อนอ่านเนื้อหา ให้หาแถวของตัวเองก่อน

สถานการณ์ของฉัน สัญญาที่ใช้ ส่วนที่ต้องดูในบทความนี้
เข้าประเทศด้วย E-9 (แรงงานทั่วไป) [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] สัญญาจ้างงานมาตรฐาน ตามกฎกระทรวง สิบช่องด้านล่างทั้งหมด
ที่ทำงานอยู่ในภาคเกษตร ปศุสัตว์ ประมง [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] — มีข้อ 1–11 และเนื้อหาก็ต่างกัน ตารางสิบช่อง + หัวข้อเกษตร-ปศุสัตว์-ประมง ต้องอ่านคู่กันเสมอ
ทำงานด้วยใบอนุญาตจ้างงานกรณีพิเศษ ด้วยวีซ่า H-2 (Work and Visit) ใช้สัญญาจ้างงานมาตรฐาน แต่ต้องตรวจสอบหมายเลขแบบฟอร์ม ตรวจสอบหมายเลขแบบฟอร์มก่อนที่ศูนย์จัดหางานหรือ ☎1350
สถานะพำนักอื่น เช่น E-7 หรือกลุ่ม F ไม่ใช่แบบฟอร์มนี้ แต่เป็นสัญญาจ้างงานทั่วไป เกี่ยวข้องเฉพาะส่วนมาตรา 17 พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน

แถวที่สองสำคัญเป็นพิเศษ แบบฟอร์มภาคเกษตร-ปศุสัตว์-ประมงพิมพ์ข้อความไว้ในแบบฟอร์มว่า ไม่นำบทบัญญัติเรื่องเวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุดมาใช้บังคับ ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองได้รับแบบฟอร์มไหนแล้วไปคำนวณด้วยเกณฑ์ทั่วไป การคำนวณจะผิดทั้งยวง

ทำไมต้อง 'มาตรฐาน' — แบบฟอร์มของนายจ้างใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก

การกำหนดให้ใช้สัญญาจ้างงานมาตรฐานไม่ใช่คำแนะนำ แต่เป็นหน้าที่ตามมาตรา 9 วรรค 1 หากฝ่าฝืน บทลงโทษคือ ปรับทางปกครองไม่เกิน 5,000,000 KRW ตามมาตรา 32 วรรค 1 อนุ 1 ของกฎหมายเดียวกัน และผู้ที่ถูกปรับไม่ใช่ลูกจ้าง แต่เป็นนายจ้าง

ยังมีอีกเรื่องซ้อนอยู่ «พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน» มาตรา 17 วรรค 1 และวรรค 2 กำหนดว่าเมื่อทำสัญญาจ้าง ต้องระบุค่าจ้าง เวลาทำงานตามกำหนด วันหยุด และวันลาพักผ่อนประจำปีแบบได้รับค่าจ้าง และต้องมอบเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุองค์ประกอบของค่าจ้าง วิธีคำนวณและวิธีจ่ายให้แก่ลูกจ้าง หากฝ่าฝืน จะมีโทษปรับทางอาญา (criminal fine) ไม่เกิน 5,000,000 KRW ตามมาตรา 114 อนุ 1 ของกฎหมายเดียวกัน

📌 สำคัญ: เงิน 5,000,000 KRW ทั้งสองก้อนนี้เป็นบทลงโทษที่ต่างกัน มาตรา 32 วรรค 1 อนุ 1 ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติคือ ปรับทางปกครอง ส่วนมาตรา 114 อนุ 1 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานคือปรับทางอาญา เวลาไปปรึกษาหรือร้องเรียน ถ้าพูดแค่ว่า "อันที่ 5 ล้าน" จะสื่อไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อไหน จึงควรจดหมายเลขมาตราไว้ด้วย การถูกปรับจริงหรือไม่และจำนวนเงินจะต่างกันไปตามแต่กรณี ตัวเลขข้างต้นคือเพดานที่กฎหมายกำหนด

10 ช่องที่ต้องเช็กก่อนเซ็น — ตารางเช็กแบบเห็นครบในตาเดียว

ใช้หมายเลขและชื่อข้อตามตัวแบบฟอร์มจริง หาหมายเลขเดียวกันในเอกสารตัวจริงได้เลย

ช่อง ชื่อข้อในแบบฟอร์ม สิ่งที่ต้องดูก่อนเซ็น
1 ระยะเวลาสัญญาจ้าง จำนวนเดือน และมีการติ๊กช่วงทดลองงาน 1/2/3 เดือนหรือไม่
2 สถานที่ทำงาน เป็นสถานประกอบการที่จะไปทำงานจริงหรือไม่
3 ลักษณะงาน ระบุประเภทธุรกิจ เนื้อหากิจการ และเนื้อหางานไว้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่
4 เวลาทำงาน เวลาเข้า-ออก ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาเฉลี่ยต่อวัน เพดานความผันผวน ระบบกะ
5 เวลาพัก ○ นาทีต่อวัน — เทียบกับมาตรา 54 พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน
6 วันหยุด วันอาทิตย์/วันหยุดราชการ แบบได้/ไม่ได้ค่าจ้าง วันเสาร์ทุกสัปดาห์/สัปดาห์เว้นสัปดาห์ อื่น ๆ
7 ค่าจ้าง ค่าจ้างปกติรายเดือน เงินเดือนพื้นฐาน เบี้ยเลี้ยงประจำ โบนัส ค่าจ้างช่วงทดลองงาน
8 วันจ่ายค่าจ้าง ทุกวันที่ ○ ของเดือน หรือทุกวัน ○ ของสัปดาห์
9 วิธีการจ่าย ติ๊กไว้ที่ "จ่ายโดยตรง" หรือ "โอนเข้าบัญชี"
10 ที่พักและอาหาร ประเภทที่พักและจำนวนเงินที่ต้องรับภาระ มีอาหารให้หรือไม่และจำนวนเงินที่ต้องรับภาระ

ข้อ 11 เป็นข้อตกลงว่าจะปฏิบัติตามสัญญาจ้าง ระเบียบการทำงาน และข้อตกลงร่วม ส่วนข้อ 12 เป็นข้อความว่าเรื่องที่ไม่ได้กำหนดในสัญญานี้จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน ทั้งสองข้อพิมพ์มาแล้วจึงไม่มีอะไรต้องกรอก

ข้อควรระวัง: เกณฑ์ในตารางนี้คือ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] ฉบับแก้ไขวันที่ 10 มกราคม 2020 กฎกระทรวงมีประวัติการแก้ไขหลังจากนั้นอีก จึงมีความเป็นไปได้ว่าแบบฟอร์มถูกเปลี่ยนอีกครั้ง และเราไม่สามารถตรวจสอบส่วนนั้นได้ ถ้าหมายเลขหรือชื่อของแบบฟอร์มที่อยู่ในมือต่างจากตารางข้างต้น ให้ค้นคำว่า '표준근로계약서' ที่ศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ (law.go.kr) เพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มล่าสุดอีกครั้ง

ช่องที่ 1 ระยะเวลาสัญญาจ้าง — จุดเริ่มต้นไม่ใช่วันที่เซ็น แต่เป็นวันที่เข้าประเทศ

เป็นช่องที่ถูกเข้าใจผิดบ่อยที่สุด ในช่องที่ 1 ของแบบฟอร์มพิมพ์ไว้ว่า "ระยะเวลาสัญญาจ้างของผู้เข้าประเทศครั้งแรกหรือผู้กลับเข้าประเทศใหม่ เริ่มนับจากวันที่เข้าประเทศ" เนื้อหาเดียวกันปรากฏในกฎกระทรวง (พระราชกฤษฎีกา) ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติ มาตรา 17 วรรค 1 ด้วย — เวลาที่สัญญาจ้างเริ่มมีผลคือวันที่แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ

จะต่างออกไปเฉพาะกรณีกลับเข้าประเทศใหม่แบบผู้ปฏิบัติดี (มาตรา 18-4 วรรค 1) กรณีนี้ให้นับจาก วันที่เข้าประเทศและเริ่มทำงาน

เพดานของระยะเวลาถูกกำหนดโดยระยะเวลากิจกรรมการทำงาน มาตรา 9 วรรค 3 ให้นายจ้างที่ได้รับใบอนุญาตจ้างงานและลูกจ้างตกลงทำสัญญาหรือต่อสัญญากันได้ภายในระยะเวลาตามมาตรา 18 คือ 3 ปีนับจากวันที่เข้าประเทศ และหากระยะเวลากิจกรรมการทำงานได้รับการต่อขยายตามมาตรา 18-2 ก็สามารถทำสัญญาใหม่ได้อีกภายในขอบเขตของระยะเวลาที่ต่อขยายนั้น ตามมาตรา 9 วรรค 4 ของกฎหมายเดียวกัน

ในช่องเดียวกันมีที่ให้ติ๊กว่าจะใช้ช่วงทดลองงานหรือไม่ และถ้าใช้ จะเป็น 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน การติ๊กนี้ต้องดูเป็นชุดเดียวกับ 'ค่าจ้างช่วงทดลองงาน' ในช่องที่ 7

การเป็นช่วงทดลองงานไม่ได้แปลว่าจะหักค่าจ้างได้ตามใจ «พระราชบัญญัติค่าแรงขั้นต่ำ» มาตรา 5 วรรค 2 อนุญาตให้กำหนดจำนวนเงินที่ต่างจากค่าแรงขั้นต่ำได้เฉพาะกับผู้ที่ ①ทำสัญญาโดยกำหนดระยะเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และ ②อยู่ภายใน 3 เดือนนับจากวันเริ่มทดลองงาน โดยขอบเขตการลดตามพระราชกฤษฎีกาคือ 10 ใน 100 ของค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมง ยิ่งกว่านั้น ข้อยกเว้นในวรรคเดียวกันยังกันผู้ประกอบงานใช้แรงงานพื้นฐาน (simple labor) ตามที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานประกาศออกจากกลุ่มที่ถูกลดค่าจ้าง

📌 สำคัญ: งานของแต่ละคนจะเข้าประกาศนั้นหรือไม่ ต่างกันไปในแต่ละราย กระทรวงแรงงานแนะแนวเกณฑ์การพิจารณาว่าเป็นหมวดใหญ่ที่ 9 (ผู้ประกอบอาชีพใช้แรงงานพื้นฐาน) ของการจัดประเภทอาชีพมาตรฐานเกาหลี แต่เราไม่สามารถหาตัวบทประกาศและรายชื่อประเภทงานมาได้ จึงไม่ได้นำรายชื่อมาลงไว้ที่นี่ ถือสัญญาของตัวเองไว้ในมือ แล้วโทร ☎1350 อธิบายลักษณะงานเพื่อยืนยัน จะแม่นยำที่สุด

ช่องที่ 2 และ 3 สถานที่ทำงาน-ลักษณะงาน — สองบรรทัดที่พิมพ์มาแล้วในแบบฟอร์ม

สองช่องนี้ ข้อความที่ติดอยู่ข้าง ๆ มีประโยชน์กว่าค่าที่กรอกลงไป

  • ข้าง ช่องที่ 2 (สถานที่ทำงาน) พิมพ์ไว้ในแบบฟอร์มว่า "ห้ามให้ลูกจ้างทำงานนอกสถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้"
  • ข้าง ช่องที่ 3 (ลักษณะงาน) พิมพ์ไว้ว่า "ต้องระบุงานที่เป็นรูปธรรมซึ่งแรงงานต่างชาติจะปฏิบัติในสถานประกอบการ"

หมายความว่า เหตุที่จะใช้ถามภายหลังว่า "ทำไมให้ไปทำงานที่อื่น" มีอยู่ในสัญญาแล้ว ถ้าช่องที่ 3 กรอกไว้เพียงคำเดียวอย่าง 'การผลิต' หรือ 'เกษตรกรรม' ก็ยังไม่ถึงระดับความเป็นรูปธรรมที่แบบฟอร์มเรียกร้อง ให้ทำเครื่องหมายไว้เป็นข้อที่จะถามก่อนเซ็น

ถ้าสถานที่และงานที่เขียนในสัญญาต่างจากความจริง อาจเข้าข่ายเหตุผลในการเปลี่ยนสถานประกอบการได้ แต่การจะได้รับการรับรองตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติหรือไม่ ศูนย์จัดหางานในเขตเป็นผู้พิจารณา จึงไม่สามารถชี้ชัดที่นี่ว่าได้หรือไม่ได้ ขั้นตอนและกำหนดเวลาสรุปไว้ที่ ขั้นตอนการเปลี่ยนสถานประกอบการ E-9 อ่านก่อนแล้วค่อยไปปรึกษา

ช่องที่ 4, 5, 6 เวลาทำงาน-เวลาพัก-วันหยุด — วางเทียบกับพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน

ถ้าดูแค่ตัวเลขในสัญญา จะตัดสินไม่ได้ว่ามากหรือน้อย ให้วางเกณฑ์กฎหมายไว้ข้าง ๆ แล้วดู

ช่อง สิ่งที่เขียนในสัญญา เกณฑ์พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน (2026-08)
4. เวลาทำงาน เวลาเริ่ม-เลิกงาน ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาเฉลี่ยต่อวัน เพดานความผันผวน มีระบบกะหรือไม่ ทำงานล่วงเวลาต้องบวกเพิ่มไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างปกติ (มาตรา 56 วรรค 1)
5. เวลาพัก ○ นาทีต่อวัน ทำงาน 4 ชั่วโมงต้องพักไม่น้อยกว่า 30 นาที 8 ชั่วโมงต้องไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง โดยให้ระหว่างเวลาทำงานและใช้ได้อย่างอิสระ (มาตรา 54)
6. วันหยุด วันอาทิตย์/วันหยุดราชการ แบบได้/ไม่ได้ค่าจ้าง วันเสาร์ทุกสัปดาห์/สัปดาห์เว้นสัปดาห์ อื่น ๆ ทำงานวันหยุด ภายใน 8 ชั่วโมงบวก 50% ส่วนที่เกิน 8 ชั่วโมงบวก 100% (มาตรา 56 วรรค 2)
ช่วงเวลากลางคืน ดูได้จากการติ๊กระบบกะในช่องที่ 4 ทำงานช่วง 22:00 ถึง 06:00 ของวันถัดไป บวกเพิ่มไม่น้อยกว่า 50% (มาตรา 56 วรรค 3)

เริ่มดูจากช่องที่ 5 ก่อน ถ้าทำงานวันละ 8 ชั่วโมงแต่เขียนเวลาพักไว้ 30 นาที ก็เป็นค่าที่ไม่ถึงเกณฑ์มาตรา 54 จึงเป็นข้อที่ต้องถามก่อนเซ็น

เรื่องเงินเพิ่มมีข้อยกเว้นหนึ่งที่แบบฟอร์มระบุไว้ตรง ๆ ในช่องที่ 7 ของแบบฟอร์มพิมพ์ไว้ว่า "สำหรับการทำงานล่วงเวลา กลางคืน และวันหยุด จ่ายเงินเพิ่ม 50% ของค่าจ้างปกติ" พร้อมกับ "ไม่ใช้บังคับกับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำ 4 คนหรือน้อยกว่า" เพราะมาตรา 11 วรรค 1 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานกำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นเป้าหมายในการใช้บังคับ ส่วนที่ว่าในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 5 คน มาตราอื่นใดใช้บังคับหรือไม่ บทความนี้จะไม่กล่าวถึง — เพราะเรายังไม่ได้ตรวจสอบรายการมาตราจากแหล่งข้อมูลชั้นต้น

ช่องที่ 7, 8, 9 ค่าจ้าง — เทียบกับค่าแรงขั้นต่ำและเช็ก 'โอนเข้าบัญชี'

เกณฑ์สำหรับเทียบคือค่าแรงขั้นต่ำที่ใช้ในปี 2026 รายชั่วโมง 10,320 KRW (คิดเป็นรายเดือน 2,156,880 KRW) ส่วนที่ว่าอะไรนับรวมและอะไรไม่นับรวมในค่าแรงขั้นต่ำ และการคำนวณแยกทางกันที่จุดไหนตามประเภทธุรกิจและขนาดสถานประกอบการ เราสรุปแยกไว้ที่ ค่าแรงขั้นต่ำปี 2026-2027 และข้อยกเว้นตามประเภทธุรกิจ

ที่นี่จะดูแค่ช่องที่ 7 ของแบบฟอร์ม ลองวางค่าที่เขียนใน 'ค่าจ้างปกติรายเดือน' ของช่องที่ 7 เทียบกับเกณฑ์ข้างต้น แต่ถ้าเวลาทำงานตามกำหนดในสัญญาต่างจาก 209 ชั่วโมงต่อเดือน ก็ห้ามนำยอดรายเดือนไปเทียบตรง ๆ กรณีนั้นควรแปลงเป็นค่าจ้างรายชั่วโมงแล้วเทียบกับ 10,320 KRW จะปลอดภัยกว่า

ช่องที่ 8 คือวันจ่าย ต้องมีการกรอกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือทุกวันที่ ○ ของเดือน หรือทุกวัน ○ ของสัปดาห์ ถ้าเว้นว่างไว้ ภายหลังจะไม่มีหลักฐานให้โต้แย้งว่า "ตกลงกันว่าจะจ่ายเมื่อไหร่"

ช่องที่ 9 อาจเป็นช่องที่ใช้ได้จริงที่สุดในแบบฟอร์มนี้ ให้ติ๊กเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง 'จ่ายโดยตรง' และ 'โอนเข้าบัญชี' และด้านล่างพิมพ์ไว้ว่า "นายจ้างต้องไม่เก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากและตราประทับที่อยู่ในชื่อของลูกจ้าง" เป็นเจตนารมณ์เดียวกับที่มาตรา 43 วรรค 1 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานกำหนดให้จ่ายค่าจ้างเป็นเงินตราให้ลูกจ้างโดยตรงเต็มจำนวน

ทิป: ถ้าติ๊กไว้ที่โอนเข้าบัญชี จะมีบันทึกการโอนทุกเดือน เวลาที่ไม่ได้รับค่าจ้างภายหลัง การแสดงว่าเงินเข้ามาเท่าไหร่เมื่อไหร่จะง่ายขึ้นมาก ในทางกลับกัน การเรียกร้องให้นายจ้างเก็บรักษาสมุดบัญชีและตราประทับเป็นการกระทำที่แบบฟอร์มห้ามไว้อย่างชัดแจ้ง ให้โทรถาม ☎1350 ได้เลย

ช่องที่ 10 ที่พักและอาหาร — ช่องจำนวนเงินที่ว่างอยู่คือเรื่องปกติ

หลายคนกังวลตรงนี้ คือได้รับสัญญาที่ 'จำนวนเงินที่ลูกจ้างรับภาระ: เดือนละ ○ วอน' ในช่องที่ 10 เว้นว่างไว้ แล้วคิดว่าเป็นเอกสารที่ผิดพลาด

แบบฟอร์มพิมพ์ไว้ด้านล่างว่า — "ระดับการรับภาระค่าใช้จ่ายของลูกจ้างจะกำหนดแยกต่างหากตามการหารือระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (กรณีผู้เข้าประเทศครั้งแรกหรือผู้กลับเข้าประเทศใหม่ ให้หารือหลังเข้าประเทศ)" การที่ช่องนี้ว่างอยู่ในตอนที่เซ็นที่ประเทศต้นทางจึงเป็นสภาพปกติที่แบบฟอร์มคาดหมายไว้

ปัญหาอยู่ที่จังหวะการหารือ จำนวนเงินจะถูกกำหนดหลังจากมาถึงเกาหลีและเข้าไปอยู่ในที่พักนั้นแล้ว จึงต้องคุยในสภาพที่ยากจะมีทางเลือกอื่น ดังนั้นการเก็บข้อมูลที่หาได้ก่อนเข้าประเทศให้มากที่สุดจะดีกว่า

มีเหตุให้เรียกร้องได้ มาตรา 22-2 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติกำหนดให้นายจ้างต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับ โครงสร้างและอุปกรณ์ สถานที่ตั้ง สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย และพื้นที่ ของหอพักไว้ล่วงหน้าเมื่อทำสัญญาจ้าง และให้ทำเช่นเดียวกันในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหลังทำสัญญาแล้ว วรรค 1 ของมาตราเดียวกันระบุว่าหอพักต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรา 100 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน ถ้ามีแค่การติ๊กประเภทที่พักแต่ไม่ได้รับข้อมูล ก็เป็นข้อที่สามารถถามได้

ข้อควรระวัง: เรื่องที่ว่าหักค่าที่พักและอาหารจากเงินเดือนได้มากเท่าไหร่ เราไม่ได้เขียนไว้ในบทความนี้ เพราะยังตรวจสอบตัวบทแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องไม่ได้ อย่ายึดตัวเลขแบบ 'กี่ % ของเงินเดือน' ที่ลอยอยู่ในอินเทอร์เน็ตเป็นเกณฑ์ ถ้าติดใจเรื่องจำนวนเงินที่ถูกหัก ให้ถือสัญญาและสลิปเงินเดือนไปตรวจสอบที่ ☎1350

เกษตร ปศุสัตว์ ประมง — แบบฟอร์มต่างกันเลย

ถ้าทำงานในภาคเกษตร-ปศุสัตว์-ประมง แบบฟอร์มที่จะได้รับคือ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] 'สัญญาจ้างงานมาตรฐาน (สาขาเกษตร ปศุสัตว์ ประมง)' ไม่ใช่แค่ชื่อต่างกัน แต่โครงสร้างก็ต่างกัน

หัวข้อ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] ทั่วไป [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] เกษตร ปศุสัตว์ ประมง
จุดเวลาแก้ไขที่ตรวจสอบได้ 10 ม.ค. 2020 28 ก.พ. 2017
จำนวนข้อ ข้อ 1–12 (ช่องกรอกข้อ 1–10) ข้อ 1–11
เวลาทำงาน-เวลาพัก-วันหยุด ใช้เกณฑ์พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน พิมพ์ไว้ในแบบฟอร์มว่าไม่ถูกใช้บังคับตามมาตรา 63
ตัวเลือกวันหยุด วันอาทิตย์/วันหยุดราชการ/วันเสาร์ทุกสัปดาห์หรือสัปดาห์เว้นสัปดาห์/อื่น ๆ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง/เดือนละ 1 ครั้ง/เดือนละ 2 ครั้ง/เดือนละ 3 ครั้ง/อื่น ๆ + เลือกแยกสำหรับฤดูเก็บเกี่ยว (ฤดูจับปลาชุก)

ฐานอ้างอิงคือมาตรา 63 ของ «พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน» สำหรับลูกจ้างที่ทำงานในกิจการเกษตรและป่าไม้ เช่น การเพาะปลูกและถางที่ดิน การปลูก เพาะเลี้ยง เก็บพืช (อนุ 1) และกิจการปศุสัตว์ เลี้ยงไหม ประมง เช่น การเลี้ยงสัตว์ การเก็บ จับ เพาะเลี้ยงสัตว์และพืชน้ำ (อนุ 2) จะไม่นำบทบัญญัติเรื่องเวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุดมาใช้บังคับ

ดังนั้นถ้าได้รับแบบฟอร์มนี้ ห้ามอ่านหัวข้อช่องที่ 4, 5, 6 ข้างต้นด้วยเกณฑ์ทั่วไป เพราะการคำนวณอย่าง "พัก 1 ชั่วโมง" หรือ "ทำงานวันหยุดบวก 50%" ใช้ไม่ได้ตรง ๆ เอกสารแนะนำ EPS ส่วนมากอธิบายด้วยเกณฑ์แบบฟอร์มทั่วไปเท่านั้น ถ้าไม่ตรวจสอบหมายเลขแบบฟอร์มของตัวเอง ก็ตัดสินด้วยเกณฑ์ที่ผิดได้ง่าย

ข้อควรระวัง: แบบฟอร์มภาคเกษตร-ปศุสัตว์-ประมงที่เราตรวจสอบเป็นฉบับแก้ไขวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2017 เป็นฉบับเมื่อ 9 ปีก่อน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกแก้ไขในช่วงเวลานั้นมากกว่าแบบฟอร์มทั่วไป ถ้าจำนวนข้อต่างจากเอกสารตัวจริง กรุณาตรวจสอบฉบับล่าสุดที่ศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ

สิทธิที่ไม่มีในสัญญา — ข้อ 12 ดึงพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานเข้ามา

ดูครบสิบช่องแล้วก็ไม่ได้แปลว่าสัญญาจะปลอดภัย ในทางกลับกัน การไม่มีช่องก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิทธิ

ข้อ 12 ของแบบฟอร์มพิมพ์ไว้ว่า "เรื่องที่ไม่ได้กำหนดในสัญญาฉบับนี้ให้เป็นไปตามที่ «พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน» กำหนด" หมายความว่าส่วนที่ไม่ได้เขียนในสัญญาจะไม่ปล่อยเป็นช่องว่าง แต่พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานจะเข้ามาเติมให้ บรรทัดเดียวนี้อุดช่องว่างของเช็กลิสต์สิบช่อง

แต่ในเชิงอรรถของข้อเดียวกันก็พิมพ์ข้อยกเว้นไว้ด้วย คือเนื้อหาที่ว่าแรงงานต่างชาติซึ่งทำงาน ในกิจการบริการในบ้าน (งานบ้าน) และผู้ดูแลผู้ป่วยส่วนบุคคล สามารถทำสัญญาเงื่อนไขการทำงานทั้งหมด รวมถึงเวลาทำงาน วันหยุด และวันลา กับนายจ้างได้อย่างอิสระ ถ้าเข้าข่ายสองสาขานี้ ห้ามถือว่าเกณฑ์ในหัวข้อข้างต้นถูกใช้บังคับตรง ๆ

และเรื่องเหล่านี้เราสรุปที่นี่ไม่ได้ — การลดค่าจ้างช่วงทดลองงานใช้กับงานของฉันไหม สถานประกอบการของเรามีลูกจ้างประจำ 5 คนขึ้นไปหรือไม่ สิ่งที่ฉันได้รับเป็นแบบฟอร์มเกษตร-ปศุสัตว์-ประมงหรือไม่ และการที่สัญญาต่างจากความจริงจะเป็นเหตุเปลี่ยนสถานประกอบการหรือไม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะราย จึงต้องนำสัญญาของตัวเองไปปรึกษาจึงจะได้คำตอบ

สิ่งที่ต้องทำหลังเซ็น

ข้อแรก ขอรับสัญญา 1 ฉบับ นี่ไม่ใช่การขอร้อง มาตรา 16 ของพระราชกฤษฎีกาพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติกำหนดว่าเมื่อนายจ้างหรือ Human Resources Development Service of Korea ทำสัญญาจ้างหรือดำเนินการแทน ต้องจัดทำสัญญาจ้าง 2 ฉบับ และมอบ 1 ฉบับให้แรงงานต่างชาติ ถ้านายจ้างเก็บต้นฉบับไว้และไม่ให้สำเนา ก็ถือว่ามีมาตราที่ใช้เป็นเหตุเรียกร้องได้

ข้อสอง เมื่อได้รับแล้วให้ถ่ายรูปเก็บไว้ทันที ถ่าย ให้ครบทุกหน้าไม่ให้ขาด และตรวจดูว่าตัวอักษรในช่องลงนาม ช่องที่ 1 (ระยะเวลาสัญญา) และช่องที่ 7 (ค่าจ้าง) ยังอ่านออกเมื่อขยายภาพ รูปที่เบลอจะใช้เป็นหลักฐานภายหลังได้ยาก

ข้อสาม เตรียมที่เก็บไฟล์ไว้ล่วงหน้า ช่วงหลังเข้าประเทศทันทีจะยังไม่มีบัตรประจำตัวคนต่างชาติ ไม่มีบัญชีธนาคารเกาหลี ไม่มีเบอร์มือถือเกาหลี จึงมีช่วงที่สมัครคลาวด์หรือแอปไม่ได้ วิธีที่แน่นอนที่สุดคือสร้างบัญชีอีเมลและที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ไว้ตอนที่ยังอยู่ประเทศต้นทาง แล้วส่งรูปไปที่อีเมลของตัวเอง

ข้อสี่ แยกให้ชัดว่าเวลามีปัญหาจะโทรที่ไหน ช่องทางแยกเป็นสองทาง ถ้าโทรผิดที่ตั้งแต่แรกจะไม่จบในครั้งเดียว

  • ศูนย์ให้คำปรึกษาลูกค้า กระทรวงแรงงาน ☎1350 — ปัญหาแรงงาน เช่น ค่าจ้าง เวลาทำงาน หรือกรณีไม่ได้รับสัญญา
  • ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ ☎1345 — ปัญหาการพำนัก เช่น สถานะการพำนัก การยื่นเปลี่ยนสถานประกอบการ

ภาษาที่ให้บริการปรึกษาและเวลาทำการของสองช่องทางนี้ต่างกัน และเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา วิธีใช้งานแต่ละช่องทางสรุปไว้ที่ ช่องทางปรึกษาปัญหาแรงงานและชีวิตของชาวต่างชาติ ส่วนขั้นตอนทั้งหมดของระบบใบอนุญาตจ้างงานสรุปไว้แยกที่ ขั้นตอนการยื่นระบบใบอนุญาตจ้างงาน EPS ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระยะเวลาพำนัก ให้ดู การต่ออายุการพำนัก E-9, D-2, F-6 ควบไปด้วย

จะไปถึงขั้นร้องเรียนหรือไม่ ค่อยตัดสินใจภายหลังก็ได้ การปรึกษาเพียงเพื่อถามว่า "สถานการณ์ของฉันเข้าข่ายอะไร" ก็ทำได้ ดังนั้นเริ่มจากถือสัญญาไว้ในมือแล้วถามก่อนเลยก็พอ

ภาพประกอบเนื้อหาแสดงสถานการณ์จริงของแรงงานต่างชาติที่กำลังใช้กล้องมือถือถ่ายเก็บสำเนาสัญญาที่เซ็นเสร็จแล้วทีละหน้า
การได้รับสัญญา 1 ฉบับไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้าง

นอกเหนือจากเรื่องสัญญา ช่วงไม่กี่วันหลังเข้าประเทศเป็นช่วงที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวคนต่างชาติและไม่มีบัญชีธนาคารเกาหลี ปัญหาจ่ายเงินไม่ได้มักเกิดตรงนี้ ทั้งเส้นทางจากสนามบินไปสถานประกอบการ และการเดินทางไปกลับหน่วยงานราชการก่อนวันเริ่มงานวันแรก LACHA (ลาชา) เป็นซูเปอร์แอปด้านการเดินทางและการชำระเงินสำหรับชาวต่างชาติที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน จัดการ KTX รถบัสด่วน แท็กซี่ รถไฟสนามบิน และบัตรโดยสารได้ในที่เดียว และออกแบบให้ไม่ต้องมีการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนทางการ จึงเริ่มใช้ได้ด้วยพาสปอร์ตเพียงอย่างเดียว ชำระเงินได้ด้วยระบบชำระเงินต่างประเทศอย่าง Alipay และ WeChat Pay รวมถึงบัตรจากต่างประเทศ

ต้องเดินทางและชำระเงินระหว่างรอบัตรพำนัก? ลองดู LACHA

ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว

ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที

ดาวน์โหลดเลย

Download on the App Store Get it on Google Play

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. ถ้านายจ้างบอกว่าจะทำสัญญาด้วยแบบฟอร์มของบริษัทเอง ควรทำอย่างไร? กรณีจ้างงานผ่านระบบใบอนุญาตจ้างงาน การใช้สัญญาจ้างงานมาตรฐานเป็นหน้าที่ตามมาตรา 9 วรรค 1 ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติ นายจ้างที่ฝ่าฝืนอาจถูกปรับทางปกครองไม่เกิน 5,000,000 KRW ตามมาตรา 32 วรรค 1 อนุ 1 ของกฎหมายเดียวกัน โปรดทราบว่าโครงสร้างนี้ไม่ใช่การลงโทษลูกจ้าง แต่เป็นหน้าที่ของนายจ้าง และถ้าได้รับเอกสารที่ไม่ใช่แบบฟอร์มมาตรฐาน ให้อธิบายสถานการณ์และตรวจสอบที่ ☎1350 ก่อนเซ็น

Q2. ระยะเวลาสัญญาเริ่มนับจากวันที่เซ็นหรือไม่? ไม่ใช่ ในช่องที่ 1 ของแบบฟอร์มพิมพ์ไว้ว่า "ระยะเวลาสัญญาจ้างของผู้เข้าประเทศครั้งแรกหรือผู้กลับเข้าประเทศใหม่ เริ่มนับจากวันที่เข้าประเทศ" และมาตรา 17 วรรค 1 ของพระราชกฤษฎีกาพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติก็กำหนดเวลาที่สัญญาจ้างเริ่มมีผลเป็นวันที่แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ถ้าเซ็นที่ประเทศต้นทางแล้วเข้าประเทศอีกหลายเดือนต่อมา ช่วงเวลาระหว่างนั้นไม่นับเข้าในระยะเวลาสัญญา แต่กรณีกลับเข้าประเทศใหม่แบบผู้ปฏิบัติดี (มาตรา 18-4 วรรค 1) ให้นับจากวันที่เข้าประเทศและเริ่มทำงาน

Q3. เขาบอกว่าเพราะเป็นช่วงทดลองงานจึงได้น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ถูกต้องไหม? ต่างกันไปในแต่ละคน การลดตามมาตรา 5 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติค่าแรงขั้นต่ำต้องเข้าเงื่อนไขครบทุกข้อ และผู้ประกอบงานใช้แรงงานพื้นฐานตามที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานประกาศจะถูกกันออกจากกลุ่มที่ถูกลดตามข้อยกเว้นในวรรคเดียวกัน เงื่อนไขและขอบเขตการลดดูได้ที่ ค่าแรงขั้นต่ำปี 2026-2027 และข้อยกเว้นตามประเภทธุรกิจ ในด้านสัญญา สิ่งที่ต้องดูคือการติ๊กช่วงทดลองงานในช่องที่ 1 กับ 'ค่าจ้างช่วงทดลองงาน' ในช่องที่ 7 ตรงกันหรือไม่ ส่วนที่ว่างานของฉันเข้าประกาศนั้นหรือไม่ ต้องนำเนื้อหางานในช่องที่ 3 ของสัญญาไปตรวจสอบที่ ☎1350 จึงจะแม่นยำ

Q4. ทำงานในฟาร์ม แต่เวลาพักในสัญญาเขียนไว้สั้น ดูหมายเลขแบบฟอร์มที่ได้รับก่อน ภาคเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ใช้ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] และในแบบฟอร์มนั้นพิมพ์ข้อความว่าไม่ถูกใช้บังคับด้วยบทบัญญัติเรื่องเวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุด ตามมาตรา 63 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน กรณีนี้ถ้านำเกณฑ์ของแบบฟอร์มทั่วไป (4 ชั่วโมงพัก 30 นาที 8 ชั่วโมงพัก 1 ชั่วโมง) มาแทนตรง ๆ การตัดสินจะคลาดเคลื่อน อธิบายทั้งหมายเลขแบบฟอร์มและงานที่ทำจริงแล้วตรวจสอบที่ ☎1350 จะแม่นยำกว่า

Q5. ไม่ได้รับสำเนาสัญญา ขอได้ไหม? ได้ มีเหตุให้เรียกร้อง มาตรา 16 ของพระราชกฤษฎีกาพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติกำหนดให้จัดทำสัญญาจ้าง 2 ฉบับ และมอบ 1 ฉบับให้แรงงานต่างชาติ เป็นหน้าที่ของนายจ้าง จึงไม่ใช่การขอร้อง ถ้าเรียกร้องแล้วยังไม่ได้รับ ก็จะเกี่ยวโยงกับปัญหาการมอบเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานด้วย ให้เรียบเรียงว่าเซ็นเมื่อไหร่และทำงานอยู่ที่ไหน แล้วไปปรึกษาที่ ☎1350

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือทางปกครอง แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป กฎหมาย แบบฟอร์ม และตัวเลขในเนื้อหาเป็นข้อมูล ณ 2026-08 ที่ตรวจสอบจาก «พระราชบัญญัติว่าด้วยการจ้างแรงงานต่างชาติ» พร้อมพระราชกฤษฎีกาและแบบฟอร์มตามกฎกระทรวง «พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน» «พระราชบัญญัติค่าแรงขั้นต่ำ» ในศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ (law.go.kr) และข้อมูลค่าแรงขั้นต่ำที่ใช้ในปี 2026 ที่กระทรวงแรงงานเปิดเผย แบบฟอร์มอาจมีการแก้ไข และฉบับที่เราตรวจสอบคือ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] ฉบับแก้ไขวันที่ 10 มกราคม 2020 และ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] ฉบับแก้ไขวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2017 ถ้าต่างจากเอกสารตัวจริง กรุณาตรวจสอบแบบฟอร์มล่าสุดอีกครั้งด้วยคำค้น '표준근로계약서' ที่ศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ การพิจารณาเฉพาะราย เช่น การลดค่าจ้างช่วงทดลองงานใช้บังคับหรือไม่ ขนาดสถานประกอบการ หรือการที่สัญญาต่างจากความจริงจะเป็นเหตุเปลี่ยนสถานประกอบการหรือไม่ ถ้าเป็นปัญหาแรงงานให้ตรวจสอบที่ศูนย์ให้คำปรึกษาลูกค้ากระทรวงแรงงาน (☎1350) ถ้าเป็นปัญหาการพำนักให้ตรวจสอบที่ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ (☎1345) โดยยึดสัญญาของตัวเองเป็นเกณฑ์ LACHA (ลาชา) เป็นแอปจองและชำระเงินด้านการเดินทาง ไม่ได้ดำเนินการแทนในเรื่องสัญญาจ้างงาน วีซ่า หรือขั้นตอนทางปกครอง

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตล่าสุด 2026-08-27