สัญญาที่แรงงานซึ่งเดินทางเข้าเกาหลีผ่านระบบใบอนุญาตจ้างงาน (EPS) ต้องเซ็นนั้น ไม่ใช่เอกสารที่นายจ้างทำขึ้นเอง เพราะ «พระราชบัญญัติว่าด้วยการจ้างแรงงานต่างชาติ» มาตรา 9 วรรค 1 กำหนดเป็นหน้าที่ให้ ใช้สัญญาจ้างงานมาตรฐานตามที่กฎกระทรวงแรงงานกำหนด แบบฟอร์มของบริษัทเองจึงไม่ใช่ตัวเลือกตั้งแต่ต้น และนายจ้างที่ฝ่าฝืนอาจถูกปรับทางปกครอง (administrative fine) ไม่เกิน 5,000,000 KRW ตามมาตรา 32 วรรค 1 อนุ 1 ของกฎหมายเดียวกัน
แบบฟอร์มนั้นคือ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] ตามกฎกระทรวง ชื่อว่า 'สัญญาจ้างงานมาตรฐาน (Standard Labor Contract)' มีข้อตั้งแต่ 1 ถึง 12 แต่ ช่องที่ต้องกรอกค่าโดยตรงคือข้อ 1–10 ส่วนข้อ 11 และ 12 เป็นข้อความข้อตกลงที่พิมพ์มาแล้ว ดังนั้นที่ต้องกวาดตาดูก่อนเซ็นจึงมีแค่สิบช่องพอดี
เหตุผลที่อ่านยากมีอยู่อีกอย่าง สองคอลัมน์ในแบบฟอร์มคือ ภาษาเกาหลีกับภาษาอังกฤษ แม้จะพยายามหาช่องภาษาบ้านเกิดเพื่อเทียบ ก็ไม่มีช่องนั้น ฉบับแปลภาษาประเทศต้นทางไม่ใช่แบบฟอร์มแต่เป็นเอกสารแนะนำแยกต่างหาก จึงอาจไม่ได้อยู่ในมือ ยิ่งกว่านั้น สัญญาถูกส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง Human Resources Development Service of Korea กับหน่วยงานจัดส่งแรงงานที่ประเทศต้นทาง จึงไม่ใช่โอกาสที่จะนั่งต่อรองเงื่อนไขกับนายจ้างแบบตัวต่อตัว
เพราะฉะนั้น เป้าหมายที่ทำได้จริงจึงไม่ใช่ 'ขอให้แก้ไข' แต่คือรู้ว่ามีอะไรเขียนไว้ และรู้ว่าจะไปถามที่ไหน สิบช่องด้านล่างนี้เรียงไว้ตามลำดับนั้น
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือทางปกครอง แต่เป็นข้อมูลอ้างอิงที่รวบรวมกฎหมายและแบบฟอร์มที่เปิดเผยไว้ ณ 2026-08 ผลลัพธ์จะต่างกันไปตามสถานะการพำนัก ประเภทงาน ขนาดสถานประกอบการ และสภาพแวดล้อมของแต่ละคน
เช็กก่อนอื่น — สัญญาที่ได้รับมาเป็นแบบฟอร์มนี้จริงไหม
ถึงจะเป็นระบบ EPS เหมือนกัน แบบฟอร์มก็ยังแยกกัน ก่อนอ่านเนื้อหา ให้หาแถวของตัวเองก่อน
| สถานการณ์ของฉัน | สัญญาที่ใช้ | ส่วนที่ต้องดูในบทความนี้ |
|---|---|---|
| เข้าประเทศด้วย E-9 (แรงงานทั่วไป) | [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] สัญญาจ้างงานมาตรฐาน ตามกฎกระทรวง | สิบช่องด้านล่างทั้งหมด |
| ที่ทำงานอยู่ในภาคเกษตร ปศุสัตว์ ประมง | [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] — มีข้อ 1–11 และเนื้อหาก็ต่างกัน | ตารางสิบช่อง + หัวข้อเกษตร-ปศุสัตว์-ประมง ต้องอ่านคู่กันเสมอ |
| ทำงานด้วยใบอนุญาตจ้างงานกรณีพิเศษ ด้วยวีซ่า H-2 (Work and Visit) | ใช้สัญญาจ้างงานมาตรฐาน แต่ต้องตรวจสอบหมายเลขแบบฟอร์ม | ตรวจสอบหมายเลขแบบฟอร์มก่อนที่ศูนย์จัดหางานหรือ ☎1350 |
| สถานะพำนักอื่น เช่น E-7 หรือกลุ่ม F | ไม่ใช่แบบฟอร์มนี้ แต่เป็นสัญญาจ้างงานทั่วไป | เกี่ยวข้องเฉพาะส่วนมาตรา 17 พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน |
แถวที่สองสำคัญเป็นพิเศษ แบบฟอร์มภาคเกษตร-ปศุสัตว์-ประมงพิมพ์ข้อความไว้ในแบบฟอร์มว่า ไม่นำบทบัญญัติเรื่องเวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุดมาใช้บังคับ ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองได้รับแบบฟอร์มไหนแล้วไปคำนวณด้วยเกณฑ์ทั่วไป การคำนวณจะผิดทั้งยวง
ทำไมต้อง 'มาตรฐาน' — แบบฟอร์มของนายจ้างใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก
การกำหนดให้ใช้สัญญาจ้างงานมาตรฐานไม่ใช่คำแนะนำ แต่เป็นหน้าที่ตามมาตรา 9 วรรค 1 หากฝ่าฝืน บทลงโทษคือ ปรับทางปกครองไม่เกิน 5,000,000 KRW ตามมาตรา 32 วรรค 1 อนุ 1 ของกฎหมายเดียวกัน และผู้ที่ถูกปรับไม่ใช่ลูกจ้าง แต่เป็นนายจ้าง
ยังมีอีกเรื่องซ้อนอยู่ «พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน» มาตรา 17 วรรค 1 และวรรค 2 กำหนดว่าเมื่อทำสัญญาจ้าง ต้องระบุค่าจ้าง เวลาทำงานตามกำหนด วันหยุด และวันลาพักผ่อนประจำปีแบบได้รับค่าจ้าง และต้องมอบเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุองค์ประกอบของค่าจ้าง วิธีคำนวณและวิธีจ่ายให้แก่ลูกจ้าง หากฝ่าฝืน จะมีโทษปรับทางอาญา (criminal fine) ไม่เกิน 5,000,000 KRW ตามมาตรา 114 อนุ 1 ของกฎหมายเดียวกัน
📌 สำคัญ: เงิน 5,000,000 KRW ทั้งสองก้อนนี้เป็นบทลงโทษที่ต่างกัน มาตรา 32 วรรค 1 อนุ 1 ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติคือ ปรับทางปกครอง ส่วนมาตรา 114 อนุ 1 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานคือปรับทางอาญา เวลาไปปรึกษาหรือร้องเรียน ถ้าพูดแค่ว่า "อันที่ 5 ล้าน" จะสื่อไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อไหน จึงควรจดหมายเลขมาตราไว้ด้วย การถูกปรับจริงหรือไม่และจำนวนเงินจะต่างกันไปตามแต่กรณี ตัวเลขข้างต้นคือเพดานที่กฎหมายกำหนด
10 ช่องที่ต้องเช็กก่อนเซ็น — ตารางเช็กแบบเห็นครบในตาเดียว
ใช้หมายเลขและชื่อข้อตามตัวแบบฟอร์มจริง หาหมายเลขเดียวกันในเอกสารตัวจริงได้เลย
| ช่อง | ชื่อข้อในแบบฟอร์ม | สิ่งที่ต้องดูก่อนเซ็น |
|---|---|---|
| 1 | ระยะเวลาสัญญาจ้าง | จำนวนเดือน และมีการติ๊กช่วงทดลองงาน 1/2/3 เดือนหรือไม่ |
| 2 | สถานที่ทำงาน | เป็นสถานประกอบการที่จะไปทำงานจริงหรือไม่ |
| 3 | ลักษณะงาน | ระบุประเภทธุรกิจ เนื้อหากิจการ และเนื้อหางานไว้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ |
| 4 | เวลาทำงาน | เวลาเข้า-ออก ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาเฉลี่ยต่อวัน เพดานความผันผวน ระบบกะ |
| 5 | เวลาพัก | ○ นาทีต่อวัน — เทียบกับมาตรา 54 พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน |
| 6 | วันหยุด | วันอาทิตย์/วันหยุดราชการ แบบได้/ไม่ได้ค่าจ้าง วันเสาร์ทุกสัปดาห์/สัปดาห์เว้นสัปดาห์ อื่น ๆ |
| 7 | ค่าจ้าง | ค่าจ้างปกติรายเดือน เงินเดือนพื้นฐาน เบี้ยเลี้ยงประจำ โบนัส ค่าจ้างช่วงทดลองงาน |
| 8 | วันจ่ายค่าจ้าง | ทุกวันที่ ○ ของเดือน หรือทุกวัน ○ ของสัปดาห์ |
| 9 | วิธีการจ่าย | ติ๊กไว้ที่ "จ่ายโดยตรง" หรือ "โอนเข้าบัญชี" |
| 10 | ที่พักและอาหาร | ประเภทที่พักและจำนวนเงินที่ต้องรับภาระ มีอาหารให้หรือไม่และจำนวนเงินที่ต้องรับภาระ |
ข้อ 11 เป็นข้อตกลงว่าจะปฏิบัติตามสัญญาจ้าง ระเบียบการทำงาน และข้อตกลงร่วม ส่วนข้อ 12 เป็นข้อความว่าเรื่องที่ไม่ได้กำหนดในสัญญานี้จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน ทั้งสองข้อพิมพ์มาแล้วจึงไม่มีอะไรต้องกรอก
ข้อควรระวัง: เกณฑ์ในตารางนี้คือ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] ฉบับแก้ไขวันที่ 10 มกราคม 2020 กฎกระทรวงมีประวัติการแก้ไขหลังจากนั้นอีก จึงมีความเป็นไปได้ว่าแบบฟอร์มถูกเปลี่ยนอีกครั้ง และเราไม่สามารถตรวจสอบส่วนนั้นได้ ถ้าหมายเลขหรือชื่อของแบบฟอร์มที่อยู่ในมือต่างจากตารางข้างต้น ให้ค้นคำว่า '표준근로계약서' ที่ศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ (law.go.kr) เพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มล่าสุดอีกครั้ง
ช่องที่ 1 ระยะเวลาสัญญาจ้าง — จุดเริ่มต้นไม่ใช่วันที่เซ็น แต่เป็นวันที่เข้าประเทศ
เป็นช่องที่ถูกเข้าใจผิดบ่อยที่สุด ในช่องที่ 1 ของแบบฟอร์มพิมพ์ไว้ว่า "ระยะเวลาสัญญาจ้างของผู้เข้าประเทศครั้งแรกหรือผู้กลับเข้าประเทศใหม่ เริ่มนับจากวันที่เข้าประเทศ" เนื้อหาเดียวกันปรากฏในกฎกระทรวง (พระราชกฤษฎีกา) ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติ มาตรา 17 วรรค 1 ด้วย — เวลาที่สัญญาจ้างเริ่มมีผลคือวันที่แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ
จะต่างออกไปเฉพาะกรณีกลับเข้าประเทศใหม่แบบผู้ปฏิบัติดี (มาตรา 18-4 วรรค 1) กรณีนี้ให้นับจาก วันที่เข้าประเทศและเริ่มทำงาน
เพดานของระยะเวลาถูกกำหนดโดยระยะเวลากิจกรรมการทำงาน มาตรา 9 วรรค 3 ให้นายจ้างที่ได้รับใบอนุญาตจ้างงานและลูกจ้างตกลงทำสัญญาหรือต่อสัญญากันได้ภายในระยะเวลาตามมาตรา 18 คือ 3 ปีนับจากวันที่เข้าประเทศ และหากระยะเวลากิจกรรมการทำงานได้รับการต่อขยายตามมาตรา 18-2 ก็สามารถทำสัญญาใหม่ได้อีกภายในขอบเขตของระยะเวลาที่ต่อขยายนั้น ตามมาตรา 9 วรรค 4 ของกฎหมายเดียวกัน
ในช่องเดียวกันมีที่ให้ติ๊กว่าจะใช้ช่วงทดลองงานหรือไม่ และถ้าใช้ จะเป็น 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน การติ๊กนี้ต้องดูเป็นชุดเดียวกับ 'ค่าจ้างช่วงทดลองงาน' ในช่องที่ 7
การเป็นช่วงทดลองงานไม่ได้แปลว่าจะหักค่าจ้างได้ตามใจ «พระราชบัญญัติค่าแรงขั้นต่ำ» มาตรา 5 วรรค 2 อนุญาตให้กำหนดจำนวนเงินที่ต่างจากค่าแรงขั้นต่ำได้เฉพาะกับผู้ที่ ①ทำสัญญาโดยกำหนดระยะเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และ ②อยู่ภายใน 3 เดือนนับจากวันเริ่มทดลองงาน โดยขอบเขตการลดตามพระราชกฤษฎีกาคือ 10 ใน 100 ของค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมง ยิ่งกว่านั้น ข้อยกเว้นในวรรคเดียวกันยังกันผู้ประกอบงานใช้แรงงานพื้นฐาน (simple labor) ตามที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานประกาศออกจากกลุ่มที่ถูกลดค่าจ้าง
📌 สำคัญ: งานของแต่ละคนจะเข้าประกาศนั้นหรือไม่ ต่างกันไปในแต่ละราย กระทรวงแรงงานแนะแนวเกณฑ์การพิจารณาว่าเป็นหมวดใหญ่ที่ 9 (ผู้ประกอบอาชีพใช้แรงงานพื้นฐาน) ของการจัดประเภทอาชีพมาตรฐานเกาหลี แต่เราไม่สามารถหาตัวบทประกาศและรายชื่อประเภทงานมาได้ จึงไม่ได้นำรายชื่อมาลงไว้ที่นี่ ถือสัญญาของตัวเองไว้ในมือ แล้วโทร ☎1350 อธิบายลักษณะงานเพื่อยืนยัน จะแม่นยำที่สุด
ช่องที่ 2 และ 3 สถานที่ทำงาน-ลักษณะงาน — สองบรรทัดที่พิมพ์มาแล้วในแบบฟอร์ม
สองช่องนี้ ข้อความที่ติดอยู่ข้าง ๆ มีประโยชน์กว่าค่าที่กรอกลงไป
- ข้าง ช่องที่ 2 (สถานที่ทำงาน) พิมพ์ไว้ในแบบฟอร์มว่า "ห้ามให้ลูกจ้างทำงานนอกสถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้"
- ข้าง ช่องที่ 3 (ลักษณะงาน) พิมพ์ไว้ว่า "ต้องระบุงานที่เป็นรูปธรรมซึ่งแรงงานต่างชาติจะปฏิบัติในสถานประกอบการ"
หมายความว่า เหตุที่จะใช้ถามภายหลังว่า "ทำไมให้ไปทำงานที่อื่น" มีอยู่ในสัญญาแล้ว ถ้าช่องที่ 3 กรอกไว้เพียงคำเดียวอย่าง 'การผลิต' หรือ 'เกษตรกรรม' ก็ยังไม่ถึงระดับความเป็นรูปธรรมที่แบบฟอร์มเรียกร้อง ให้ทำเครื่องหมายไว้เป็นข้อที่จะถามก่อนเซ็น
ถ้าสถานที่และงานที่เขียนในสัญญาต่างจากความจริง อาจเข้าข่ายเหตุผลในการเปลี่ยนสถานประกอบการได้ แต่การจะได้รับการรับรองตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติหรือไม่ ศูนย์จัดหางานในเขตเป็นผู้พิจารณา จึงไม่สามารถชี้ชัดที่นี่ว่าได้หรือไม่ได้ ขั้นตอนและกำหนดเวลาสรุปไว้ที่ ขั้นตอนการเปลี่ยนสถานประกอบการ E-9 อ่านก่อนแล้วค่อยไปปรึกษา
ช่องที่ 4, 5, 6 เวลาทำงาน-เวลาพัก-วันหยุด — วางเทียบกับพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน
ถ้าดูแค่ตัวเลขในสัญญา จะตัดสินไม่ได้ว่ามากหรือน้อย ให้วางเกณฑ์กฎหมายไว้ข้าง ๆ แล้วดู
| ช่อง | สิ่งที่เขียนในสัญญา | เกณฑ์พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน (2026-08) |
|---|---|---|
| 4. เวลาทำงาน | เวลาเริ่ม-เลิกงาน ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาเฉลี่ยต่อวัน เพดานความผันผวน มีระบบกะหรือไม่ | ทำงานล่วงเวลาต้องบวกเพิ่มไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างปกติ (มาตรา 56 วรรค 1) |
| 5. เวลาพัก | ○ นาทีต่อวัน | ทำงาน 4 ชั่วโมงต้องพักไม่น้อยกว่า 30 นาที 8 ชั่วโมงต้องไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง โดยให้ระหว่างเวลาทำงานและใช้ได้อย่างอิสระ (มาตรา 54) |
| 6. วันหยุด | วันอาทิตย์/วันหยุดราชการ แบบได้/ไม่ได้ค่าจ้าง วันเสาร์ทุกสัปดาห์/สัปดาห์เว้นสัปดาห์ อื่น ๆ | ทำงานวันหยุด ภายใน 8 ชั่วโมงบวก 50% ส่วนที่เกิน 8 ชั่วโมงบวก 100% (มาตรา 56 วรรค 2) |
| ช่วงเวลากลางคืน | ดูได้จากการติ๊กระบบกะในช่องที่ 4 | ทำงานช่วง 22:00 ถึง 06:00 ของวันถัดไป บวกเพิ่มไม่น้อยกว่า 50% (มาตรา 56 วรรค 3) |
เริ่มดูจากช่องที่ 5 ก่อน ถ้าทำงานวันละ 8 ชั่วโมงแต่เขียนเวลาพักไว้ 30 นาที ก็เป็นค่าที่ไม่ถึงเกณฑ์มาตรา 54 จึงเป็นข้อที่ต้องถามก่อนเซ็น
เรื่องเงินเพิ่มมีข้อยกเว้นหนึ่งที่แบบฟอร์มระบุไว้ตรง ๆ ในช่องที่ 7 ของแบบฟอร์มพิมพ์ไว้ว่า "สำหรับการทำงานล่วงเวลา กลางคืน และวันหยุด จ่ายเงินเพิ่ม 50% ของค่าจ้างปกติ" พร้อมกับ "ไม่ใช้บังคับกับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำ 4 คนหรือน้อยกว่า" เพราะมาตรา 11 วรรค 1 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานกำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นเป้าหมายในการใช้บังคับ ส่วนที่ว่าในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 5 คน มาตราอื่นใดใช้บังคับหรือไม่ บทความนี้จะไม่กล่าวถึง — เพราะเรายังไม่ได้ตรวจสอบรายการมาตราจากแหล่งข้อมูลชั้นต้น
ช่องที่ 7, 8, 9 ค่าจ้าง — เทียบกับค่าแรงขั้นต่ำและเช็ก 'โอนเข้าบัญชี'
เกณฑ์สำหรับเทียบคือค่าแรงขั้นต่ำที่ใช้ในปี 2026 รายชั่วโมง 10,320 KRW (คิดเป็นรายเดือน 2,156,880 KRW) ส่วนที่ว่าอะไรนับรวมและอะไรไม่นับรวมในค่าแรงขั้นต่ำ และการคำนวณแยกทางกันที่จุดไหนตามประเภทธุรกิจและขนาดสถานประกอบการ เราสรุปแยกไว้ที่ ค่าแรงขั้นต่ำปี 2026-2027 และข้อยกเว้นตามประเภทธุรกิจ
ที่นี่จะดูแค่ช่องที่ 7 ของแบบฟอร์ม ลองวางค่าที่เขียนใน 'ค่าจ้างปกติรายเดือน' ของช่องที่ 7 เทียบกับเกณฑ์ข้างต้น แต่ถ้าเวลาทำงานตามกำหนดในสัญญาต่างจาก 209 ชั่วโมงต่อเดือน ก็ห้ามนำยอดรายเดือนไปเทียบตรง ๆ กรณีนั้นควรแปลงเป็นค่าจ้างรายชั่วโมงแล้วเทียบกับ 10,320 KRW จะปลอดภัยกว่า
ช่องที่ 8 คือวันจ่าย ต้องมีการกรอกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือทุกวันที่ ○ ของเดือน หรือทุกวัน ○ ของสัปดาห์ ถ้าเว้นว่างไว้ ภายหลังจะไม่มีหลักฐานให้โต้แย้งว่า "ตกลงกันว่าจะจ่ายเมื่อไหร่"
ช่องที่ 9 อาจเป็นช่องที่ใช้ได้จริงที่สุดในแบบฟอร์มนี้ ให้ติ๊กเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง 'จ่ายโดยตรง' และ 'โอนเข้าบัญชี' และด้านล่างพิมพ์ไว้ว่า "นายจ้างต้องไม่เก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากและตราประทับที่อยู่ในชื่อของลูกจ้าง" เป็นเจตนารมณ์เดียวกับที่มาตรา 43 วรรค 1 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานกำหนดให้จ่ายค่าจ้างเป็นเงินตราให้ลูกจ้างโดยตรงเต็มจำนวน
ทิป: ถ้าติ๊กไว้ที่โอนเข้าบัญชี จะมีบันทึกการโอนทุกเดือน เวลาที่ไม่ได้รับค่าจ้างภายหลัง การแสดงว่าเงินเข้ามาเท่าไหร่เมื่อไหร่จะง่ายขึ้นมาก ในทางกลับกัน การเรียกร้องให้นายจ้างเก็บรักษาสมุดบัญชีและตราประทับเป็นการกระทำที่แบบฟอร์มห้ามไว้อย่างชัดแจ้ง ให้โทรถาม ☎1350 ได้เลย
ช่องที่ 10 ที่พักและอาหาร — ช่องจำนวนเงินที่ว่างอยู่คือเรื่องปกติ
หลายคนกังวลตรงนี้ คือได้รับสัญญาที่ 'จำนวนเงินที่ลูกจ้างรับภาระ: เดือนละ ○ วอน' ในช่องที่ 10 เว้นว่างไว้ แล้วคิดว่าเป็นเอกสารที่ผิดพลาด
แบบฟอร์มพิมพ์ไว้ด้านล่างว่า — "ระดับการรับภาระค่าใช้จ่ายของลูกจ้างจะกำหนดแยกต่างหากตามการหารือระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (กรณีผู้เข้าประเทศครั้งแรกหรือผู้กลับเข้าประเทศใหม่ ให้หารือหลังเข้าประเทศ)" การที่ช่องนี้ว่างอยู่ในตอนที่เซ็นที่ประเทศต้นทางจึงเป็นสภาพปกติที่แบบฟอร์มคาดหมายไว้
ปัญหาอยู่ที่จังหวะการหารือ จำนวนเงินจะถูกกำหนดหลังจากมาถึงเกาหลีและเข้าไปอยู่ในที่พักนั้นแล้ว จึงต้องคุยในสภาพที่ยากจะมีทางเลือกอื่น ดังนั้นการเก็บข้อมูลที่หาได้ก่อนเข้าประเทศให้มากที่สุดจะดีกว่า
มีเหตุให้เรียกร้องได้ มาตรา 22-2 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติกำหนดให้นายจ้างต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับ โครงสร้างและอุปกรณ์ สถานที่ตั้ง สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย และพื้นที่ ของหอพักไว้ล่วงหน้าเมื่อทำสัญญาจ้าง และให้ทำเช่นเดียวกันในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหลังทำสัญญาแล้ว วรรค 1 ของมาตราเดียวกันระบุว่าหอพักต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรา 100 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน ถ้ามีแค่การติ๊กประเภทที่พักแต่ไม่ได้รับข้อมูล ก็เป็นข้อที่สามารถถามได้
ข้อควรระวัง: เรื่องที่ว่าหักค่าที่พักและอาหารจากเงินเดือนได้มากเท่าไหร่ เราไม่ได้เขียนไว้ในบทความนี้ เพราะยังตรวจสอบตัวบทแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องไม่ได้ อย่ายึดตัวเลขแบบ 'กี่ % ของเงินเดือน' ที่ลอยอยู่ในอินเทอร์เน็ตเป็นเกณฑ์ ถ้าติดใจเรื่องจำนวนเงินที่ถูกหัก ให้ถือสัญญาและสลิปเงินเดือนไปตรวจสอบที่ ☎1350
เกษตร ปศุสัตว์ ประมง — แบบฟอร์มต่างกันเลย
ถ้าทำงานในภาคเกษตร-ปศุสัตว์-ประมง แบบฟอร์มที่จะได้รับคือ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] 'สัญญาจ้างงานมาตรฐาน (สาขาเกษตร ปศุสัตว์ ประมง)' ไม่ใช่แค่ชื่อต่างกัน แต่โครงสร้างก็ต่างกัน
| หัวข้อ | [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] ทั่วไป | [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] เกษตร ปศุสัตว์ ประมง |
|---|---|---|
| จุดเวลาแก้ไขที่ตรวจสอบได้ | 10 ม.ค. 2020 | 28 ก.พ. 2017 |
| จำนวนข้อ | ข้อ 1–12 (ช่องกรอกข้อ 1–10) | ข้อ 1–11 |
| เวลาทำงาน-เวลาพัก-วันหยุด | ใช้เกณฑ์พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน | พิมพ์ไว้ในแบบฟอร์มว่าไม่ถูกใช้บังคับตามมาตรา 63 |
| ตัวเลือกวันหยุด | วันอาทิตย์/วันหยุดราชการ/วันเสาร์ทุกสัปดาห์หรือสัปดาห์เว้นสัปดาห์/อื่น ๆ | สัปดาห์ละ 1 ครั้ง/เดือนละ 1 ครั้ง/เดือนละ 2 ครั้ง/เดือนละ 3 ครั้ง/อื่น ๆ + เลือกแยกสำหรับฤดูเก็บเกี่ยว (ฤดูจับปลาชุก) |
ฐานอ้างอิงคือมาตรา 63 ของ «พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน» สำหรับลูกจ้างที่ทำงานในกิจการเกษตรและป่าไม้ เช่น การเพาะปลูกและถางที่ดิน การปลูก เพาะเลี้ยง เก็บพืช (อนุ 1) และกิจการปศุสัตว์ เลี้ยงไหม ประมง เช่น การเลี้ยงสัตว์ การเก็บ จับ เพาะเลี้ยงสัตว์และพืชน้ำ (อนุ 2) จะไม่นำบทบัญญัติเรื่องเวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุดมาใช้บังคับ
ดังนั้นถ้าได้รับแบบฟอร์มนี้ ห้ามอ่านหัวข้อช่องที่ 4, 5, 6 ข้างต้นด้วยเกณฑ์ทั่วไป เพราะการคำนวณอย่าง "พัก 1 ชั่วโมง" หรือ "ทำงานวันหยุดบวก 50%" ใช้ไม่ได้ตรง ๆ เอกสารแนะนำ EPS ส่วนมากอธิบายด้วยเกณฑ์แบบฟอร์มทั่วไปเท่านั้น ถ้าไม่ตรวจสอบหมายเลขแบบฟอร์มของตัวเอง ก็ตัดสินด้วยเกณฑ์ที่ผิดได้ง่าย
ข้อควรระวัง: แบบฟอร์มภาคเกษตร-ปศุสัตว์-ประมงที่เราตรวจสอบเป็นฉบับแก้ไขวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2017 เป็นฉบับเมื่อ 9 ปีก่อน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกแก้ไขในช่วงเวลานั้นมากกว่าแบบฟอร์มทั่วไป ถ้าจำนวนข้อต่างจากเอกสารตัวจริง กรุณาตรวจสอบฉบับล่าสุดที่ศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ
สิทธิที่ไม่มีในสัญญา — ข้อ 12 ดึงพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานเข้ามา
ดูครบสิบช่องแล้วก็ไม่ได้แปลว่าสัญญาจะปลอดภัย ในทางกลับกัน การไม่มีช่องก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิทธิ
ข้อ 12 ของแบบฟอร์มพิมพ์ไว้ว่า "เรื่องที่ไม่ได้กำหนดในสัญญาฉบับนี้ให้เป็นไปตามที่ «พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน» กำหนด" หมายความว่าส่วนที่ไม่ได้เขียนในสัญญาจะไม่ปล่อยเป็นช่องว่าง แต่พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานจะเข้ามาเติมให้ บรรทัดเดียวนี้อุดช่องว่างของเช็กลิสต์สิบช่อง
แต่ในเชิงอรรถของข้อเดียวกันก็พิมพ์ข้อยกเว้นไว้ด้วย คือเนื้อหาที่ว่าแรงงานต่างชาติซึ่งทำงาน ในกิจการบริการในบ้าน (งานบ้าน) และผู้ดูแลผู้ป่วยส่วนบุคคล สามารถทำสัญญาเงื่อนไขการทำงานทั้งหมด รวมถึงเวลาทำงาน วันหยุด และวันลา กับนายจ้างได้อย่างอิสระ ถ้าเข้าข่ายสองสาขานี้ ห้ามถือว่าเกณฑ์ในหัวข้อข้างต้นถูกใช้บังคับตรง ๆ
และเรื่องเหล่านี้เราสรุปที่นี่ไม่ได้ — การลดค่าจ้างช่วงทดลองงานใช้กับงานของฉันไหม สถานประกอบการของเรามีลูกจ้างประจำ 5 คนขึ้นไปหรือไม่ สิ่งที่ฉันได้รับเป็นแบบฟอร์มเกษตร-ปศุสัตว์-ประมงหรือไม่ และการที่สัญญาต่างจากความจริงจะเป็นเหตุเปลี่ยนสถานประกอบการหรือไม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะราย จึงต้องนำสัญญาของตัวเองไปปรึกษาจึงจะได้คำตอบ
สิ่งที่ต้องทำหลังเซ็น
ข้อแรก ขอรับสัญญา 1 ฉบับ นี่ไม่ใช่การขอร้อง มาตรา 16 ของพระราชกฤษฎีกาพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติกำหนดว่าเมื่อนายจ้างหรือ Human Resources Development Service of Korea ทำสัญญาจ้างหรือดำเนินการแทน ต้องจัดทำสัญญาจ้าง 2 ฉบับ และมอบ 1 ฉบับให้แรงงานต่างชาติ ถ้านายจ้างเก็บต้นฉบับไว้และไม่ให้สำเนา ก็ถือว่ามีมาตราที่ใช้เป็นเหตุเรียกร้องได้
ข้อสอง เมื่อได้รับแล้วให้ถ่ายรูปเก็บไว้ทันที ถ่าย ให้ครบทุกหน้าไม่ให้ขาด และตรวจดูว่าตัวอักษรในช่องลงนาม ช่องที่ 1 (ระยะเวลาสัญญา) และช่องที่ 7 (ค่าจ้าง) ยังอ่านออกเมื่อขยายภาพ รูปที่เบลอจะใช้เป็นหลักฐานภายหลังได้ยาก
ข้อสาม เตรียมที่เก็บไฟล์ไว้ล่วงหน้า ช่วงหลังเข้าประเทศทันทีจะยังไม่มีบัตรประจำตัวคนต่างชาติ ไม่มีบัญชีธนาคารเกาหลี ไม่มีเบอร์มือถือเกาหลี จึงมีช่วงที่สมัครคลาวด์หรือแอปไม่ได้ วิธีที่แน่นอนที่สุดคือสร้างบัญชีอีเมลและที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ไว้ตอนที่ยังอยู่ประเทศต้นทาง แล้วส่งรูปไปที่อีเมลของตัวเอง
ข้อสี่ แยกให้ชัดว่าเวลามีปัญหาจะโทรที่ไหน ช่องทางแยกเป็นสองทาง ถ้าโทรผิดที่ตั้งแต่แรกจะไม่จบในครั้งเดียว
- ศูนย์ให้คำปรึกษาลูกค้า กระทรวงแรงงาน ☎1350 — ปัญหาแรงงาน เช่น ค่าจ้าง เวลาทำงาน หรือกรณีไม่ได้รับสัญญา
- ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ ☎1345 — ปัญหาการพำนัก เช่น สถานะการพำนัก การยื่นเปลี่ยนสถานประกอบการ
ภาษาที่ให้บริการปรึกษาและเวลาทำการของสองช่องทางนี้ต่างกัน และเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา วิธีใช้งานแต่ละช่องทางสรุปไว้ที่ ช่องทางปรึกษาปัญหาแรงงานและชีวิตของชาวต่างชาติ ส่วนขั้นตอนทั้งหมดของระบบใบอนุญาตจ้างงานสรุปไว้แยกที่ ขั้นตอนการยื่นระบบใบอนุญาตจ้างงาน EPS ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระยะเวลาพำนัก ให้ดู การต่ออายุการพำนัก E-9, D-2, F-6 ควบไปด้วย
จะไปถึงขั้นร้องเรียนหรือไม่ ค่อยตัดสินใจภายหลังก็ได้ การปรึกษาเพียงเพื่อถามว่า "สถานการณ์ของฉันเข้าข่ายอะไร" ก็ทำได้ ดังนั้นเริ่มจากถือสัญญาไว้ในมือแล้วถามก่อนเลยก็พอ

นอกเหนือจากเรื่องสัญญา ช่วงไม่กี่วันหลังเข้าประเทศเป็นช่วงที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวคนต่างชาติและไม่มีบัญชีธนาคารเกาหลี ปัญหาจ่ายเงินไม่ได้มักเกิดตรงนี้ ทั้งเส้นทางจากสนามบินไปสถานประกอบการ และการเดินทางไปกลับหน่วยงานราชการก่อนวันเริ่มงานวันแรก LACHA (ลาชา) เป็นซูเปอร์แอปด้านการเดินทางและการชำระเงินสำหรับชาวต่างชาติที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน จัดการ KTX รถบัสด่วน แท็กซี่ รถไฟสนามบิน และบัตรโดยสารได้ในที่เดียว และออกแบบให้ไม่ต้องมีการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนทางการ จึงเริ่มใช้ได้ด้วยพาสปอร์ตเพียงอย่างเดียว ชำระเงินได้ด้วยระบบชำระเงินต่างประเทศอย่าง Alipay และ WeChat Pay รวมถึงบัตรจากต่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ถ้านายจ้างบอกว่าจะทำสัญญาด้วยแบบฟอร์มของบริษัทเอง ควรทำอย่างไร? กรณีจ้างงานผ่านระบบใบอนุญาตจ้างงาน การใช้สัญญาจ้างงานมาตรฐานเป็นหน้าที่ตามมาตรา 9 วรรค 1 ของพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติ นายจ้างที่ฝ่าฝืนอาจถูกปรับทางปกครองไม่เกิน 5,000,000 KRW ตามมาตรา 32 วรรค 1 อนุ 1 ของกฎหมายเดียวกัน โปรดทราบว่าโครงสร้างนี้ไม่ใช่การลงโทษลูกจ้าง แต่เป็นหน้าที่ของนายจ้าง และถ้าได้รับเอกสารที่ไม่ใช่แบบฟอร์มมาตรฐาน ให้อธิบายสถานการณ์และตรวจสอบที่ ☎1350 ก่อนเซ็น
Q2. ระยะเวลาสัญญาเริ่มนับจากวันที่เซ็นหรือไม่? ไม่ใช่ ในช่องที่ 1 ของแบบฟอร์มพิมพ์ไว้ว่า "ระยะเวลาสัญญาจ้างของผู้เข้าประเทศครั้งแรกหรือผู้กลับเข้าประเทศใหม่ เริ่มนับจากวันที่เข้าประเทศ" และมาตรา 17 วรรค 1 ของพระราชกฤษฎีกาพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติก็กำหนดเวลาที่สัญญาจ้างเริ่มมีผลเป็นวันที่แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ถ้าเซ็นที่ประเทศต้นทางแล้วเข้าประเทศอีกหลายเดือนต่อมา ช่วงเวลาระหว่างนั้นไม่นับเข้าในระยะเวลาสัญญา แต่กรณีกลับเข้าประเทศใหม่แบบผู้ปฏิบัติดี (มาตรา 18-4 วรรค 1) ให้นับจากวันที่เข้าประเทศและเริ่มทำงาน
Q3. เขาบอกว่าเพราะเป็นช่วงทดลองงานจึงได้น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ถูกต้องไหม? ต่างกันไปในแต่ละคน การลดตามมาตรา 5 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติค่าแรงขั้นต่ำต้องเข้าเงื่อนไขครบทุกข้อ และผู้ประกอบงานใช้แรงงานพื้นฐานตามที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานประกาศจะถูกกันออกจากกลุ่มที่ถูกลดตามข้อยกเว้นในวรรคเดียวกัน เงื่อนไขและขอบเขตการลดดูได้ที่ ค่าแรงขั้นต่ำปี 2026-2027 และข้อยกเว้นตามประเภทธุรกิจ ในด้านสัญญา สิ่งที่ต้องดูคือการติ๊กช่วงทดลองงานในช่องที่ 1 กับ 'ค่าจ้างช่วงทดลองงาน' ในช่องที่ 7 ตรงกันหรือไม่ ส่วนที่ว่างานของฉันเข้าประกาศนั้นหรือไม่ ต้องนำเนื้อหางานในช่องที่ 3 ของสัญญาไปตรวจสอบที่ ☎1350 จึงจะแม่นยำ
Q4. ทำงานในฟาร์ม แต่เวลาพักในสัญญาเขียนไว้สั้น ดูหมายเลขแบบฟอร์มที่ได้รับก่อน ภาคเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ใช้ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] และในแบบฟอร์มนั้นพิมพ์ข้อความว่าไม่ถูกใช้บังคับด้วยบทบัญญัติเรื่องเวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุด ตามมาตรา 63 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน กรณีนี้ถ้านำเกณฑ์ของแบบฟอร์มทั่วไป (4 ชั่วโมงพัก 30 นาที 8 ชั่วโมงพัก 1 ชั่วโมง) มาแทนตรง ๆ การตัดสินจะคลาดเคลื่อน อธิบายทั้งหมายเลขแบบฟอร์มและงานที่ทำจริงแล้วตรวจสอบที่ ☎1350 จะแม่นยำกว่า
Q5. ไม่ได้รับสำเนาสัญญา ขอได้ไหม? ได้ มีเหตุให้เรียกร้อง มาตรา 16 ของพระราชกฤษฎีกาพระราชบัญญัติการจ้างแรงงานต่างชาติกำหนดให้จัดทำสัญญาจ้าง 2 ฉบับ และมอบ 1 ฉบับให้แรงงานต่างชาติ เป็นหน้าที่ของนายจ้าง จึงไม่ใช่การขอร้อง ถ้าเรียกร้องแล้วยังไม่ได้รับ ก็จะเกี่ยวโยงกับปัญหาการมอบเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานด้วย ให้เรียบเรียงว่าเซ็นเมื่อไหร่และทำงานอยู่ที่ไหน แล้วไปปรึกษาที่ ☎1350
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือทางปกครอง แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป กฎหมาย แบบฟอร์ม และตัวเลขในเนื้อหาเป็นข้อมูล ณ 2026-08 ที่ตรวจสอบจาก «พระราชบัญญัติว่าด้วยการจ้างแรงงานต่างชาติ» พร้อมพระราชกฤษฎีกาและแบบฟอร์มตามกฎกระทรวง «พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน» «พระราชบัญญัติค่าแรงขั้นต่ำ» ในศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ (law.go.kr) และข้อมูลค่าแรงขั้นต่ำที่ใช้ในปี 2026 ที่กระทรวงแรงงานเปิดเผย แบบฟอร์มอาจมีการแก้ไข และฉบับที่เราตรวจสอบคือ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6] ฉบับแก้ไขวันที่ 10 มกราคม 2020 และ [แบบฟอร์มแนบท้ายที่ 6-2] ฉบับแก้ไขวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2017 ถ้าต่างจากเอกสารตัวจริง กรุณาตรวจสอบแบบฟอร์มล่าสุดอีกครั้งด้วยคำค้น '표준근로계약서' ที่ศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ การพิจารณาเฉพาะราย เช่น การลดค่าจ้างช่วงทดลองงานใช้บังคับหรือไม่ ขนาดสถานประกอบการ หรือการที่สัญญาต่างจากความจริงจะเป็นเหตุเปลี่ยนสถานประกอบการหรือไม่ ถ้าเป็นปัญหาแรงงานให้ตรวจสอบที่ศูนย์ให้คำปรึกษาลูกค้ากระทรวงแรงงาน (☎1350) ถ้าเป็นปัญหาการพำนักให้ตรวจสอบที่ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ (☎1345) โดยยึดสัญญาของตัวเองเป็นเกณฑ์ LACHA (ลาชา) เป็นแอปจองและชำระเงินด้านการเดินทาง ไม่ได้ดำเนินการแทนในเรื่องสัญญาจ้างงาน วีซ่า หรือขั้นตอนทางปกครอง




