ถ้าคุณถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมในเกาหลี คุณสามารถยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ กำหนดเวลาคือ ภายใน 3 เดือนนับจากวันที่มีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น (พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 28 วรรค 2 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) นี่ไม่ใช่ระยะเวลาที่จะขยายหรือเริ่มนับใหม่ได้ระหว่างทาง แต่เป็นระยะเวลาตัดสิทธิ์ พอเลยแล้วคุณสมบัติในการยื่นคำร้องก็หายไปเลย ช้าไปแค่วันเดียว ต่อให้การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแค่ไหน คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ก็จะไม่พิจารณาให้
แต่ก่อนจะเขียนคำร้อง มีเรื่องที่ต้องคัดกรองก่อน พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงานใช้บังคับกับสถานประกอบการที่ใช้ลูกจ้างประจำ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป (มาตรา 11 วรรค 1) ส่วนสถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำ 4 คนหรือน้อยกว่า ตามกฎกระทรวงมาตรา 7 ตารางแนบ 1 จะใช้เฉพาะบทบัญญัติเรื่องข้อจำกัดช่วงเวลาการเลิกจ้าง (มาตรา 23 วรรค 2) และการแจ้งล่วงหน้าก่อนเลิกจ้าง (มาตรา 26) เท่านั้น เพราะมาตรา 23 วรรค 1 ที่กำหนดว่า "ห้ามเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร" ไม่ถูกรวมไว้ สถานประกอบการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 5 คนจึงไม่อยู่ในข่ายที่จะยื่นคำร้องขอเยียวยากรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
ตัวการยื่นคำร้องเองไม่มีค่าใช้จ่าย ตามข้อมูลบริการประชาชนของ Government24 ระบุว่า ไม่มีค่าธรรมเนียม และถ้าค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 3,000,000 KRW คุณสามารถแต่งตั้งที่ปรึกษาแรงงานที่ได้รับใบอนุญาตหรือทนายความเป็นตัวแทนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (พ.ร.บ.คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 6-2 เกณฑ์จำนวนเงินเป็นประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงานจึงเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบ ณ เวลาที่ยื่น) สัญชาติก็ไม่ใช่เงื่อนไขคุณสมบัติ ถ้าเป็นลูกจ้างตาม พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน ไม่ว่าคนเกาหลีหรือชาวต่างชาติก็อยู่ในกระบวนการเดียวกัน
สิ่งที่ยากจริง ๆ สำหรับชาวต่างชาติไม่ใช่เงื่อนไข แต่คือตารางเวลา ถ้าเป็น E-9 คุณต้องยื่นขอเปลี่ยนสถานประกอบการต่อศูนย์จัดหางาน ภายใน 1 เดือน นับจากวันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด และต้องได้รับอนุญาตเปลี่ยนสถานที่ทำงานภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ยื่น (พ.ร.บ.การจ้างแรงงานต่างชาติ มาตรา 25 วรรค 3) แต่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะเปิดการประชุมไต่สวนภายใน 60 วันนับจากวันรับคำร้อง และส่งหนังสือคำวินิจฉัยภายใน 30 วันหลังการประชุมไต่สวน เท่ากับว่ามีนาฬิกาสองเรือนเดินพร้อมกัน
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ตัวบท กำหนดเวลา และจำนวนเงินสรุปจากตัวบท พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงานของศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ และคำแนะนำของสำนักงานกฤษฎีกา คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ และ Government24 ณ 2026-08 ก่อนยื่นคำร้องกรุณาตรวจสอบซ้ำตามกรณีของตนเองที่ศูนย์ให้คำปรึกษาลูกค้ากระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ☎1350 และคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบ (nlrc.go.kr)
นาฬิกา 3 เดือน — นับจากวันที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไปจนถึงเมื่อไร
พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 28 วรรค 1 กำหนดว่า "หากนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมหรือกระทำการทำนองเดียวกัน ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้" และวรรค 2 กำหนดกำหนดเวลาไว้ชัดเจนว่าภายใน 3 เดือนนับจากวันที่มีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026)
คำว่า "การเลิกจ้าง ฯลฯ" ตรงนี้สำคัญมาก มาตรา 23 วรรค 1 กำหนดว่านายจ้างจะ "เลิกจ้าง พักงาน สั่งพักราชการ โยกย้ายตำแหน่ง ตัดค่าจ้าง หรือลงโทษอื่นใด" ต่อลูกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควรไม่ได้ หมายความว่าไม่ใช่แค่กรณีถูกให้ออกอย่างเดียว การสั่งพักงาน ตัดค่าจ้าง หรือโยกย้ายฝ่ายเดียวก็อาจเป็นเรื่องที่ยื่นคำร้องขอเยียวยาได้
การนับวันเริ่มจากไหนนั้นกำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ข้อ 40 หลักการคือ "วันที่เลิกจ้าง" ที่ระบุในหนังสือแจ้งเลิกจ้างตามมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน แต่ถ้าวันที่เลิกจ้างที่เขียนในหนังสือเป็นวันก่อนหน้าวันที่ได้รับหนังสือจริง ให้ถือวันที่ได้รับหนังสือเป็นวันเริ่มนับ เป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีที่บริษัทเขียนวันย้อนหลังแล้วส่งมา
ข้อควรระวัง: บทความนี้จะไม่คำนวณวันหมดเขตให้แบบ "ถ้าถูกเลิกจ้างวันที่ ○ เดือน ○ จะครบกำหนดเมื่อไร" เพราะการนับวันแรกหรือไม่ทำให้ข้อสรุปต่างกันหนึ่งวัน และเอกสารสรุปที่เผยแพร่แต่ละแหล่งให้ข้อสรุปไม่ตรงกัน จึงยังยืนยันไม่ได้ อย่ารอถึงสัปดาห์สุดท้ายของ 3 เดือน ให้ ยื่นเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ และสอบถามวันหมดเขตที่แน่นอนกับคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบโดยตรง
สถานประกอบการของฉันเข้าข่ายไหม — เริ่มตรวจสอบจากเกณฑ์ลูกจ้างประจำ 5 คน
ก่อนเตรียมเอกสาร ต้องผ่านคำถามนี้ก่อน พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 11 วรรค 1 กำหนดว่ากฎหมายนี้ใช้กับกิจการหรือสถานประกอบการที่ใช้ลูกจ้างประจำตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ส่วนบทบัญญัติที่ใช้กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำ 4 คนหรือน้อยกว่านั้นระบุไว้แยกในกฎกระทรวงมาตรา 7 ตารางแนบ 1 ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการเลิกจ้างมีข้อจำกัดช่วงเวลาการเลิกจ้าง (มาตรา 23 วรรค 2) และการแจ้งล่วงหน้าก่อนเลิกจ้าง (มาตรา 26) แต่ไม่มีมาตรา 23 วรรค 1
ดังนั้นการเลิกจ้างในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 5 คนจึงไม่อยู่ในข่ายยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ งานเกษตรกรรม-ปศุสัตว์หรือโรงงานขนาดเล็กที่แรงงาน E-9 ทำงานกันมาก มีไม่น้อยที่มีลูกจ้างประจำต่ำกว่า 5 คน จึงมีคนถูกคัดออกในขั้นนี้จริง ๆ อยู่พอสมควร วิธีนับจำนวนลูกจ้างประจำแตกต่างกันตามสภาพของแต่ละสถานประกอบการ ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรถาม ☎1350 ก่อนเขียนคำร้อง
แต่ "ไม่เข้าข่าย" กับ "ไม่มีสิทธิ" เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 5 คน สิ่งต่อไปนี้ยังคงอยู่
- การแจ้งล่วงหน้าก่อนเลิกจ้าง: นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วันก่อนเลิกจ้าง หรือจ่ายค่าจ้างปกติไม่น้อยกว่า 30 วัน (มาตรา 26 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) กรณีทำงานต่อเนื่องไม่ถึง 3 เดือน เป็นต้น เป็นข้อยกเว้นของการแจ้งล่วงหน้า
- บทลงโทษกรณีฝ่าฝืนการแจ้งล่วงหน้า: จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 20,000,000 KRW (มาตรา 110 อนุ 1 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026)
- ค้างจ่ายค่าจ้าง-เงินชดเชยเกษียณ: ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานแรงงานและการจ้างงานประจำภูมิภาคได้ ไม่ว่าสถานประกอบการจะขนาดเท่าใด สิ่งที่ต้องได้รับก่อนเดินทางกลับสรุปตามช่องทางไว้ที่ วิธีรับเงินชดเชยเกษียณและประกันครบกำหนดเดินทางออก
- การชดเชยอุบัติเหตุจากการทำงาน: ถ้าบาดเจ็บระหว่างทำงาน เป็นคนละเรื่องกับขนาดสถานประกอบการ
ระวังความเข้าใจผิดในทางกลับกันด้วย การที่เป็นสถานประกอบการตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและยื่นภายใน 3 เดือน เป็นเพียงคุณสมบัติที่จะได้รับการวินิจฉัยเท่านั้น ส่วนการเลิกจ้างมีเหตุอันสมควรหรือไม่จะพิจารณาแยกเป็นรายกรณี การครบเงื่อนไขจึงไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้แล้ว
สำคัญ: สัญชาติไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติในการยื่นคำร้อง พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 6 กำหนดว่านายจ้างจะปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเลือกปฏิบัติในเงื่อนไขการทำงานเพราะเหตุแห่งสัญชาติไม่ได้ ฝ่าฝืนมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 5,000,000 KRW (มาตรา 114 อนุ 1 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) พ.ร.บ.การจ้างแรงงานต่างชาติ มาตรา 22 ก็กำหนดว่านายจ้างต้องไม่ปฏิบัติอย่างเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุที่เป็นแรงงานต่างชาติ
การร้องเรียนที่สำนักงานแรงงานกับการยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นคนละแทร็กกัน
ตรงนี้หลายคนสับสน กระบวนการเรียกค่าจ้างค้างจ่ายกับกระบวนการเพิกถอนการเลิกจ้างนั้นต่างกันทั้งหน่วยงาน ตัวบทที่อ้างอิง และผลลัพธ์
| หัวข้อ | ร้องเรียนสำนักงานแรงงานและการจ้างงานประจำภูมิภาค | ยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาค |
|---|---|---|
| ปัญหาหลักที่ดูแล | ค่าจ้าง-เงินชดเชยเกษียณค้างจ่าย การฝ่าฝืนเกี่ยวกับสัญญาจ้าง | การเลิกจ้าง พักงาน ตัดค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม ฯลฯ |
| ตัวบทอ้างอิง | พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 36 (การชำระเงินและสิ่งของ) ฯลฯ | พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 28 |
| ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ | การจ่ายเงินที่ค้างและกระบวนการทางอาญา | กลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิม, เงินเทียบเท่าค่าจ้างช่วงถูกเลิกจ้าง, การชดเชยเป็นเงิน |
| กำหนดเวลา | ตามอายุความสิทธิเรียกร้องค่าจ้าง (ระยะเวลาสอบถามที่ ☎1350) | ระยะเวลาตัดสิทธิ์ 3 เดือนนับจากวันที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม |
| ค่าใช้จ่าย | เรื่องค่าธรรมเนียมสอบถามที่ ☎1350 | ไม่มีค่าธรรมเนียม (ข้อมูลบริการประชาชน Government24) |
หลายกรณีถูกเลิกจ้างแล้วยังไม่ได้รับค่าจ้างที่ค้างด้วย แต่ สองเรื่องนี้ไม่ได้จัดการรวมกันที่แห่งเดียว ค่าจ้างค้างต้องยื่นร้องเรียนที่สำนักงานแรงงานและการจ้างงานประจำภูมิภาค ส่วนการเลิกจ้างต้องยื่นคำร้องขอเยียวยาที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาค แยกกันคนละที่ ถ้าเข้าข่ายทั้งสองอย่าง ให้ดำเนินการทั้งสองแห่ง
และอย่าคิดว่าการดำเนินการอยู่ฝั่งหนึ่งจะทำให้กำหนดเวลาของอีกฝั่งเลื่อนออกไป สองกระบวนการแยกจากกัน นับ 3 เดือนไปตามของมันจะปลอดภัยกว่า สถานการณ์ที่น่าเสียดายที่สุดคือกำหนดเวลายื่นคำร้องขอเยียวยาผ่านไประหว่างที่กำลังปรึกษาอยู่ที่เคาน์เตอร์สำนักงานแรงงาน ถ้าสับสนว่าจะยื่นอะไรที่ช่องทางไหน ลองดู สรุปช่องทางปรึกษาด้านแรงงานและชีวิตประจำวันสำหรับชาวต่างชาติ ก่อนก็ได้ เสริมอีกนิด นอกจากการยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แล้ว ยังมีทางฟ้องศาลขอให้ยืนยันว่าการเลิกจ้างเป็นโมฆะได้ด้วย (ตามคำแนะนำของสำนักงานกฤษฎีกา) นี่ก็เป็นอีกแทร็กหนึ่ง ถ้าคิดถึงขั้นฟ้องคดี ให้นัดปรึกษาองค์การช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งเกาหลี ☎132 ควบคู่ไปด้วย
เริ่มจากตรวจหนังสือแจ้งเลิกจ้าง — ถ้าไม่เป็นลายลักษณ์อักษร การเลิกจ้างนั้นไม่มีผล
พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 27 วรรค 1 กำหนดว่าหากนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้าง ต้อง แจ้งเหตุผลการเลิกจ้างและช่วงเวลาการเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร และวรรค 2 กำหนดว่าการเลิกจ้างจะมีผลก็ต่อเมื่อได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) การเลิกจ้างที่พูดปากเปล่าว่า "พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้ว" จึงไม่มีผลในตัวมันเอง อย่างไรก็ตาม มาตรา 27 ก็เป็นบทบัญญัติที่ใช้กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
แต่ตรงนี้มีกับดัก ถ้าไม่มีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร จะได้เปรียบในการโต้แย้งว่าการเลิกจ้างเป็นโมฆะ แต่ในทางกลับกัน จะระบุ "วันที่เกิดการเลิกจ้าง" ได้ยากขึ้น หมายความว่าวันเริ่มนับ 3 เดือนจะพร่ามัว ถ้าไม่ได้รับหนังสือแจ้ง เรื่องเร่งด่วนคือการเก็บหลักฐานด้วยตัวเองว่ามีการเลิกจ้างเกิดขึ้นและเกิดขึ้นวันไหน
- เก็บไว้ทางข้อความ/แชต: ภายในวันนั้น ให้ถามว่า "ที่บอกให้ออกตั้งแต่วันที่ ○○ ถูกต้องไหมคะ/ครับ" แล้วเก็บคำตอบไว้
- เก็บบันทึกการเข้างาน: รวบรวมข้อมูลที่แสดงวันทำงานวันสุดท้าย เช่น บันทึกเข้า-ออก สมุดบันทึกการทำงาน ข้อความที่คุยกับเพื่อนร่วมงาน
- สลิปเงินเดือน-รายการเดินบัญชี: เงินเดือนเข้าถึงเมื่อไรจะช่วยยืนยันช่วงเวลา
- จัดระเบียบไฟล์บันทึกเสียง: ถ้ามีการบันทึกเสียงในฐานะคู่สนทนา ให้จัดเก็บพร้อมระบุวันที่
เคล็ดลับ: การที่นายจ้างแจ้งล่วงหน้าก่อนเลิกจ้างแล้วไม่ได้แปลว่าการเลิกจ้างนั้นชอบธรรม การแจ้งล่วงหน้า 30 วันหรือจ่ายค่าจ้างปกติ 30 วันเป็นเพียงเงื่อนไขเชิงกระบวนการ ส่วนจะมีเหตุอันสมควรหรือไม่จะพิจารณาแยกตามมาตรา 23 วรรค 1 ถ้ามีคนบอกว่า "ได้ค่าแจ้งล่วงหน้าแล้วก็จบ" ให้ลองโทรถาม ☎1350 ว่าจริงหรือไม่
วิธียื่นและค่าใช้จ่าย — ต้องยื่นอะไรที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบ
คำร้องขอเยียวยาต้องยื่นที่ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่มีเขตอำนาจเหนือที่ตั้งของสถานประกอบการ (พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 28 วรรค 1 และ พ.ร.บ.คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 3 วรรค 2) ยึดตามที่ตั้งของบริษัท ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยของลูกจ้าง ถ้าย้ายไปอยู่พื้นที่อื่นหลังถูกเลิกจ้าง ให้ตรวจสอบจุดนี้ก่อน ช่องทางยื่นมี 3 ทางและไม่มีค่าธรรมเนียม แบบฟอร์มคำร้องคือแบบแนบท้ายที่ 3 ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการบังคับใช้ พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 5
| ช่องทางยื่น | ทำอย่างไร | จุดที่ชาวต่างชาติมักติด |
|---|---|---|
| อินเทอร์เน็ต (Government24) | ยื่นผ่านบริการ "คำร้องขอเยียวยากรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ฯลฯ" | ต้องยืนยันตัวตนก่อน ถ้ามือถือที่จดทะเบียนในชื่อบริษัทถูกตัด จะติดตั้งแต่วิธียืนยันตัวตน |
| ยื่นด้วยตนเอง | ยื่นตรงที่ห้องบริการประชาชนของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบสถานประกอบการ | ถ้าย้ายไปพื้นที่อื่น จะต้องเดินทางไป-กลับอย่างน้อย 2 ครั้งเพื่อยื่นเอกสารและเข้าประชุมไต่สวน |
| ไปรษณีย์ | ส่งคำร้องและหนังสือชี้แจงเหตุผลไปยังคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบ | ต้องมีที่อยู่สำหรับรับหนังสือตอบกลับ ถ้าออกจากหอพักแล้ว ให้กำหนดที่อยู่รับเอกสารก่อน |
หลังยื่นแล้วกำหนดการจะเป็นแบบนี้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จะเปิดการประชุมไต่สวนภายใน 60 วันนับจากวันรับคำร้อง และเมื่อการประชุมไต่สวนจบลง จะส่งหนังสือคำวินิจฉัยภายใน 30 วัน ระยะเวลาดำเนินการมาตรฐานที่ระบุในข้อมูลบริการประชาชนของ Government24 คือ 90 วัน
ควรรู้ไว้ล่วงหน้าด้วยว่าภาษาคือด่านแรก คำร้องและหนังสือชี้แจงเหตุผลเป็นแบบฟอร์มภาษาเกาหลี และการประชุมไต่สวนก็ดำเนินเป็นภาษาเกาหลี เรายังยืนยันจากข้อมูลทางการไม่ได้ว่าคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จัดล่ามให้โดยอัตโนมัติหรือไม่ ถ้าต้องการล่าม ให้สอบถามคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบล่วงหน้าตั้งแต่ขั้นยื่นคำร้อง กระทรวงการจ้างงานและแรงงานมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาหลายภาษาและบริการล่ามที่สำนักงานภูมิภาค ส่วนองค์กรปกครองท้องถิ่นมีบริการล่ามผ่านศูนย์สนับสนุนแรงงานต่างชาติ จึงขอความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ขั้นเขียนเอกสาร
คุณขอที่ปรึกษาแรงงาน-ทนายความฟรีได้ — ระบบตัวแทนช่วยเยียวยาสิทธิ
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีระบบตัวแทนช่วยเยียวยาสิทธิ ลูกจ้างที่มีค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 3,000,000 KRW สามารถแต่งตั้งที่ปรึกษาแรงงานที่ได้รับใบอนุญาตหรือทนายความเป็นตัวแทนในการยื่นคำร้องขอเยียวยากรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ฟรี (พ.ร.บ.คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 6-2 และกฎกระทรวงว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน มาตรา 3 วรรค 5) เกณฑ์จำนวนเงินสนับสนุนกำหนดโดยประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน โดยตั้งแต่มกราคม 2022 ได้ขยายจากต่ำกว่า 2,500,000 KRW เป็นต่ำกว่า 3,000,000 KRW จำนวนเงินตามประกาศเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเกณฑ์ปัจจุบันซ้ำที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบหรือ ☎1350 ณ เวลาที่ยื่น
ปัญหาคือหลักฐาน มีกรณีจริงที่นายจ้างไม่ออกสลิปเงินเดือนที่แสดงค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนให้ หรือเรียกคืนไปแล้ว ในกรณีเช่นนี้ จะใช้รายการเงินเข้าบัญชีหรือสัญญาจ้างแทนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี จึงควรถามคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบก่อนยื่นว่าเอกสารแบบใดใช้ได้บ้าง จะเร็วกว่า ถ้าเห็นแนวโน้มว่าอาจไปถึงขั้นฟ้องคดี ให้ตรวจสอบไปด้วยว่าเข้าข่ายรับคำปรึกษากฎหมายฟรีขององค์การช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งเกาหลี ☎132 หรือไม่ บทความนี้จะไม่แนะนำสำนักงานที่ปรึกษาแรงงานหรือสำนักงานกฎหมายรายใดเป็นการเฉพาะ ลำดับที่ปลอดภัยคือเริ่มตรวจสอบจากช่องทางฟรีของภาครัฐก่อน
ถ้าชนะจะได้อะไร — กลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิม, เงินเทียบเท่าค่าจ้าง, การชดเชยเป็นเงิน
ถ้าเข้าข่ายการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ฯลฯ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะออกคำสั่งเยียวยาต่อนายจ้าง ถ้าไม่เข้าข่ายก็จะมีคำวินิจฉัยยกคำร้อง (พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 30 วรรค 1) ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันตามสถานการณ์
| สถานการณ์ | สิ่งที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ทำได้ | ฐานอ้างอิง |
|---|---|---|
| เมื่อต้องการกลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิม | สั่งให้กลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิมและจ่ายเงินเทียบเท่าค่าจ้างช่วงถูกเลิกจ้าง | มาตรา 30 วรรค 1 |
| เมื่อไม่ต้องการกลับเข้าทำงาน | สั่งจ่ายเงินไม่น้อยกว่าเงินเทียบเท่าค่าจ้างแทนการกลับเข้าทำงาน (การชดเชยเป็นเงิน) | มาตรา 30 วรรค 3 |
| เมื่อกลับเข้าทำงานไม่ได้เพราะสัญญาสิ้นสุดหรือเกษียณอายุ | ออกคำสั่งเยียวยาหรือคำวินิจฉัยยกคำร้อง และหากเข้าข่ายก็สั่งจ่ายเงินเทียบเท่าค่าจ้าง | มาตรา 30 วรรค 4 |
| เมื่อวินิจฉัยว่าไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม | คำวินิจฉัยยกคำร้อง | มาตรา 30 วรรค 1 |
บรรทัดที่สาม สำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้อ่านที่ถือ E-9 และ E-7 ซึ่งมีระยะเวลาสัญญากำหนดไว้ เพราะถึงแม้ระยะเวลาสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงระหว่างดำเนินกระบวนการ การวินิจฉัยก็ไม่ได้จบลงไปเลย แต่หากเข้าข่ายการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ก็สั่งจ่ายเงินเทียบเท่าค่าจ้างที่ควรจะได้รับในช่วงเวลานั้นได้ ก่อนจะยอมแพ้เพราะได้ยินคำว่า "ยังไงสัญญาก็หมดแล้ว ไม่มีประโยชน์" ลองตรวจสอบมาตรานี้ดู เราจะไม่คำนวณจำนวนเงินให้ในบทความนี้ เพราะเงินเทียบเท่าค่าจ้างขึ้นอยู่กับค่าจ้างของแต่ละคนและช่วงเวลาที่ถูกเลิกจ้าง ตัวเลขที่ยกเป็นตัวอย่างจะไม่กลายเป็นผลลัพธ์จริงเสมอไป และจะฟันธงว่าจะได้เงินที่ไม่ได้รับคืนทั้งหมดก็ไม่ได้ ปรึกษาตามกรณีของตนเองจะแม่นยำกว่า
หลังจากมีคำสั่งแล้ว — ค่าปรับบังคับการปฏิบัติตามคำสั่งและกำหนดเวลาโต้แย้ง
ถึงจะมีคำสั่งเยียวยาออกมาแล้ว ก็มีกรณีที่บริษัทดื้อไม่ทำตาม หรือในทางกลับกัน คุณอาจไม่พอใจผลลัพธ์ก็ได้ ทั้งสองอย่างเป็นเรื่องที่มีกำหนดเวลากำกับ
ถ้าอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตาม — ค่าปรับบังคับการปฏิบัติตามคำสั่งและการฝ่าฝืนคำสั่งเยียวยาที่ถึงที่สุด
กลไกที่ทำให้บริษัทขยับมี 2 อย่าง อย่างแรกคือค่าปรับบังคับการปฏิบัติตามคำสั่ง กำหนดเวลาปฏิบัติของนายจ้างคือภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเยียวยาเป็นลายลักษณ์อักษร (กฎกระทรวงว่าด้วยการบังคับใช้ มาตรา 11) ถ้าไม่ปฏิบัติตาม คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะกำหนดค่าปรับบังคับการปฏิบัติตามคำสั่งไม่เกิน 30,000,000 KRW (มาตรา 33 วรรค 1 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) โดยนับจากวันที่ออกคำสั่งเยียวยาครั้งแรก สามารถกำหนดซ้ำได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง และกำหนด-จัดเก็บเกิน 2 ปีไม่ได้ จึงได้สูงสุด 4 ครั้ง (มาตราเดียวกัน วรรค 5)
ข้อควรระวัง: ค่าปรับบังคับการปฏิบัติตามคำสั่งเป็น เงินที่รัฐกำหนดและจัดเก็บจากนายจ้าง ไม่ใช่เงินชดเชยที่จ่ายให้ลูกจ้าง เงินที่ลูกจ้างได้รับคือเงินเทียบเท่าค่าจ้างตามคำสั่งเยียวยาหรือการชดเชยเป็นเงิน (มาตรา 30 วรรค 3 และวรรค 4) อย่าอ่านว่า "จะได้รับ 30,000,000 KRW"
อย่างที่สองคือกระบวนการทางอาญา ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเยียวยาที่ถึงที่สุดแล้วต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 10,000,000 KRW (มาตรา 111 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) ความผิดนี้จะฟ้องคดีได้ก็ต่อเมื่อมีการกล่าวโทษจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (มาตรา 112 วรรค 1) ถ้าบริษัทเพิกเฉยต่อคำสั่งที่ถึงที่สุดแล้ว ให้แจ้งข้อเท็จจริงนั้นต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่รับผิดชอบก่อน
ถ้าไม่ยอมรับผล — ขอทบทวน 10 วัน, ฟ้องคดีปกครอง 15 วัน
3 เดือนก็สั้นแล้ว แต่กำหนดเวลาหลังผลออกยิ่งสั้นกว่ามาก คุณสามารถยื่นขอทบทวนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กลางได้ภายใน 10 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งหนังสือคำสั่งเยียวยาหรือหนังสือคำวินิจฉัยยกคำร้อง (มาตรา 31 วรรค 1) และฟ้องคดีปกครองได้ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือคำวินิจฉัยทบทวน (มาตราเดียวกัน วรรค 2) ถ้าไม่โต้แย้งภายในระยะเวลานั้น คำวินิจฉัยจะถึงที่สุด (มาตราเดียวกัน วรรค 3)
| กำหนดเวลา | นับตั้งแต่เมื่อไร | นานเท่าไร | ฐานอ้างอิง |
|---|---|---|---|
| ยื่นคำร้องขอเยียวยา | วันที่มีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น | ภายใน 3 เดือน | พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 28 วรรค 2 |
| กำหนดเวลาปฏิบัติของนายจ้าง | วันที่นายจ้างได้รับแจ้งคำสั่งเยียวยาเป็นลายลักษณ์อักษร | ภายใน 30 วัน | กฎกระทรวงว่าด้วยการบังคับใช้ พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 11 |
| ยื่นขอทบทวน | วันที่ได้รับแจ้งหนังสือคำสั่งเยียวยา/คำวินิจฉัยยกคำร้อง | ภายใน 10 วัน | พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 31 วรรค 1 |
| ฟ้องคดีปกครอง | วันที่ได้รับหนังสือคำวินิจฉัยทบทวน | ภายใน 15 วัน | พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 31 วรรค 2 |
ถ้าคุณทำงานในสถานประกอบการที่มีหอพักให้แล้วถูกเลิกจ้าง ตรงนี้อันตรายที่สุด 10 วันและ 15 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสาร/วันที่ได้รับการส่งหนังสือ แต่ถ้าคุณขนของออกมาแล้วหนังสือคำวินิจฉัยถูกส่งไปที่อยู่หอพักเดิม ระยะเวลาก็จะผ่านไปโดยที่คุณยังไม่ได้รับ ตอนยื่นคำร้องให้ระบุที่อยู่และเบอร์ติดต่อที่รับไปรษณีย์ได้จริง และถ้าย้ายที่อยู่ระหว่างทาง ให้แจ้งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบทันที
หมายเหตุ: กำหนดเวลาและจำนวนเงินข้างต้นเป็นตัวบท ณ 2026-08 กฎหมายและประกาศมีการแก้ไข กรุณาตรวจสอบซ้ำ ณ เวลาที่ยื่นที่ nlrc.go.kr (คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์), moel.go.kr (กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน), law.go.kr (ศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ)
ถ้าเป็น E-9 คุณมีนาฬิกาสองเรือน — ทับซ้อนกับเปลี่ยนสถานประกอบการ 1 เดือน และหางานใหม่ 3 เดือน
ถ้าคุณทำงานด้วยวีซ่า E-9 (แรงงานทั่วไป) จะมีกำหนดเวลาที่ต้องคำนวณเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง พ.ร.บ.การจ้างแรงงานต่างชาติ มาตรา 25 วรรค 3 กำหนดให้ยื่นขอเปลี่ยนสถานประกอบการต่อศูนย์จัดหางาน ภายใน 1 เดือน นับจากวันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด และถ้าไม่ได้รับอนุญาตเปลี่ยนสถานที่ทำงานภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ยื่น จะเข้าข่ายต้องเดินทางออกนอกประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) ตัวขั้นตอนสรุปไว้แยกที่ ขั้นตอนเปลี่ยนสถานประกอบการสำหรับ E-9 และกำหนดการของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ก็มาทับซ้อนตรงนี้ ประชุมไต่สวนภายใน 60 วันนับจากวันรับคำร้อง จากนั้นหนังสือคำวินิจฉัยภายใน 30 วัน บวกกันง่าย ๆ ก็ 90 วัน ยาวพอ ๆ กับ 3 เดือนที่ให้ไว้สำหรับหางานใหม่
ข้อยกเว้นในมาตราเดียวกันระบุเหตุขยายระยะเวลาไว้ว่า "อุบัติเหตุจากการทำงาน เจ็บป่วย ตั้งครรภ์ คลอดบุตร ฯลฯ" ส่วนเหตุที่กำลังดำเนินการยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อยู่นั้นไม่ได้เขียนไว้ในตัวบท แต่ก็ฟันธงว่า "กำหนดเวลาไม่หยุดเด็ดขาด" ไม่ได้เช่นกัน ขอบเขตของคำว่า "ฯลฯ" และเหตุขยายเวลากำหนดโดยประกาศของกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ซึ่งในการสรุปครั้งนี้เรายังไม่ได้ตรวจสอบตัวบทประกาศฉบับนั้น
ดังนั้นเราจะไม่แนะนำว่าให้ทำอะไรก่อน แต่จะบอกวิธีตรวจสอบให้ชัดเจนแทน ให้สอบถาม 3 แห่งต่อไปนี้ในวันเดียวกัน
- ศูนย์จัดหางานที่รับผิดชอบ: สอบถามว่าในสถานะที่ยื่นคำร้องขอเยียวยาไว้แล้ว กำหนด 1 เดือนสำหรับยื่นเปลี่ยนสถานประกอบการและ 3 เดือนสำหรับอนุญาตเปลี่ยนสถานที่ทำงานจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่รู้ว่าที่ไหนรับผิดชอบ สอบถามได้ที่ ☎1350
- คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบ: สอบถามว่ามีวิธีดำเนินการอย่างไรเมื่อเป็นคดีที่มีกำหนดเวลาพำนักเข้ามาเกี่ยวข้อง ตรวจสอบเขตอำนาจได้ที่ nlrc.go.kr
- ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ ☎1345: เรื่องสถานะการพำนักและการเดินทางออกนอกประเทศ ที่นี่คือช่องทาง ให้คำปรึกษา 20 ภาษา
ถ้ายังไม่คุ้นกับตัวระบบ E-9 ลองดู โครงสร้างระบบใบอนุญาตจ้างงาน (EPS) ควบคู่กันไป จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมกำหนดเวลาสองอย่างจึงถูกออกแบบมาแบบนี้
ถ้าอยู่ในสถานะไม่มีสถานะการพำนัก — ก่อนแจ้ง ให้ตรวจสอบเรื่องการแจ้งต่อ ตม. ก่อน
ส่วนนี้กรุณาอ่านอย่างระมัดระวัง มีสามเรื่องที่ควรรู้
ข้อแรก ค่าตอบแทนสำหรับแรงงานที่ให้ไปแล้วสามารถเรียกร้องได้โดยไม่เกี่ยวกับสถานะการพำนัก ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาจ้างที่ทำขึ้นโดยไม่มีสถานะการพำนักที่ทำงานได้ก็ไม่ได้เป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ และชาวต่างชาติที่ให้แรงงานและรับค่าจ้างไปแล้วย่อมได้รับการยอมรับว่าเป็นลูกจ้างตาม พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน (คำพิพากษาศาลฎีกา 15 ก.ย. 1995 คดีหมายเลข 94누12067) ค่าจ้างและการชดเชยอุบัติเหตุจากการทำงานเข้าข่ายนี้
ข้อสอง แต่ไม่ได้แปลว่าการเยียวยาด้วยการกลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิมจะได้ข้อสรุปเดียวกัน ตามคำแนะนำของสำนักงานกฤษฎีกา หากไม่ใช่ความสัมพันธ์การจ้างงานที่ก่อตัวขึ้นแล้ว ความสัมพันธ์การจ้างงานกับผู้ที่ไม่มีสถานะทำงานได้จะถูกระงับ และทั้งนายจ้างและลูกจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างเมื่อใดก็ได้โดยอ้างเหตุว่าไม่มีสถานะทำงาน หมายความว่า ประสิทธิผลของการเยียวยาแบบขอกลับไปทำงานต่ออาจถูกจำกัด
ข้อสาม มีการยกเว้นหน้าที่แจ้งต่อ ตม. เกิดขึ้นแล้ว แต่ขอบเขตถูกกำหนดไว้ ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2025 การยกเว้นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการแจ้งต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำหรับแรงงานต่างชาติที่ได้รับความเสียหายจากค่าจ้างค้างจ่ายมีผลบังคับใช้แล้ว กรณีที่เพิ่มเข้าไปในข่ายยกเว้นคือกรณีที่พนักงานตรวจแรงงาน ฯลฯ พบข้อเท็จจริงว่าบุคคลนั้นเข้าข่ายถูกส่งกลับในระหว่างการตรวจสอบ-กำกับดูแลเรื่องค่าจ้างค้างจ่าย ฯลฯ ตามกฎหมายแรงงาน และ พ.ร.บ.ควบคุมคนเข้าเมือง มาตรา 84 ก็มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีที่เห็นว่าการแจ้งจะทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่
ข้อควรระวัง: ขอบเขตการยกเว้นที่ยืนยันได้คือกระบวนการ "ตรวจสอบ-กำกับดูแลค่าจ้างค้างจ่าย ฯลฯ" ส่วนกระบวนการยื่นคำร้องขอเยียวยากรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะได้รับการยกเว้นแบบเดียวกันหรือไม่ เรายังตรวจสอบจากตัวบทกฎหมายไม่ได้ในการสรุปครั้งนี้ อย่าตีความกลับจากขอบเขตที่ระบุข้างต้นว่า "ฉันปลอดภัย" หรือ "ที่เหลือถูกแจ้งหมด" ก่อนจะแจ้งเรื่องหรือยื่นคำร้อง กรุณาตรวจสอบเรื่องการแจ้งต่อ ตม. ตามกรณีของตนเองที่ ☎1345 (ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ) หรือศูนย์สนับสนุนแรงงานต่างชาติใกล้บ้านก่อน
ทางเลือกสำหรับผู้ที่ระยะเวลาพำนักเลยกำหนดไปแล้วสรุปไว้แยกที่ สิ่งที่ทำได้เมื่อระยะเวลาพำนักเลยกำหนด บทความนี้กล่าวถึงเฉพาะกระบวนการที่ถูกกฎหมายเท่านั้น และจะไม่แนะนำวิธีปกปิดสถานะหรือปลอมแปลงเอกสารในรูปแบบใด ๆ ทั้งสิ้น
สรุป — 3 อย่างที่ต้องตรวจสอบภายในวันนี้ และเบอร์โทรศัพท์
เป็นเรื่องที่มีกำหนดเวลากำกับ เราจึงขอสรุปลำดับไว้สั้น ๆ
- ตรวจสอบหนังสือแจ้งเลิกจ้าง ถ้าได้รับแล้ว ให้บันทึกวันที่เลิกจ้างที่เขียนไว้ในนั้น ถ้าไม่ได้รับ ให้บันทึกวันที่ได้ยินเรื่องการเลิกจ้าง ถ้าไม่มีหนังสือแจ้ง วันเริ่มนับเองอาจกลายเป็นข้อพิพาทได้ จึงให้ยึดวันที่เร็วที่สุดเป็นเกณฑ์ และตรวจสอบวันเริ่มนับที่แน่นอนกับคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบ
- ตรวจสอบจำนวนลูกจ้างประจำของสถานประกอบการ ถ้าต่ำกว่า 5 คนจะไม่เข้าข่ายยื่นคำร้องขอเยียวยา แต่การแจ้งล่วงหน้าก่อนเลิกจ้าง ค่าจ้างค้างจ่าย เงินชดเชยเกษียณ และการชดเชยอุบัติเหตุจากการทำงานยังคงอยู่
- โทรวันนี้เลย เรื่องเลิกจ้างโทร ☎1350 เรื่องสถานะการพำนักโทร ☎1345 แค่สองสายก็จะรู้ว่าขั้นต่อไปต้องทำอะไร
- ศูนย์ให้คำปรึกษาลูกค้ากระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ☎1350: ที่สำหรับถามเรื่องการเลิกจ้าง ค่าจ้าง จำนวนลูกจ้างประจำ และหน่วยงานที่รับผิดชอบ
- ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ ☎1345: ช่องทางเรื่องสถานะการพำนัก วีซ่า และการเดินทางออกนอกประเทศ ให้คำปรึกษา 20 ภาษา
- องค์การช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งเกาหลี ☎132: ตรวจสอบคำปรึกษากฎหมายฟรีและว่าเข้าข่ายรับความช่วยเหลือทางกฎหมายหรือไม่
- คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ nlrc.go.kr: สอบถามคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประจำภูมิภาคที่รับผิดชอบ วิธียื่นคำร้อง และความเป็นไปได้เรื่องล่าม
- ศูนย์สนับสนุนแรงงานต่างชาติ: ขอความช่วยเหลือเรื่องการเขียนเอกสารและบริการล่ามได้ หน่วยงานที่ดำเนินการต่างกันไปตามพื้นที่

เนื่องจากเขตอำนาจยึดตามที่ตั้งของสถานประกอบการ ผู้ที่ย้ายไปพื้นที่อื่นหลังถูกเลิกจ้างจะต้องเดินทางไป-กลับเมืองนั้นอย่างน้อยสองครั้งเพื่อยื่นคำร้องและเข้าร่วมการประชุมไต่สวน ถ้าต้องไปศูนย์จัดหางานอีกต่างหากด้วย จำนวนครั้งก็ยิ่งเพิ่ม LACHA (ลาชา) คือซูเปอร์แอปด้านการเดินทางและการชำระเงินสำหรับชาวต่างชาติที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน เริ่มใช้ด้วยพาสปอร์ตได้โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคารเกาหลีหรือเบอร์มือถือเกาหลี ใช้ KTX รถบัสด่วน แท็กซี่ รถไฟสนามบิน และบัตรโดยสารได้ในที่เดียว พร้อมชำระเงินด้วยระบบชำระเงินต่างประเทศอย่าง Alipay หรือ WeChat Pay ในสถานการณ์ที่มือถือชื่อบริษัทถูกตัด บางครั้งแค่จะจองการเดินทางก็ติดตั้งแต่ต้น แอปนี้ช่วยลดภาระเฉพาะช่วงนั้น และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับกระบวนการยื่นคำร้องขอเยียวยา เอกสาร หรือบริการล่าม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ชาวต่างชาติยื่นคำร้องขอเยียวยากรณีถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ไหม ได้ครับ/ค่ะ ถ้าเป็นลูกจ้างตาม พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงานก็อยู่ในข่ายโดยไม่เกี่ยวกับสัญชาติ พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงาน มาตรา 6 ห้ามเลือกปฏิบัติในเงื่อนไขการทำงานเพราะเหตุแห่งสัญชาติ ฝ่าฝืนมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 5,000,000 KRW (มาตรา 114 อนุ 1 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) และ พ.ร.บ.การจ้างแรงงานต่างชาติ มาตรา 22 ก็ห้ามการปฏิบัติอย่างเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อแรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ต้องเป็นสถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป (มาตรา 11 วรรค 1) และต้องยื่นภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (มาตรา 28 วรรค 2 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) ถ้าอยู่ในสถานะไม่มีสถานะการพำนัก กรุณาอ่าน Q5 ก่อน
Q2. ถ้าเลย 3 เดือนไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้เลยจริงหรือ การยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นระยะเวลาตัดสิทธิ์ พอเลย 3 เดือน คุณสมบัติในการยื่นคำร้องก็หายไปเลย (มาตรา 28 วรรค 2 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) อย่างไรก็ตาม ค่าจ้างหรือเงินชดเชยเกษียณที่ค้างอยู่เป็นอีกแทร็กหนึ่งคือการร้องเรียนที่สำนักงานแรงงานและการจ้างงานประจำภูมิภาค และยังมีทางฟ้องศาลขอให้ยืนยันว่าการเลิกจ้างเป็นโมฆะแยกต่างหากด้วย ทางเลือกที่เหลือกรุณาตรวจสอบตามกรณีของตนเองที่ ☎1350 และ ☎132
Q3. ถ้าเป็นสถานประกอบการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 5 คน แปลว่าไม่มีสิทธิอะไรเลยหรือ ไม่ใช่ครับ/ค่ะ เพียงแค่ไม่เข้าข่ายยื่นคำร้องขอเยียวยากรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เท่านั้น การแจ้งล่วงหน้าก่อนเลิกจ้างใช้กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 5 คนด้วย นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วันหรือจ่ายค่าจ้างปกติไม่น้อยกว่า 30 วัน (มาตรา 26 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) ถ้าฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 20,000,000 KRW (มาตรา 110 อนุ 1 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) กรณีทำงานต่อเนื่องไม่ถึง 3 เดือน เป็นต้น เป็นข้อยกเว้นของการแจ้งล่วงหน้า ส่วนค่าจ้างค้างจ่าย เงินชดเชยเกษียณ และการชดเชยอุบัติเหตุจากการทำงานก็ยังคงอยู่เช่นกัน
Q4. ไม่ได้รับหนังสือแจ้งเลิกจ้าง ได้ยินแค่ปากเปล่า ต้องทำอย่างไร ถ้าเป็นสถานประกอบการที่มีลูกจ้างประจำตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป การเลิกจ้างที่ไม่มีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถือว่าไม่มีผล (มาตรา 27 วรรค 2 ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026) แต่ถ้าไม่มีลายลักษณ์อักษร การระบุ "วันที่เกิดการเลิกจ้าง" จะยากขึ้น ทำให้การนับ 3 เดือนอาจเสียเปรียบ ภายในวันนั้นให้ขอคำยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องการเลิกจ้างและวันที่ทางข้อความหรือแชตไว้ รวบรวมบันทึกการเข้างานและรายการเงินเดือนที่โอนเข้า แล้วโทรปรึกษา ☎1350 ทันที
Q5. ไม่มีสถานะการพำนัก ถ้าแจ้งเรื่องจะนำไปสู่การจับกุมไหม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าค่าจ้างสำหรับแรงงานที่ให้ไปแล้วและการชดเชยอุบัติเหตุจากการทำงานสามารถเรียกร้องได้โดยไม่เกี่ยวกับสถานะการพำนัก (คำพิพากษา 15 ก.ย. 1995 คดีหมายเลข 94누12067) นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2025 การยกเว้นหน้าที่แจ้งของเจ้าหน้าที่รัฐสำหรับแรงงานต่างชาติที่ได้รับความเสียหายจากค่าจ้างค้างจ่ายก็มีผลบังคับใช้แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอบเขตการยกเว้นที่ยืนยันได้คือกระบวนการตรวจสอบ-กำกับดูแลค่าจ้างค้างจ่าย ฯลฯ ส่วนกระบวนการยื่นคำร้องขอเยียวยาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะเหมือนกันหรือไม่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ดังนั้นก่อนจะขยับ ให้ตรวจสอบเรื่องการแจ้งต่อ ตม. ตามกรณีของตนเองที่ ☎1345 หรือศูนย์สนับสนุนแรงงานต่างชาติก่อน
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือทางปกครอง ตัวบท กำหนดเวลา จำนวนเงิน และบทลงโทษในเนื้อหาสรุปจากตัวบท พ.ร.บ.มาตรฐานแรงงานของศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ ข้อมูลกฎหมายในชีวิตประจำวันที่ค้นหาง่ายของสำนักงานกฤษฎีกา (easylaw.go.kr) คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กลาง (nlrc.go.kr) และข้อมูลบริการประชาชนของ Government24 ณ 2026-08 ส่วนการคำนวณวันหมดเขตที่แน่นอนของระยะเวลาตัดสิทธิ์ 3 เดือน การจัดล่ามในการประชุมไต่สวนของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ช่วงจำนวนเงินของค่าปรับบังคับการปฏิบัติตามคำสั่ง ประกาศปัจจุบันเรื่องเกณฑ์จำนวนเงินของระบบตัวแทนช่วยเยียวยาสิทธิ ประกาศเรื่องเหตุขยายกำหนดเวลาตาม พ.ร.บ.การจ้างแรงงานต่างชาติ มาตรา 25 และการยกเว้นหน้าที่แจ้งที่มีผลตั้งแต่พฤศจิกายน 2025 จะครอบคลุมถึงกระบวนการของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์หรือไม่นั้น เรายังยืนยันจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิไม่ได้ จึงไม่ได้ฟันธงไว้ในเนื้อหา กฎหมายและประกาศมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ก่อนยื่นคำร้องกรุณาตรวจสอบซ้ำตามสถานการณ์ของตนเองที่ nlrc.go.kr, moel.go.kr, law.go.kr และ ☎1350, ☎1345 LACHA (ลาชา) ไม่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐข้างต้น และไม่รับดำเนินการกระบวนการเยียวยาสิทธิแทน




