การขับผ่านด่านเก็บเงินไปเฉย ๆ ไม่ได้แปลว่าจะโดนคิดเพิ่ม 10 เท่าทันทีตรงนั้น ตามคำแนะนำของ Korea Expressway Corporation กรณีค้างชำระธรรมดา ค่าผ่านทางเพิ่มจะเริ่มถูกคิดจริง ๆ ก็ต่อเมื่อ "เลยกำหนดชำระในหนังสือทวงถามแล้ว" ถ้าจ่ายก่อนหน้านั้น ก็จ่ายแค่ค่าผ่านทางเดิมแล้วจบ
ปัญหาคือคนที่ขับรถเช่าแทบไม่มีทางได้เห็นหนังสือทวงถามฉบับนั้นเลย ใบแจ้งค้างชำระจะส่งตาม "ที่อยู่จดทะเบียนรถ" และรถเช่านั้นชื่อผู้ถือทะเบียนคือบริษัทรถเช่า ระหว่างที่ใบแจ้งครั้งที่ 1, 2, 3 ทยอยไปถึงบริษัท คนที่ขับจริงกลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามียอดค้าง
ต่อให้อยากตรวจสอบเอง ก็ยังมีอีกชั้นหนึ่ง หน้าเว็บไฮพาส (excard.co.kr) สำหรับดูรายละเอียดยอดค้างและชำระออนไลน์นั้น Korea Expressway Corporation ระบุชัดว่า "ต้องใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าของรถ" ซึ่งในกรณีรถเช่าที่เจ้าของคือบริษัท ผู้เช่าไม่มีทางผ่านเงื่อนไขนี้ได้โดยหลักการ
คำแนะนำภาษาอังกฤษก็ไม่มี เว็บภาษาอังกฤษของ Korea Expressway Corporation (ex.co.kr/eng) พูดถึงแต่ข้อมูลองค์กร IR และธุรกิจต่างประเทศ ไม่ปรากฏแม้แต่คำว่า 'toll' 'Hi-Pass' หรือ 'unpaid' ส่วนเว็บเฉพาะเรื่องค่าผ่านทาง hipass.co.kr ก็ไม่มีลิงก์เปลี่ยนภาษาเลย (ตรวจสอบด้วยตนเองเมื่อ 2026-08-25)
ลำดับจึงสำคัญมาก อันดับ 1 คือเคลียร์ให้จบตรงด่านเก็บเงิน และถ้าพลาดไปแล้ว อันดับ 2 คือรออีกไม่กี่วันแล้วค้นด้วยเลขทะเบียนรถเอง แล้วไปจ่ายที่เคาน์เตอร์
หมายเหตุ: กฎหมาย ตัวคูณ และขั้นตอนในบทความนี้อ้างอิง ณ 2026-08 จากกฎหมายทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง, Korea Expressway Corporation, ศูนย์สนับสนุนการบริหารทางหลวงเอกชน (CEPHIS) และคำแนะนำอย่างเป็นทางการของผู้ประกอบการทางหลวงเอกชนแต่ละราย ตัวคูณและช่องทางชำระเงินต่างกันไปตามผู้ดำเนินการและมีการแก้ไขบ่อย ก่อนชำระเงินกรุณาตรวจสอบซ้ำกับช่องทางทางการของผู้ดำเนินการที่ระบุในใบแจ้งหนี้
ถ้าเผลอขับผ่านด่านไปแล้ว — อย่าจอด ให้ไปเคลียร์ที่ทางออก
เมื่อรู้ตัวช้าไปว่าเข้าช่องไฮพาสผิด หรืออุปกรณ์ในรถปิดอยู่ สิ่งที่อันตรายที่สุดคือการหยุดรถตรงนั้น คำแนะนำอย่างเป็นทางการกลับกัน อย่าจอดและอย่าถอยหลัง ให้ขับผ่านไปเลย จากนั้นที่ด่านทางออกปลายทาง ให้บอกเจ้าหน้าที่ว่าเข้ามาจากด่านชื่ออะไร หรือแจ้งเลขทะเบียนรถ ก็จะชำระจบได้ตรงนั้นเลย
ถ้าจบด้วยครั้งเดียวแบบนี้ ก็จะไม่เกิดยอดค้างชำระเลย ไม่มีใบแจ้งหนี้ ไม่มีค่าผ่านทางเพิ่ม และไม่มีการเรียกเก็บผ่านบริษัทรถเช่า สำหรับคนขับรถเช่า นี่คือเส้นทางเดียวที่สะอาดที่สุด
แต่ถ้าออกทางช่องไฮพาสจนถึงทางออกไปเลย จากจุดนั้นจะถูกบันทึกเป็นยอดค้างชำระ สถานการณ์ที่ Korea Expressway Corporation จัดเป็น "ค้างชำระธรรมดา" มี 6 แบบ
- ไม่ได้ติดตั้ง/ไม่ได้ลงทะเบียนอุปกรณ์ — รถไม่มีเครื่องไฮพาส หรือไม่ได้ลงทะเบียน
- ไม่ได้เสียบบัตร — มีเครื่องแต่ไม่ได้เสียบบัตรไฮพาสไว้
- ยอดเงินไม่พอ — บัตรไฮพาสแบบเติมเงินมียอดคงเหลือไม่พอ
- ใช้ เครื่องหรือบัตรที่ถูกระงับการใช้งาน ต่อไป
- ผ่านช่องทั่วไปโดยไม่ชำระ — ผ่านไปโดยไม่ผ่านเจ้าหน้าที่หรือเครื่องรับชำระอัตโนมัติ
- ประเภทรถไม่ตรงกัน — ประเภทรถที่ลงทะเบียนไว้ต่างจากรถจริง
ทั้ง 6 แบบไม่ใช่ประเภทที่โดนคิด 10 เท่าทันที แต่จะผ่านการแจ้ง 3 ขั้นที่จะพูดถึงต่อไป
จุดที่ต้องเช็กตอนเช่ารถก็แยกกันตรงนี้ ควรตรวจร่วมกับพนักงานตอนรับรถเลยว่ารถมีเครื่องไฮพาสหรือไม่ ถ้ามี บัตรเสียบอยู่ไหม และยอดคงเหลือพอไหม เพราะวิธีให้บริการเครื่องและค่าใช้จ่ายต่างกันไปในแต่ละบริษัท ไม่มีมาตรฐานกลาง
📌 หมายเหตุ: เครื่องแบบลดหย่อนที่คนรู้จักกันในชื่อ "ส่วนลดไฮพาส" ต้องไปลงทะเบียนลายนิ้วมือที่สำนักงานเขต (ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ชาติให้ไปที่สำนักงานกิจการทหารผ่านศึก) และต้องยืนยันลายนิ้วมือก่อนออกเดินทางจึงจะทำงาน ถ้ายืนยันไม่ผ่านก็จะถูกเรียกเก็บค่าผ่านทางเต็มจำนวน โดยพื้นฐานแล้วนี่ไม่ใช่ระบบที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ได้ ดังนั้นอย่าคาดหวังส่วนลดเพียงเพราะรถเช่ามีเครื่องติดตั้งอยู่
ใบแจ้งหนี้ไม่ได้มาถึงเรา — ช่องว่างเวลาที่เกิดขึ้นเพราะเป็นรถเช่า
ใบแจ้งค้างชำระและข้อความแจ้งเตือนจะถูกส่งตามที่อยู่จดทะเบียนรถ ไม่ได้ยึดว่าวันนั้นใครเป็นคนขับ เนื่องจากชื่อผู้ถือทะเบียนรถเช่าคือบริษัทรถเช่า ทั้งใบแจ้งครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และหนังสือทวงถาม จึงไปที่อยู่ของบริษัททั้งหมด
วิธีการแจ้งเองก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีบัญชีของเกาหลี ศูนย์สนับสนุนการบริหารทางหลวงเอกชนส่งใบแจ้งค้างชำระผ่านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ เช่น KakaoTalk Injeungtalk หรือ Naver Electronic Notice ซึ่งถือเป็นการแจ้งที่มีผลตามกฎหมายว่าด้วยเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 4, 18-4, 18-5 และการอนุญาตชั่วคราวแบบ Regulatory Sandbox ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019 ถ้าไม่มีบัญชี Kakao หรือ Naver การแจ้งนี้ก็แทบไม่มีทางไปถึงเลย
แล้วเมื่อไหร่จะถึงตัวผู้เช่า — ก็ตอนที่บริษัทเรียกเก็บ แต่วิธีเรียกเก็บนั้นไม่มีมาตรฐานระดับประเทศ ในสัญญามาตรฐานการให้เช่ารถยนต์ของ Korea Fair Trade Commission (สัญญามาตรฐานเลขที่ 10064 แก้ไขเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2021) ไม่มีข้อกำหนดเรื่องค่าผ่านทางหรือไฮพาสเลย มีเพียงข้อ 13 ที่ระบุว่า "หากเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอันเป็นผลจากความต้องการของผู้เช่า ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนั้น" และข้อ 14 ที่ระบุว่า "หากค่าบริการที่ชำระล่วงหน้าไม่เพียงพอเนื่องจากใช้เกินระยะเวลา ให้ชำระส่วนต่างเมื่อคืนรถ"
ยิ่งกว่านั้น สัญญามาตรฐานเป็นเพียงแนวทางเสนอแนะที่ผ่านการพิจารณา ไม่มีผลผูกพัน และข้อตกลงของแต่ละบริษัทมีผลเหนือกว่า จากตัวอย่างข้อตกลงจริงของบริษัทต่าง ๆ พบว่ามีการระบุชัดว่าค่าผ่านทางบนทางหลวงเก็บเงินเป็นรายการที่ลูกค้ารับผิดชอบแยกต่างหาก ไม่รวมอยู่ในค่าเช่า และให้ชำระผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด แต่ค่าธรรมเนียมดำเนินการเท่าไร หรือจะเรียกเก็บหลังคืนรถกี่วัน เราไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขในบทความนี้ได้ — เพราะเป็นข้อตกลงเฉพาะของแต่ละบริษัท ไม่มีทั้งจำนวนเงินมาตรฐานและระยะเวลามาตรฐาน ทางเดียวคืออ่านข้อกำหนดเรื่องค่าผ่านทางด้วยตัวเองและสอบถามตอนทำสัญญา
เอกสารและเงื่อนไขที่ต้องใช้ในขั้นตอนเช่ารถ สรุปไว้แยกต่างหากที่ การเปลี่ยนใบขับขี่เป็นของเกาหลีและการใช้รถเช่า
ข้อควรระวัง: อัตราการไม่ชำระค่าปรับทางปกครองจากการฝ่าฝืนกฎจราจรของผู้ใช้รถเช่าชาวต่างชาติ เฉลี่ย 5 ปี (2020 – ตุลาคม 2024) อยู่ที่ 50.7% ขณะที่ค่าเฉลี่ยของคนเกาหลีอยู่ที่ 25.8% ต่างกันราว 2 เท่า (ตัวเลขเฉพาะชาวต่างชาติ ณ ตุลาคม 2024 อยู่ที่ 66.1%) เป็นข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เสนอต่อคณะกรรมาธิการบริหารและความมั่นคงของรัฐสภา (รายงานข่าว 2025-03) ส่วนเชจูปี 2024 อยู่ที่ 96.8% นี่เป็นสถิติค่าปรับทางปกครอง ไม่ใช่ค่าผ่านทาง จึงนำมาเทียบตรง ๆ ไม่ได้ แต่ควรตรวจสอบก่อนเช่าว่าบริษัทกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินและการหักบัญชีของผู้เช่าชาวต่างชาติไว้อย่างไร
ค่าผ่านทางเพิ่ม 10 เท่าคือ "เพดาน" — Korea Expressway Corporation 10 เท่า, ทางเอกชนคยองกี 5 เท่า
ในคอมมูนิตี้ภาษาเกาหลีมักพูดกันว่า "ค้างชำระคือ 10 เท่า" แต่ตัวบทกฎหมายต่างออกไปเล็กน้อย «กฎหมายว่าด้วยทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง» มาตรา 20 กำหนดว่าสามารถ "เรียกเก็บค่าผ่านทางเพิ่มตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ภายในขอบเขต 10 เท่า ของค่าผ่านทางที่ไม่ได้ชำระหรือได้รับการยกเว้น" 10 เท่าจึงเป็นเพดานที่กฎหมายกำหนด ส่วนตัวคูณที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับผู้ดำเนินการถนนสายนั้น เกณฑ์รายละเอียดอยู่ในพระราชกฤษฎีกาฯ มาตรา 14 และฉบับปัจจุบันคือฉบับแก้ไขวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 (พระราชกฤษฎีกาเลขที่ 36542)
| ช่วงทาง | ค่าผ่านทางเพิ่ม | หลักฐานที่ตรวจสอบแล้ว |
|---|---|---|
| ทางด่วนที่บริหารโดย Korea Expressway Corporation | 10 เท่าของค่าผ่านทางเดิม | ตารางประชาสัมพันธ์ของ Korea Expressway Corporation หัวข้อ "แจ้งการเรียกเก็บค่าผ่านทางเพิ่ม 10 เท่า" (ฐานการเรียกเก็บ: พระราชกฤษฎีกา มาตรา 14) |
| ทางหลวงคยองกีใต้ (ซอซูวอน~อึยวัง) | 5 เท่าของค่าผ่านทางเดิม | ลดลงจากการรวมระบบจัดเก็บของทางหลวงเอกชนจังหวัดคยองกี เมื่อ 2017-09-01 |
| สะพานอิลซาน / ทางด่วนเจซัมกยองอิน | 5 เท่าของค่าผ่านทางเดิม | อยู่ในกลุ่มปรับเดียวกัน ในช่องหมายเหตุระบุเปรียบเทียบว่า "Korea Expressway Corporation ใช้ 10 เท่า" |
| ทางหลวงเอกชนสายอื่น ๆ | ต่างกันไปตามสาย | เพดานตามกฎหมายคือ 10 เท่า — ตรวจสอบจากคำแนะนำของผู้ประกอบการสายนั้น |
คำแนะนำของทางหลวงคยองกีใต้ระบุก่อนว่า "เรียกเก็บในวงเงินไม่เกิน 10 เท่าของค่าผ่านทางเดิม ตามกฎหมายทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง มาตรา 20 และพระราชกฤษฎีกา มาตรา 14" แล้วจึงระบุว่าได้ลดอัตราการเรียกเก็บลงเหลือ 5 เท่า เท่ากับว่าผู้ดำเนินการเองก็ยืนยันว่าเพดานกับตัวคูณที่ใช้จริงนั้นต่างกัน
ข้อควรระวัง: ทั้งประโยค "ในเกาหลีค้างชำระต้องจ่าย 10 เท่าเสมอ" และ "ทางหลวงเอกชนถูกกว่า" ล้วนผิด ตัวคูณกำหนดโดยผู้ดำเนินการสายนั้น ๆ ดังนั้นก่อนคำนวณจำนวนเงิน ให้เช็กก่อนว่า ช่วงทางที่เราขับผ่านมานั้นใครเป็นผู้ดำเนินการ
เมื่อไหร่ถึงจะถูกคิดเพิ่ม — การแจ้ง 3 ขั้น หนังสือทวงถาม และข้อยกเว้นที่คิดทันที
ค้างชำระธรรมดาไม่ได้ข้ามไปเป็นค่าผ่านทางเพิ่มทันที แต่จะผ่านการแจ้ง 3 ขั้นตามที่ระเบียบบังคับใช้กฎหมายทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง มาตรา 8-2 กำหนดไว้
| ขั้น | เนื้อหาที่อยู่ในใบแจ้ง | ถ้าจ่ายในจังหวะนี้ |
|---|---|---|
| แจ้งครั้งที่ 1 | วันเวลา/สถานที่ผ่านทาง ยอดค้าง ระยะเวลาชำระ วิธีชำระ | จ่ายแค่ค่าผ่านทางเดิมก็จบ |
| แจ้งครั้งที่ 2 | เนื้อหาครั้งที่ 1 บวกเหตุผลการเรียกเก็บค่าผ่านทางเพิ่มและแจ้ง "จำนวนเงินที่จะเรียกเก็บ" ล่วงหน้า | ยังเป็นแค่ขั้นแจ้งล่วงหน้า จึงจ่ายเฉพาะค่าผ่านทางเดิม |
| แจ้งครั้งที่ 3 (หนังสือทวงถาม) | เหตุผล จำนวนเงิน ระยะเวลาและวิธีชำระค่าผ่านทางเพิ่ม | ช่วงทางของ Korea Expressway Corporation จะเรียกเก็บก็ต่อเมื่อเลยกำหนดที่ระบุไว้ตรงนี้ |
คำอธิบายเรื่องจุดที่การเรียกเก็บมีผลนั้นต่างกันเล็กน้อย ศูนย์สนับสนุนการบริหารทางหลวงเอกชนและ Seoul Expressway ระบุว่า "ค่าผ่านทางเพิ่มถูกเรียกเก็บตั้งแต่การแจ้งครั้งที่ 3" ส่วน Korea Expressway Corporation ระบุว่า "เรียกเก็บหลังเลยกำหนดชำระในหนังสือทวงถาม" เท่ากับฝั่ง Korea Expressway Corporation ช้ากว่าหนึ่งจังหวะ ถ้าจ่ายก่อนหนังสือทวงถาม (แจ้งครั้งที่ 3) มาถึง ก็ไม่มีค่าเพิ่ม — ช่วงของ Korea Expressway Corporation เส้นตายคือกำหนดชำระที่ระบุในหนังสือทวงถาม แต่สายเอกชนจะเรียกเก็บตั้งแต่จังหวะแจ้งครั้งที่ 3 แล้ว จึงควรเคลียร์ก่อนหน้านั้นเพื่อความปลอดภัย
ระหว่างแต่ละขั้นให้เวลากี่วัน เราจะไม่ระบุเป็นตัวเลขในบทความนี้ สิ่งที่ระเบียบกำหนดคือรายการที่ต้องอยู่ในใบแจ้ง ส่วนกำหนดชำระจริงนั้นแตกต่างกันไปตามคำแนะนำของผู้ดำเนินการแต่ละราย จึงต้องตรวจสอบเอง เกณฑ์ที่ยึดคือกำหนดชำระที่ระบุอยู่ในใบแจ้งที่ได้รับเสมอ
มีข้อยกเว้นอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือการกระทำทุจริต 4 ประเภทที่ข้ามการแจ้ง 3 ขั้นและเรียกเก็บทันที
- ปลอมแปลงหรือดัดแปลง บัตรผ่านทาง บัตรค่าผ่านทาง หรืออุปกรณ์เครื่องกล
- นำบัตรผ่านทางของตนไปแลกกับบัตรผ่านทางของผู้อื่น
- ปลอมแปลง/ดัดแปลงบัตรแสดงสิทธิลดหย่อน
- ใช้บัตรลดหย่อนที่เป็นของผู้อื่น
กรณีเผลอขับผ่านช่องไฮพาสไม่เข้าข่ายเหล่านี้ อย่างที่สองคือจำนวนครั้ง หากนับจากวันที่ผ่านทาง มีการค้างชำระสะสม ตั้งแต่ 20 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 ปีล่าสุด รวมครั้งนั้นด้วย ก็จะถูกเรียกเก็บค่าผ่านทางเพิ่มตั้งแต่จังหวะแจ้งครั้งที่ 1 เลย โดยไม่ต้องรอครบ 3 ขั้น ถ้าขับรถเช่าหลายวันแล้วผ่านด่านหลายแห่งโดยไม่มีไฮพาส จำนวนครั้งจะเต็มเร็วกว่าที่คิด
ติดตั้งแต่ขั้นตรวจสอบ — วันเดียวกันเช็กไม่ได้ ต้องใช้ใบรับรองของเจ้าของรถ และสมัครสมาชิกต้องมี CI
ยอดค้างชำระ จะยังตรวจสอบไม่ได้ในวันที่เกิด Korea Expressway Corporation ระบุว่า "ตรวจสอบยอดค้างของวันเดียวกันไม่ได้" ทางหลวงคยองกีใต้ระบุว่า "ตรวจสอบได้ในวันถัดไป" ส่วนการ์ดข่าวของ Policy Briefing ระบุว่า "ชำระได้หลัง 3 วัน" แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันว่าเป็นวันถัดไปหรือ 3 วัน จึงควรยึดคร่าว ๆ ว่าวันเดียวกันยังไม่ขึ้น และจะแสดงผลในอีกไม่กี่วันต่อมา
ประตูที่เปิดในอีกไม่กี่วันนั้นมี 3 บาน แต่ 2 บานปิดใส่ผู้เช่าชาวต่างชาติ
หนึ่ง การดูรายละเอียดยอดค้างและชำระออนไลน์ที่ excard.co.kr ต้องใช้ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าของรถ เจ้าของทะเบียนรถเช่าคือบริษัท ผู้เช่าจึงไม่มีทางทำตามเงื่อนไขนี้ได้ และชาวต่างชาติจำนวนมากก็ไม่มีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่แรก จึงติดสองชั้น
สอง เมนู "ตรวจสอบยอดค้างสำหรับสมาชิก" ของ hipass.co.kr ถ้าเข้าโดยไม่ล็อกอินจะถูกบล็อกไปหน้า "ตรวจสอบสิทธิ์" (ตรวจสอบเมื่อ 2026-08-25) ต่อให้จะสมัครสมาชิก ข้อมูลที่ต้องเก็บบังคับก็มี CI (Connecting Information) ซึ่ง CI เป็นค่าที่ต้องผ่านสถาบันยืนยันตัวตน เช่น การยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือเกาหลีหรือใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ผู้มาเยือนที่ไม่มีเบอร์เกาหลีจึงถูกปิดเส้นทางสมาชิกทั้งเส้น
สาม คือทางที่เหลืออยู่ เมนู "ตรวจสอบค่าผ่านทางไฮพาสค้างชำระ" ของ ex.co.kr เป็น หน้าที่กรอกแค่เลขทะเบียนรถโดยไม่ต้องล็อกอิน (ตรวจสอบเมื่อ 2026-08-25) หน้าจอเป็นภาษาเกาหลี แต่ค่าที่ต้องกรอกมีแค่เลขทะเบียนรถอย่างเดียว จึงเปิดตัวแปลของเบราว์เซอร์แล้วผ่านได้สบาย
เคล็ดลับ: ก่อนคืนรถ ให้ ถ่ายรูปป้ายทะเบียนเก็บไว้ หลังคืนรถแล้ว คนที่จำเลขทะเบียนได้แม่นยำนั้นน้อยกว่าที่คิด แต่สิ่งที่ต้องใช้ในการค้นแบบไม่ล็อกอินก็คือเลขนั้น ถ้าจดชื่อด่านที่ผ่านมาและวันเวลาที่ผ่านไว้ด้วย จะจบเร็วขึ้นมากเมื่อไปที่เคาน์เตอร์
หากบัตรต่างประเทศถูกปฏิเสธในขั้นตอนชำระเงิน ลองอ่าน เมื่อบัตรต่างประเทศถูกปฏิเสธในเกาหลี ประกอบ ส่วนแผนที่ภาพรวมว่าอะไรทำได้และอะไรทำไม่ได้หากไม่มีเบอร์เกาหลี สรุปไว้ที่ บริการที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์มือถือเกาหลี
ช่องทางที่ชาวต่างชาติจ่ายได้แน่นอน — ชำระที่เคาน์เตอร์และช่องทางอื่น ๆ
ช่องทางชำระเงินที่ Korea Expressway Corporation แนะนำอย่างเป็นทางการมีมากกว่า 10 แบบ ทั้งแบบไปด้วยตนเองและไม่ต้องไป แต่ถ้ามองจากมุมของชาวต่างชาติที่เช่ารถ ความเป็นไปได้ที่จะผ่านนั้นต่างกันพอสมควร
| ช่องทาง | วิธีชำระตามคำแนะนำทางการ | จุดที่ผู้เช่าชาวต่างชาติติดขัด |
|---|---|---|
| สำนักงานประจำเขต / เคาน์เตอร์ด่านเก็บเงิน | เงินสด บัตรโดยสารแบบเติมเงิน/หลังใช้ บัตรเครดิต/เดบิต | มีคนดำเนินการให้ แค่มีเลขทะเบียนรถและวันที่ผ่านทางก็พอ |
| จุดบริการรวมในจุดพักรถ / เครื่องรับชำระอัตโนมัติ | บัตรโดยสารแบบเติมเงิน/หลังใช้ บัตรเครดิต/เดบิต | หน้าจอเครื่องอัตโนมัติเป็นภาษาเกาหลี จึงควรใช้บริการที่เคาน์เตอร์เจ้าหน้าที่ |
| QR code ใบ Giro ที่ร้านสะดวกซื้อ | เงินสด บัตรเดบิต | ต้องมีใบแจ้งหนี้ Giro — แต่ใบแจ้งไปที่บริษัทรถเช่า |
| เคาน์เตอร์ Giro ของสถาบันการเงิน / เครื่องรับชำระค่าสาธารณูปโภคอัตโนมัติ | เงินสด | ด้วยเหตุผลเดียวกัน ต้องมีใบแจ้งหนี้ก่อน |
| ตรวจสอบค่าผ่านทางไฮพาสค้างชำระที่ ex.co.kr | ใช้ตรวจสอบอย่างเดียว | เปิดได้ด้วยเลขทะเบียนรถโดยไม่ต้องล็อกอิน หน้าจอเป็นภาษาเกาหลี |
| ชำระออนไลน์ที่ excard.co.kr | ชำระเงินออนไลน์ | ต้องใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าของรถ — ผู้เช่าผ่านไม่ได้ |
| ตรวจสอบ/ชำระสำหรับสมาชิกที่ hipass.co.kr | ชำระเงินออนไลน์ | ข้อมูลบังคับตอนสมัครมี CI แบบไม่ล็อกอินถูกบล็อกที่หน้า "ตรวจสอบสิทธิ์" |
| Internet Giro / บัญชีเสมือน / แอปบริการค่าผ่านทาง | โอนบัญชี บัตร | ต้องมีเลขที่ใบแจ้งหนี้หรือยืนยันสมาชิกก่อน จึงต้องเช็กว่าผ่านได้หรือไม่ |
| คอลเซ็นเตอร์ 1588-2504 ARS | บัตรเครดิต/เดบิต | มีเงื่อนไข "เฉพาะโทรจากมือถือ" และไม่มีข้อมูลทางการว่ามีบริการภาษาต่างประเทศหรือไม่ |
| LACHA | — | ไม่ให้บริการเรื่องรถเช่า ค่าผ่านทาง และที่จอดรถ |
ข้อสรุปเรียบง่าย การไปจ่ายกับเจ้าหน้าที่โดยตรงที่สำนักงานประจำเขตและเคาน์เตอร์ด่านเก็บเงินคือวิธีที่ชัวร์ที่สุด จ่ายเงินสดก็ได้ บัตรเครดิต/เดบิตก็ได้ และที่สำคัญคือคนเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หน้าจอ แค่มีเลขทะเบียนรถและวันที่ผ่านทางก็อธิบายสถานการณ์ได้ ถ้ามีแผนจะขับผ่านทางด่วนอีกครั้ง ก็แวะสำนักงานประจำเขตวันนั้นแล้วเคลียร์ให้จบทีเดียวจะดีกว่า
ข้อควรระวัง: ช่องทางเคาน์เตอร์ Giro เครื่องรับชำระอัตโนมัติ และ QR ที่ร้านสะดวกซื้อ ล้วนต้องมีใบแจ้งหนี้ Giro ก่อน แต่ใบแจ้งของรถเช่าไปที่บริษัทรถเช่า สำหรับผู้เช่าที่ต้องจัดการโดยไม่มีใบแจ้งหนี้ ทั้ง 3 ช่องทางนี้จึงแทบไม่ใช่ตัวเลือก

ขับครั้งเดียวอาจแตกเป็นยอดค้างหลายรายการ — Korea Expressway Corporation กับทางเอกชนแยกกัน
การเคลียร์ที่เดียวอาจไม่ได้แปลว่าจบ ในคำแนะนำของทางหลวงคยองกีใต้มีประโยคว่า "กรณียอดค้างของ Korea Expressway Corporation และทางหลวงเอกชนรายอื่น ทางเราไม่สามารถรับชำระได้" หมายความว่าผู้ประกอบการทางหลวงเอกชนรับชำระได้เฉพาะยอดค้างของสายตัวเอง
ดังนั้นการขับรถเองเพียงวันเดียวจึงแตกออกเป็นรายการเท่าจำนวนผู้ดำเนินการ มีหนึ่งรายการจากช่วงของ Korea Expressway Corporation และอีกหนึ่งรายการต่อทางหลวงเอกชนแต่ละสายที่ผ่านมา โดยแต่ละรายการเดินตามการแจ้ง 3 ขั้นแยกกัน ถ้ามีรายการใดที่ไม่รู้แล้วปล่อยผ่าน รายการนั้นก็จะเดินไปจนถึงหนังสือทวงถาม
มีระบบตรวจสอบแบบรวมเกิดขึ้นแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2024 สามารถตรวจสอบและชำระค่าผ่านทางค้างชำระของทางด่วนเอกชนแบบรวมได้ที่ hipass.co.kr แต่ ณ วันเริ่มให้บริการ ครอบคลุมเพียง 4 สาย คือ โซล~มุนซาน, อันยาง~ซองนัม, อินชอน~กิมโพ และสะพานอินชอน เรายังไม่ได้ตรวจสอบว่าหลังจากนั้นมีการเพิ่มสายหรือไม่ (ต้องตรวจสอบ) จึงอย่าเชื่อว่า "ทางเอกชนทุกสายดูได้ครบที่นี่" ยิ่งกว่านั้น การตรวจสอบแบบรวมนี้ก็อยู่ในเส้นทางสมาชิกของ hipass.co.kr จึงเจอกำแพง CI แบบเดิมอยู่ดี
ในทางปฏิบัติควรทำแบบนี้ เก็บภาพหรือจดชื่อด่านที่ผ่านมาและเส้นทางจากระบบนำทางไว้ แล้วถ้ามีช่วงทางที่ไม่ปรากฏในการค้นของ Korea Expressway Corporation ก็ไปหาเว็บของผู้ประกอบการสายนั้นแยกต่างหาก ถ้าเป็นทริปที่ต้องเดินทางไปกลับระหว่างเมืองหลายครั้ง การจัดเส้นทางไว้ก่อนที่ แผนการเดินทางตามตารางทริป จะช่วยลดจำนวนช่วงทางที่ต้องมาตามตรวจสอบทีหลัง
ปล่อยทิ้งไว้ถึงขั้นถูกอายัดเงินฝาก — การบังคับจัดเก็บและเลขประจำตัวคนต่างชาติ
ค่าผ่านทางค้างชำระและค่าผ่านทางเพิ่มไม่ใช่แค่บิลที่ค้างอยู่เฉย ๆ «กฎหมายว่าด้วยทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง» มาตรา 21 เปิดทางให้ บังคับจัดเก็บได้ตามแบบการบังคับชำระภาษีค้างของรัฐ หรือตาม «กฎหมายว่าด้วยการจัดเก็บค่าปรับและค่าธรรมเนียมทางปกครองท้องถิ่น» โดยครอบคลุมถึงการอายัดทรัพย์สินและการขายทอดตลาด
มาตราที่สำคัญเป็นพิเศษสำหรับชาวต่างชาติคือ มาตรา 21-3 วรรค 2 ข้อ 4 หน่วยงานกำกับทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง, Korea Expressway Corporation และศูนย์สนับสนุนการบริหารทางหลวงเอกชน สามารถขอและเก็บรวบรวมเลขประจำตัวประชาชน เลขทะเบียนนิติบุคคล รวมถึง เลขประจำตัวคนต่างชาติ และข้อมูลการอายัดรถ เพื่อการเรียกเก็บและจัดเก็บค่าผ่านทาง โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัว ข้อสันนิษฐานที่ว่า "เป็นชาวต่างชาติแล้วตามตัวไม่ได้" จึงไม่ตรงกับตัวบทกฎหมาย
ขั้นตอนปฏิบัติของทางหลวงเอกชนดำเนินไปแบบนี้
| ขั้นตอน | ระยะเวลา | วิธีการ |
|---|---|---|
| แจ้งล่วงหน้าว่าจะเริ่มบังคับจัดเก็บ | 10 วัน | เอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ |
| ส่งหนังสือแจ้งล่วงหน้าการบังคับจัดเก็บ | 20 วัน | Injeungtalk และไปรษณีย์ลงทะเบียน |
| อายัดเงินฝากทางอิเล็กทรอนิกส์ | — | ส่วนที่เกินวงเงินห้ามอายัด 1,850,000 KRW ของเงินฝาก/เงินฝากประจำ ผ่าน NICE Information Service |
| ปลดอายัด | 1~4 วันหลังยืนยันการชำระครบ | เมื่อยืนยันว่าชำระครบแล้วจะปลดอายัดให้ |
การยื่นขอบังคับจัดเก็บทำได้เฉพาะรายการที่ยังเหลืออายุความทางพาณิชย์ 5 ปีนับจากวันที่ยื่น จุดที่น่าสังเกตคือวิธีแจ้งที่นี่ก็ยังเป็น Injeungtalk อีก ถ้าไม่มีบัญชี Kakao ก็เหลือไปรษณีย์ลงทะเบียน แต่ไปรษณีย์ลงทะเบียนนั้นก็ส่งไปที่อยู่จดทะเบียนรถ นั่นคือบริษัทรถเช่าอยู่ดี
ในเอกสารประชาสัมพันธ์ยังมีเรื่องโทษทางอาญาปรากฏด้วย มาตราที่ใช้อ้างสำหรับการค้างชำระซ้ำซากหรือโดยทุจริตไม่ใช่กฎหมายทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง แต่เป็น «ประมวลกฎหมายอาญา» มาตรา 348-2 (การใช้สิ่งอำนวยความสะดวกโดยมิชอบ) โทษตามกฎหมายคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ค่าปรับทางอาญาไม่เกิน 5,000,000 KRW กักขัง หรือค่าปรับอาญาขั้นต่ำ (과료) แม้จะห่างไกลจากสถานการณ์ที่เผลอขับผ่านด่านเพียงครั้งเดียว แต่ก็ควรรู้ไว้ว่ามาตราที่ถูกอ้างจริงในหนังสือแจ้งเตือนการดำเนินคดีคืออะไร
ข้อควรระวัง: เราไม่พบคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากทั้ง Korea Expressway Corporation และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม ว่าค่าผ่านทางค้างชำระของชาวต่างชาติที่เดินทางออกนอกประเทศแล้วจะถูกจัดการอย่างไรจริง ๆ (ณ 2026-08, ต้องตรวจสอบ) จึงสรุปไม่ได้ทั้งว่า "ออกนอกประเทศแล้วหายไปเลย" และว่า "จะถูกสกัดตอนกลับเข้ามาใหม่" แต่สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเกาหลีต่อไป ขั้นตอนข้างต้นทำงานตามนั้นทุกประการ จึงควรเคลียร์รายการที่ค้างให้เรียบร้อยจะปลอดภัยกว่า
ค่าผ่านทางค้างชำระไม่ใช่ปัญหาประเภทที่จะให้แอปจัดการแทนได้ ทั้งการตรวจสอบและการชำระเงินทำได้เฉพาะผ่านช่องทางของผู้ดำเนินการถนนสายนั้น และรายการที่ค้างอยู่กับเลขทะเบียนรถเช่าสุดท้ายก็ต้องเคลียร์กันระหว่างผู้เช่ากับบริษัทรถเช่า LACHA เป็นซูเปอร์แอปด้านการเดินทางและการชำระเงินสำหรับชาวต่างชาติที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน แต่ไม่ให้บริการเรื่องรถเช่า ค่าผ่านทาง และที่จอดรถ — สิ่งที่ให้บริการคือ KTX รถบัสด่วน แท็กซี่ รถไฟสนามบิน และบัตรโดยสาร
อยากค้นหาและจองตั๋ว KTX กับรถบัสด่วนในแอปเดียว? ลองดู LACHA
ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว
ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที
ดาวน์โหลดเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. เผลอเข้าช่องไฮพาสผิด ต้องจอดรถตรงนั้นไหม? ไม่ต้องค่ะ การจอดหรือถอยหลังกลับอันตรายกว่า และคำแนะนำอย่างเป็นทางการก็บอกให้ขับผ่านไปเลย จากนั้นที่ด่านทางออกปลายทาง ให้บอกเจ้าหน้าที่ว่าเข้ามาจากด่านชื่ออะไรหรือแจ้งเลขทะเบียนรถ ก็ชำระจบได้ตรงนั้น ถ้าจบตรงนี้จะไม่เกิดยอดค้างชำระเลย ไม่มีใบแจ้งหนี้ ไม่มีค่าผ่านทางเพิ่ม และไม่มีการเรียกเก็บผ่านบริษัทรถเช่า
Q2. จะเช็กได้อย่างไรว่ารถเช่ามียอดค้างชำระ? เมนู "ตรวจสอบค่าผ่านทางไฮพาสค้างชำระ" ของ ex.co.kr เป็นหน้าที่เปิดได้ด้วยเลขทะเบียนรถอย่างเดียวโดยไม่ต้องล็อกอิน (ตรวจสอบเมื่อ 2026-08-25) แต่วันเดียวกันจะยังตรวจไม่ได้ ต้องรออีกไม่กี่วันจึงจะแสดงผล ส่วนการดูรายละเอียดที่ excard.co.kr ต้องใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าของรถ ผู้เช่าจึงผ่านไม่ได้ และการตรวจสอบสำหรับสมาชิกที่ hipass.co.kr มี CI เป็นข้อมูลบังคับตอนสมัคร จึงติดหากไม่มีการยืนยันตัวตนแบบชื่อจริงในเกาหลี ช่วงทางของทางหลวงเอกชนอาจไม่ปรากฏในการค้นของ Korea Expressway Corporation จึงต้องตรวจสอบกับผู้ประกอบการสายนั้นแยกต่างหาก
Q3. ค้างชำระแล้วต้องจ่าย 10 เท่าจริงไหม? 10 เท่าคือเพดานที่ «กฎหมายว่าด้วยทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง» มาตรา 20 กำหนดไว้ ช่วงที่บริหารโดย Korea Expressway Corporation คิด 10 เท่าของค่าผ่านทางเดิมจริง แต่ทางหลวงคยองกีใต้ สะพานอิลซาน และทางด่วนเจซัมกยองอิน ใช้ 5 เท่ามาตั้งแต่ 1 กันยายน 2017 ยิ่งกว่านั้น การค้างชำระธรรมดายังต้องผ่านการแจ้ง 3 ขั้น — ช่วงของ Korea Expressway Corporation จะคิดเพิ่มก็ต่อเมื่อเลยกำหนดชำระในหนังสือทวงถาม ส่วนสายเอกชนเรียกเก็บตั้งแต่จังหวะแจ้งครั้งที่ 3 (หนังสือทวงถาม) แต่ถ้ามียอดค้างสะสม 20 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 ปีล่าสุด จะถูกเรียกเก็บทันทีตั้งแต่การแจ้งครั้งที่ 1
Q4. ถ้าไม่มีเบอร์มือถือเกาหลีหรือ KakaoTalk จะไม่ได้รับแจ้งเลยใช่ไหม? ใบแจ้งค้างชำระยึดที่อยู่จดทะเบียนรถตั้งแต่แรก รถเช่าจึงส่งไปที่บริษัทรถเช่า นอกจากนี้ วิธีแจ้งหลักคือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ (KakaoTalk Injeungtalk / Naver Electronic Notice) ถ้าไม่มีบัญชี Kakao หรือ Naver ช่องทางนั้นก็ไปไม่ถึงเช่นกัน แทนที่จะรอการแจ้ง การค้นด้วยเลขทะเบียนรถเองจะเป็นวิธีที่สมจริงกว่า
Q5. ออกนอกประเทศแล้วค่าผ่านทางค้างชำระหายไปไหม? สรุปแบบนั้นไม่ได้ค่ะ เพราะเราไม่พบคำแนะนำอย่างเป็นทางการว่ายอดค้างของชาวต่างชาติที่เดินทางออกนอกประเทศแล้วจะถูกจัดการอย่างไร (ณ 2026-08, ต้องตรวจสอบ) ในทางกลับกัน หากเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในเกาหลี การบังคับจัดเก็บตาม «กฎหมายว่าด้วยทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง» มาตรา 21 และการเรียกดูเลขประจำตัวคนต่างชาติตามมาตรา 21-3 วรรค 2 ข้อ 4 ก็ทำงานตามนั้น และอาจนำไปสู่การอายัดเงินฝากหลังการแจ้งล่วงหน้าได้ และหากเป็นกรณีรถเช่า ก็ยังมีขั้นตอนที่บริษัทรถเช่าเรียกเก็บจากผู้เช่าแยกต่างหากอีก
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ตัวบทกฎหมาย ตัวคูณค่าผ่านทางเพิ่ม ขั้นตอนการแจ้ง และช่องทางชำระเงินในเนื้อหา อ้างอิง ณ 2026-08 จากกฎหมายทางหลวงเก็บค่าผ่านทาง, Korea Expressway Corporation (ex.co.kr), ศูนย์สนับสนุนการบริหารทางหลวงเอกชน (cephis.koti.re.kr) และคำแนะนำอย่างเป็นทางการของผู้ประกอบการ เช่น ทางหลวงคยองกีใต้และ Seoul Expressway ตัวคูณ ช่องทางชำระเงิน และสายที่รองรับการตรวจสอบแบบรวม เปลี่ยนแปลงตามผู้ดำเนินการและช่วงเวลา อีกทั้งมีการแก้ไขบ่อย กรุณาตรวจสอบซ้ำกับช่องทางทางการของผู้ดำเนินการที่ระบุในใบแจ้งหนี้ก่อนชำระเงิน ส่วนจำนวนวันของกำหนดชำระในแต่ละขั้น วิธีเรียกเก็บและค่าธรรมเนียมของบริษัทรถเช่า และวิธีจัดการหลังเดินทางออกนอกประเทศ เราไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขเพราะยังไม่พบเกณฑ์อย่างเป็นทางการ LACHA ไม่ให้บริการเรื่องรถเช่า ค่าผ่านทาง และที่จอดรถ




