ค่าโดยสารรถไฟฟ้าเมืองแทจอนสำหรับผู้ใหญ่แบบบัตรโดยสารคือ 1,550 KRW แต่ราคานี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อเดินทางไม่เกิน 10 กม. จากสถานีต้นทางเท่านั้น พอเกิน 10 กม. เมื่อไหร่ เงินจะถูกหักเป็น 1,650 KRW ทันที เพราะแทจอนไม่ได้ใช้ระบบอัตราเดียว แต่ใช้ระบบแบ่งโซนตามระยะทาง
ส่วนกวางจูโครงสร้างเรียบง่ายกว่า แต่ก็ไปพลาดกันที่จุดอื่นแทน ผู้ใหญ่ใช้บัตรโดยสารจ่าย 1,250 KRW เท่ากันทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์ในเมือง และราคานี้ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2016 ก็ยังคงอยู่จนถึงเดือนสิงหาคม 2026
กับดักที่ทั้งสองเมืองเจอเหมือนกันคือตั๋วเที่ยวเดียว ถ้าไม่มีบัตรโดยสารแล้วซื้อตั๋วทุกครั้ง ส่วนลดเยาวชนจะหายไปทั้งก้อน แทจอนคิดเยาวชนเท่าผู้ใหญ่ที่ 1,700 KRW (ประมาณ 1.9 เท่าของบัตรโดยสาร 880 KRW) ส่วนกวางจูคือ 1,400 KRW (บัตรโดยสาร 900 KRW)
การเปลี่ยนสายก็ต่างจากความเคยชินที่ติดตัวมาจากโซล·ปูซาน ที่แทจอน ถ้านั่งรถเมล์ในเมืองแล้วลงมาต่อรถไฟฟ้า ผู้ใหญ่จะถูกหักเพิ่มอีก 50 KRW และการเปลี่ยนสายที่เป็นรถไฟฟ้าจำกัดไว้แค่ 1 ครั้งจาก 3 ครั้ง ปัญหาจริงคือยอดคงเหลือไม่ตรงกับที่คิด แต่หาสาเหตุจากคำอธิบายภาษาเกาหลีได้ยาก
แม้แต่ชื่อเมืองก็อาจทำให้สับสน เพราะเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 มีการเปิดตัวเมืองพิเศษรวมชอลลานัม-กวางจู (Jeonnam-Gwangju Integrated Special City) โดยยุบนครกวางจูและจังหวัดชอลลานัมโดรวมเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นระดับภูมิภาคเดียว ผลการค้นหาและเอกสารราชการจึงมีทั้งชื่อเก่าและชื่อใหม่ปะปนกัน แต่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ายังคงเป็น Gwangju Transportation Corporation เหมือนเดิม
หมายเหตุ: กฎค่าโดยสาร·การเปลี่ยนสายในบทความนี้ เรียบเรียงจากข้อมูลที่เปิดเผยโดย Gwangju Transportation Corporation, Daejeon Transportation Corporation, ฝ่ายขนส่งสาธารณะเมืองพิเศษรวมชอลลานัม-กวางจู และศาลาว่าการนครแทจอน โดยยึดข้อมูล ณ 2026-08 ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะเปลี่ยนได้ตามประกาศขององค์กรปกครองท้องถิ่น ก่อนใช้งานกรุณาตรวจสอบอีกครั้งจากประกาศทางการของแต่ละหน่วยงาน
สรุป 3 นาที — 4 จุดที่ใช้มาตรฐานโซลแล้วจะพลาด
พอวางสองเมืองเทียบกัน ความต่างจะเห็นชัดในพริบตา แม้จะเรียกว่า 'รถไฟใต้ดิน' เหมือนกัน แต่วิธีคิดเงินต่างกัน
| รายการ | กวางจู | แทจอน |
|---|---|---|
| บัตรโดยสารผู้ใหญ่ (พื้นฐาน) | 1,250 KRW | 1,550 KRW |
| โครงสร้างค่าโดยสาร | ราคาเดียวไม่ขึ้นกับระยะทาง | โซน 1·2 โดยใช้เกณฑ์ 10 กม. (1,550·1,650 KRW) |
| ตั๋วเที่ยวเดียวผู้ใหญ่ | 1,400 KRW | 1,700 KRW (โซน 2 คือ 1,800 KRW) |
| ตั๋วเที่ยวเดียวเยาวชน | 1,400 KRW (เท่าผู้ใหญ่) | 1,700 KRW (เท่าผู้ใหญ่) |
| เวลาเปลี่ยนสาย | ภายใน 30 นาทีหลังลงรถครั้งแรก | ภายใน 30 นาทีนับจากลงรถ |
| จำนวนครั้งที่เปลี่ยนสายได้ | เปลี่ยนสายฟรี (ไม่รวมการขึ้นสายเดิมซ้ำ) | 3 ครั้ง โดยเป็นรถไฟฟ้าได้ 1 ครั้ง |
| ค่าโดยสารเพิ่มเมื่อรถเมล์→รถไฟใต้ดิน | รถเมล์ในเมือง·รถเมล์ชุมชนไม่มี | รถเมล์ในเมือง ผู้ใหญ่ 50 KRW (เยาวชน·เด็กไม่มี) / รถเมล์ชุมชน 200·230·250 KRW |
| เกณฑ์อายุเยาวชน | ตั้งแต่ 13 ปีบริบูรณ์ถึงต่ำกว่า 19 ปี | ตั้งแต่ 13 ปีบริบูรณ์ถึงต่ำกว่า 19 ปี |
บรรทัดล่างสุดเขียนต่างกันแต่ช่วงอายุเหมือนกัน เอกสารของกวางจูเขียนว่า '13~18 ปีบริบูรณ์' ส่วนแทจอนเขียนว่า '13~19 ปีบริบูรณ์' แต่ทั้งสองเมืองเริ่มคิดค่าผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 19 ปีบริบูรณ์ ในทางปฏิบัติจึงเป็น 13 ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง 19 ปีเหมือนกัน เพราะวิธีเขียนขอบบนต่างกัน ดูจากผลค้นหาอย่างเดียวจึงเหมือนขัดกัน เวลาลงทะเบียนบัตรโดยสารให้ลูก ควรตรวจสอบเกณฑ์ปีเกิดจากประกาศของแต่ละหน่วยงานอีกครั้ง
- ระบบโซน — ที่แทจอน ถ้าเกิน 10 กม. ผู้ใหญ่จ่ายเพิ่ม 100 KRW เยาวชน 80 KRW เด็ก 50 KRW
- ตั๋วเที่ยวเดียว — ถ้าไม่มีบัตรโดยสาร ส่วนลดเยาวชนจะหายไป เป็นเหมือนกันทั้งสองเมือง
- ค่าโดยสารเพิ่ม — แทจอนคิดเพิ่ม 50 KRW กับผู้ใหญ่เฉพาะตอนต่อจากรถเมล์ในเมืองไปรถไฟใต้ดินเท่านั้น ทิศทางกลับกันคือ 0 KRW ส่วนรถเมล์ชุมชนคิดแยกอีกอัตรา
- เอกสาร — บัตรสิทธิพิเศษฟรีและ K-패스 ต้องใช้เลขทะเบียนราษฎร์·เลขทะเบียนคนต่างด้าว
ข้อควรระวัง: ถ้าพิมพ์แค่ '광주' ในช่องค้นหาภาษาเกาหลี ข้อมูลของเมืองกวางจูในจังหวัดคย็องกีจะโผล่มาปนด้วย ซึ่งเป็นคนละองค์กรปกครองท้องถิ่นโดยสิ้นเชิงและไม่มีรถไฟฟ้าเลย จึงอ่านตารางค่าโดยสารผิดได้ทั้งชุด กวางจูในบทความนี้หมายถึงกวางจูในภูมิภาคโฮนัม (เมืองพิเศษรวมชอลลานัม-กวางจู)
ค่าโดยสารรถไฟฟ้ากวางจู — บัตร 1,250 KRW ส่วนตั๋วเที่ยวเดียวเยาวชนก็ไม่มีส่วนลด
รถไฟฟ้าเมืองกวางจูมีสายเดียวคือสาย 1 วิ่งระหว่างสถานีโซแท (Sotae) กับสถานีพย็องดง (Pyeongdong) ผ่านสถานี Gwangju Songjeong ที่ KTX สายโฮนัมจอด รวมถึงสถานีศูนย์ประชุมคิมแดจุง (Kimdaejung Convention Center) และสถานีซังมู (Sangmu)
ค่าโดยสารสรุปได้แบบนี้ พอวางรถไฟฟ้ากับรถเมล์ในเมืองไว้ในตารางเดียวกัน จะเห็นทันทีว่าฝั่งไหนคุ้มกว่า
| ประเภท | รถไฟฟ้า บัตรโดยสาร | รถไฟฟ้า ตั๋วเที่ยวเดียว | รถเมล์ในเมือง บัตรโดยสาร | รถเมล์ในเมือง เงินสด |
|---|---|---|---|---|
| ผู้ใหญ่ | 1,250 KRW | 1,400 KRW | 1,250 KRW | 1,400 KRW |
| เยาวชน | 900 KRW | 1,400 KRW | 800 KRW | 1,000 KRW |
| เด็ก | 500 KRW | 500 KRW | 400 KRW | 500 KRW |
ลองดูแถวเยาวชนสิ ใช้บัตรโดยสารจ่าย 900 KRW แต่ถ้าไปซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ต้องจ่าย 1,400 KRW เท่ากับจ่ายเพิ่มเที่ยวละ 500 KRW
เหตุผลอยู่ที่ประเภทของตั๋ว ตั๋วเที่ยวเดียวที่ Gwangju Transportation Corporation ขายมีแค่ 3 แบบ คือตั๋วธรรมดา (13 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 65 ปี) ตั๋วลดราคา (6 ปีบริบูรณ์ถึงต่ำกว่า 13 ปี) และตั๋วสิทธิพิเศษ ไม่มีตั๋วเที่ยวเดียวสำหรับเยาวชนโดยเฉพาะเลย ดังนั้นตั้งแต่อายุ 13 ปีขึ้นไปก็ต้องซื้อตั๋วธรรมดาเหมือนผู้ใหญ่
แม้แต่ผู้ใหญ่เอง บัตรก็ยังถูกกว่า 150 KRW ต่อให้วันนั้นนั่งรถไฟฟ้าแค่สองสามเที่ยว การหาบัตรโดยสารมาก่อนก็ยังคุ้มกว่า
เคล็ดลับ: ราคาตั๋วเที่ยวเดียวของกวางจูเป็นตัวเลขที่ได้จากการเทียบสองหน้าในเว็บไซต์ Gwangju Transportation Corporation ยังไม่สามารถตรวจสอบซ้ำกับข้อมูลของหน่วยงานอื่นได้ ถ้าเดินทางพร้อมลูกวัยเยาวชน ควรสอบถามอีกครั้งที่ ศูนย์บริการลูกค้า Gwangju Transportation Corporation (062-604-8000) หรือที่ตู้จำหน่ายตั๋วในสถานี
เวลารถเที่ยวแรก·เที่ยวสุดท้ายต่างกันไปตามสถานี และหน้าตารางเวลาทางการเองก็เขียนไม่ตรงกันในแต่ละทิศทาง แทนที่จะท่องเวลาเป๊ะๆ ควรเช็กเวลาของวันนั้นจากป้ายประกาศในสถานีหรือแอปแผนที่ก่อนออกเดินทางจะปลอดภัยกว่า
ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแทจอน — ไม่ใช่ราคาเดียว แต่แบ่งเป็น 2 โซนที่เกณฑ์ 10 กม.
จุดที่คนพลาดมากที่สุดในแทจอนคือตรงนี้ ระเบียบการขนส่งของ Daejeon Transportation Corporation กำหนดให้รถไฟฟ้าเมืองแทจอนใช้ระบบแบ่งโซนตามระยะทาง ถ้าไม่เกิน 10 กม. จากสถานีต้นทางคือโซน 1 ถ้าเกิน 10 กม. คือโซน 2
| ประเภท | บัตรโดยสาร โซน 1 | บัตรโดยสาร โซน 2 | ตั๋วเที่ยวเดียว โซน 1 | ตั๋วเที่ยวเดียว โซน 2 |
|---|---|---|---|---|
| ผู้ใหญ่ (19 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 65 ปี) | 1,550 KRW | 1,650 KRW | 1,700 KRW | 1,800 KRW |
| เยาวชน (13 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 19 ปี) | 880 KRW | 960 KRW | 1,700 KRW | 1,800 KRW |
| เด็ก (6 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 13 ปี) | 550 KRW | 600 KRW | 600 KRW | 650 KRW |
| เด็กเล็ก (ต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์) | ฟรี | ฟรี | — | — |
ช่องว่างในแถวเยาวชนถือว่ามากที่สุดเมื่อเทียบทั้งสองเมือง บัตรโดยสาร 880 KRW กลายเป็น 1,700 KRW เมื่อซื้อตั๋วเที่ยวเดียว ราวๆ 1.9 เท่า เพราะมีตั๋วลดราคา (600 KRW) แยกไว้ให้เฉพาะเด็ก ส่วนเยาวชนต้องซื้อตั๋วธรรมดาเหมือนผู้ใหญ่
ตารางค่าโดยสารนี้กลายเป็นรูปแบบปัจจุบันเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2024 แทจอนขึ้นค่าโดยสารขนส่งสาธารณะครั้งแรกในรอบ 9 ปีนับจากปี 2015 โดยขึ้นรถเมล์ในเมืองจาก 1,250 KRW เป็น 1,500 KRW (250 KRW) และรถไฟฟ้าจาก 1,250 KRW เป็น 1,550 KRW (300 KRW) ส่วนค่าโดยสารเยาวชน·เด็กคงไว้เท่าเดิม
ร่างเดิมกำหนดให้รถเมล์เป็น 1,550 KRW เท่ารถไฟฟ้า แต่ในการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายผู้บริโภคมีการลดเฉพาะรถเมล์ลงเหลือ 1,500 KRW จึงเกิดส่วนต่าง 50 KRW ระหว่างสองระบบ ค่าโดยสารเพิ่ม 50 KRW ตอนเปลี่ยนสายที่จะพูดถึงต่อไปก็คือส่วนต่างนี้นั่นเอง
ถ้ารู้ค่าโดยสารรถเมล์ในเมืองไว้ด้วยจะคำนวณได้ครบ ผู้ใหญ่ บัตรโดยสาร 1,500 KRW·เงินสด 1,700 KRW เยาวชน บัตร 750 KRW·เงินสด 900 KRW เด็ก บัตร 350 KRW·เงินสด 400 KRW
การเปลี่ยนสายที่แทจอน — 30 นาที·3 ครั้ง แต่รถไฟฟ้าได้แค่ครั้งเดียว และต่อจากรถเมล์ต้องจ่ายเพิ่ม 50 KRW
กฎการเปลี่ยนสายของแทจอนสรุปได้สามบรรทัด ภายใน 30 นาทีนับจากลงรถ รวมได้ไม่เกิน 3 ครั้ง โดยเป็นการเปลี่ยนไปรถไฟฟ้าได้ไม่เกิน 1 ครั้ง และต้องใช้บัตรโดยสารเท่านั้น
ปัญหาคือค่าโดยสารเพิ่มต่างกันตามทิศทาง พอดูเป็นตารางจะเห็นความไม่สมมาตรชัดเจน
| ทิศทางการเปลี่ยนสาย | ผู้ใหญ่ | เยาวชน | เด็ก |
|---|---|---|---|
| รถเมล์ในเมือง → รถไฟฟ้า | เพิ่ม 50 KRW | ไม่มี | ไม่มี |
| รถไฟฟ้า → รถเมล์ในเมือง | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี |
| รถเมล์ชุมชน → รถไฟฟ้า | เพิ่ม 200 KRW | เพิ่ม 230 KRW | เพิ่ม 250 KRW |
| ค่าส่วนเกินโซน 2 (เกิน 10 กม.) | เพิ่ม 100 KRW | เพิ่ม 80 KRW | เพิ่ม 50 KRW |
ลองเทียบแถวแรกกับแถวที่สองดู เปลี่ยนระหว่างสองระบบเดิมแท้ๆ แต่ พอสลับลำดับ ยอดเงินก็เปลี่ยน เฉพาะตอนขึ้นจากรถเมล์ไปรถไฟใต้ดินที่ผู้ใหญ่ต้องจ่ายเพิ่ม 50 KRW ส่วนลงจากรถไฟใต้ดินไปขึ้นรถเมล์คือ 0 KRW เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นการมาปรับส่วนต่างระหว่างค่ารถเมล์ 1,500 KRW กับค่ารถไฟฟ้า 1,550 KRW ทีหลัง
แถวที่สามก็ต้องดูให้ดี ตอนเปลี่ยนจากรถเมล์ชุมชนไปรถไฟฟ้า ยอดสูงกว่ามาก และต่างจากรถเมล์ในเมืองตรงที่ เยาวชน·เด็กก็ไม่ได้รับการยกเว้น ตัวเลขนี้ตรวจสอบได้จากหน้าค่าโดยสารเปลี่ยนสายของ Daejeon Transportation Corporation เท่านั้น ถ้านั่งรถเมล์ชุมชนบ่อย ควรลองเช็กจากการเปลี่ยนแปลงยอดคงเหลือในบัตรดูสักครั้ง
ค่าส่วนเกินในแถวที่สี่เท่ากับส่วนต่างโซน 1·โซน 2 ที่พูดถึงไปก่อนหน้าเป๊ะๆ 100 KRW ที่ขึ้นจาก 1,550 KRW เป็น 1,650 KRW ก็คือค่าส่วนเกินนี้เอง
ข้อควรระวัง: ถ้าเดินทางประจำระหว่างสองปลายสายอย่างพันซ็อก (Banseok) กับพันัม (Panam) จะคลาดจากที่คิดไว้วันละ 100 KRW เดือนหนึ่ง 20 วันไปกลับก็เท่ากับ 4,000 KRW ถ้าจำมาแค่ว่า "ค่าโดยสารพื้นฐานรถไฟใต้ดินแทจอนคือ 1,550 KRW" ให้คำนวณใหม่ตั้งแต่ตอนนี้
การเปลี่ยนสายที่กวางจู — ฟรีภายใน 30 นาที แต่กับดักคือการแตะตอนลงรถและรถเมล์ชนบท
กวางจูเรียบง่ายกว่าแทจอน ถ้าอยู่ภายใน 30 นาทีหลังลงรถครั้งแรก สามารถเปลี่ยนระหว่างรถไฟฟ้า·รถเมล์ในเมือง·รถเมล์ชุมชนได้ฟรี ไม่มีค่าโดยสารเพิ่ม
เงื่อนไขมี 4 ข้อ ซึ่ง Gwangju Transportation Corporation และฝ่ายขนส่งสาธารณะเมืองพิเศษรวมชอลลานัม-กวางจูประกาศตรงกัน
- ต้องชำระด้วยบัตรโดยสาร ถ้าจ่ายเงินสด การเปลี่ยนสายจะไม่เกิดขึ้นเลย
- ตอนลงจากรถเมล์ ต้องแตะที่เครื่องอ่านบัตรขาลงทุกครั้ง
- การขึ้นสายเดิมซ้ำไม่นับเป็นการเปลี่ยนสาย
- ถ้ายอดเงินในบัตรไม่พอ จะทำรายการไม่ได้เลย คือถูกบล็อกตั้งแต่ก่อนจะได้ส่วนลดเปลี่ยนสาย
ข้อสองคือสิ่งที่ชาวต่างชาติไม่คุ้นที่สุด คนที่มาจากประเทศที่ไม่มีนิสัยแตะบัตรตอนลงรถ ก็มักลงทางประตูหลังไปเฉยๆ และในวินาทีนั้นสิทธิ์เปลี่ยนสายครั้งถัดไปก็หายไปทั้งหมด แถมยังแทบไม่มีทางรู้ทีหลังว่าลืมแตะ ถ้าอยากเทียบกับกฎการเปลี่ยนสายแบบโซล ลองอ่าน สรุปส่วนลดเปลี่ยนสายในโซล ประกอบ
ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เวลาเปลี่ยนไปขึ้นรถเมล์ชนบทที่วิ่งไปพื้นที่รอบกวางจู จะไม่ฟรี แต่เป็นส่วนลด 50% เพียง 1 ครั้ง กฎต่างจากการเปลี่ยนสายในเมือง ถ้าเดินทางข้ามเขตเมือง ให้เผื่อใจว่าจะถูกหักครึ่งราคาและเติมเงินในบัตรไว้ให้พอ (อ้างอิงประกาศค่าโดยสารของ Gwangju Transportation Corporation)
วิธีชำระเงินคือกำแพงตัวจริง — บัตรโดยสาร·เงินสด·บัตรต่างประเทศ
ต่อให้ท่องตารางค่าโดยสารได้หมด ถ้าติดตรงการชำระเงินก็ไม่มีประโยชน์ ตรงนี้แหละคือจุดที่ชาวต่างชาติเจอปัญหาบ่อยที่สุดจริงๆ
เริ่มจากข่าวดีก่อน ในรายชื่อจุดใช้งานทางการของ T-money มีทั้งสาย 1 ของกวางจูและสาย 1 ของแทจอนขึ้นทะเบียนไว้ หมายความว่าบัตร T-money ที่ซื้อจากโซลใช้กับรถไฟฟ้าของสองเมืองนี้ได้เลย ไม่ต้องซื้อบัตรใหม่
ปัญหาอยู่ที่ขั้นตอนเติมเงินเข้าบัตร บัตรเครดิต·เดบิตที่ออกจากต่างประเทศมักเติมเงินบัตรโดยสารในเกาหลีไม่ได้ ร้านที่เติมได้ก็ต่างกันไปตามประเภทบัตร ถ้าอยากดูวิธีล่วงหน้า ลองอ่าน เติมเงินบัตรโดยสารด้วยบัตรต่างประเทศ
ตู้จำหน่ายตั๋วในสถานียิ่งต้องระวัง ที่โซล ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2026 ตู้จำหน่ายตั๋วรุ่นใหม่ของรถไฟใต้ดินสาย 1~8 รองรับบัตรที่ออกจากต่างประเทศอย่าง VISA หรือ Mastercard สำหรับซื้อตั๋วเที่ยวเดียวและบัตร Climate Card แบบระยะสั้นแล้ว (มีค่าบริการเฉลี่ย 3.7%) แต่ ไม่มีข้อมูลยืนยันจากประกาศทางการของทั้งสองหน่วยงานว่าตู้จำหน่ายตั๋วของกวางจู·แทจอนรับบัตรต่างประเทศหรือไม่
คือฟันธงไม่ได้ทั้งว่าได้หรือไม่ได้ ทางรับมือที่เป็นจริงจึงมีทางเดียว ตอนไปถึงสองเมืองนี้ ให้พกเงินสดเป็นธนบัตรติดตัวไว้บ้าง เป้าหมายคือเลี่ยงสถานการณ์ที่ยืนอยู่หน้าประตูตรวจตั๋วโดยมีแต่บัตร
ข้อควรระวัง: เวลาที่ยอดเงินไม่พอจนประตูไม่เปิด ห้ามแก้ปัญหาด้วยการเดินตามคนข้างหน้าออกไป มาตรา 10 วรรค 1 ของ「พ.ร.บ. ธุรกิจการรถไฟ」กำหนดให้เรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่มได้ไม่เกิน 30 เท่าของค่าโดยสารนั้น นอกเหนือจากค่าโดยสารที่ถูกต้อง เท่ากับการเดินทางราคา 1,550 KRW อาจกลายเป็นหลักหมื่นวอน ถ้ายอดเงินไม่พอ ให้ไปหาห้องนายสถานีหรือตู้เติมเงินก่อน
กำแพงเอกสารที่ติดเฉพาะชาวต่างชาติ — บัตรสิทธิพิเศษฟรี·G-패스·K-패스
ตั้งแต่ตรงนี้คือกำแพงที่คนเกาหลีไม่เจอ ไม่ได้ติดที่ค่าโดยสาร แต่ติดที่เงื่อนไขเอกสาร
เริ่มจากบัตรโดยสารฟรีสำหรับผู้มีอายุ 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กวางจูระบุกลุ่มเป้าหมายว่า ผู้สูงอายุที่ 'มีทะเบียนราษฎร์อยู่ในกวางจู' และแจ้งให้ยื่นคำขอที่สาขาธนาคารฮานา 12 แห่ง โดยนำบัตรประจำตัวอย่างบัตรประชาชน·ใบขับขี่·หนังสือเดินทางไปด้วย
ส่วนที่ว่าใช้บัตรประจำตัวคนต่างด้าวหรือใบรับรองการแจ้งที่พำนักในประเทศขอออกบัตรได้ไหมนั้น ไม่มีเขียนไว้ในประกาศ และไม่มีการกล่าวถึงในข้อมูลของทั้งสองเมือง บทความนี้จึงบอกไม่ได้ว่าได้หรือไม่ได้ ถ้าคุณอายุ 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและพำนักอยู่ในเกาหลี ควรโทรสอบถามก่อนไปที่เคาน์เตอร์ธนาคาร จะได้ไม่เสียเที่ยว
ต่อมาคือ G-패스 ของกวางจู เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2025 ครอบคลุมรถเมล์ในเมือง·รถเมล์ที่นั่ง·รถเมล์ชุมชน·รถไฟฟ้า แต่วิธีทำงานต่างกันสิ้นเชิงตามอายุ
- เด็กได้รับการสนับสนุนค่าโดยสาร 100% เยาวชนได้ส่วนลด 50% และใช้บัตรโดยสารเด็ก·เยาวชนเดิมได้เลย ระบบจะใช้สิทธิ์ให้ทันที
- ผู้ใหญ่ (คนหนุ่มสาว 19~39 ปีบริบูรณ์·ทั่วไป 40~64 ปีบริบูรณ์) และผู้สูงอายุ ต้องสมัคร·ลงทะเบียน K-패스 ก่อน แล้วใช้บริการอย่างน้อยเดือนละ 15 ครั้ง จึงจะได้เงินคืนในเดือนถัดไป
- พูดง่ายๆ คือเด็กไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แต่ผู้ใหญ่ต้องข้ามด่านการสมัครสมาชิกก่อน
ขอเสริมอีกอย่าง ตัวเลขส่วนลดเยาวชนในตารางประกาศทางการของ G-패스 เขียนโดยอิงรถเมล์ในเมือง (ครึ่งหนึ่งของ 800 KRW) ขณะที่ค่าโดยสารพื้นฐานของเยาวชนในรถไฟฟ้าคือ 900 KRW เกณฑ์คำนวณจึงต่างกัน เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันจากประกาศทางการได้ว่าเยาวชนต้องจ่ายจริงเท่าไหร่เมื่อใช้รถไฟฟ้า ถ้าเห็นตัวเลขที่คัดลอกกันมาตรงๆ ก็ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
สุดท้ายคือ K-패스 ชาวต่างชาติต้องมีเลขทะเบียนคนต่างด้าวจึงจะสมัครสมาชิกได้ โครงสร้างคือกรอกเลขทะเบียนคนต่างด้าวแทนเลขทะเบียนราษฎร์ในหน้าสมัคร แล้วผ่านการตรวจสอบที่อยู่
ปัญหาคือตามมาตรา 31 ของ「พ.ร.บ. ควบคุมการเข้าเมือง」ผู้พำนักระยะสั้นไม่เกิน 90 วันไม่ใช่กลุ่มที่ต้องจดทะเบียนคนต่างด้าว เมื่อไม่มีเลขก็ไปหยุดอยู่แค่หน้าสมัคร คนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย·อาคารราชการ·นิคมอุตสาหกรรมไม่ถึง 90 วันจะติดตรงนี้พอดี ขั้นตอนการสมัครและเอกสารที่ต้องใช้ เราสรุปแยกไว้ใน คู่มือสมัคร K-패스 สำหรับชาวต่างชาติ
เส้นทางมาถึงสถานี — จากสถานี Gwangju Songjeong·สถานีแทจอนเข้าเมือง
ทั้งสองเมืองมีสถานีรถไฟกับรถไฟฟ้าเมืองบรรจบกันในที่เดียว ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ใหญ่พอควรสำหรับนักท่องเที่ยว
ที่กวางจู สาย 1 ผ่านสถานี Gwangju Songjeong ซึ่ง KTX สายโฮนัมจอด ลงจากรถไฟแล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟฟ้าได้เลยภายในสถานี และต่อไปยังฝั่งสถานีศูนย์ประชุมคิมแดจุงหรือสถานีซังมูได้ ส่วนแทจอน สาย 1 ก็ผ่านสถานีแทจอน
ตรงนี้ต้องคำนวณอย่างหนึ่ง ตอนขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีแทจอน ให้ดูก่อนว่าปลายทางเกิน 10 กม. หรือเปล่า ถ้าเกินก็คือ 1,650 KRW สำหรับผู้ใหญ่ ส่วนกวางจูคิด 1,250 KRW ไม่ว่าระยะทางเท่าไร จึงไม่ต้องคำนวณแบบนี้
ช่วงเดินทางระหว่างเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การเดินทางเชื่อมกวางจูกับแทจอน หรือลงจากโซลมายังสองเมืองนี้ ต้องจับรถไฟหรือรถบัสด่วน ซึ่งชาวต่างชาติที่ไม่มีบัญชีธนาคารหรือเบอร์โทรศัพท์เกาหลีมักติดที่ขั้นตอนชำระเงิน ถ้าอยากเทียบวิธีเดินทางระหว่างเมือง วิธีเดินทางไปเมืองต่างจังหวัดด้วยรถไฟ·รถบัส จะช่วยได้
กฎเดียวกันนี้ทำงานต่างออกไปอีกที่ปูซาน ถ้าอยากดูความต่างของแต่ละเมืองอีกสักรอบ ลองอ่าน คู่มือการเดินทางในปูซานสำหรับชาวต่างชาติ ควบคู่กันจะช่วยให้จับทางได้ ส่วนแทกูยิ่งแยกไปอีกทาง เพราะคิด 1,500 KRW ตลอดสายไม่ว่าระยะทางเท่าไร แต่กลับไม่มีระบบให้ขึ้นรถใหม่ตอนลงผิดสถานีเลย ความต่างนั้นเราสรุปไว้ใน คู่มือรถไฟใต้ดินแทกู·สายแทกย็อง

ถ้าขีดเส้นแบ่งให้ชัด การเตรียมตัวจะง่ายขึ้น ฝั่งด้านในประตูตรวจตั๋ว นั่นคือตั๋วรถไฟฟ้าของสองเมืองนี้ ต้องจัดการด้วยบัตรโดยสารท้องถิ่นหรือตู้จำหน่ายตั๋วในสถานี แต่ ช่วงเดินทางมาถึงสถานีและการเดินทางหลังลงจากสถานี รวมไว้ในแอปเดียวได้ LACHA (ลาชา) เป็นซูเปอร์แอปด้านการเดินทาง·ชำระเงินสำหรับชาวต่างชาติที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ออกแบบมาให้ไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนทางการ จึงจองตั๋ว KTX ไปสถานี Gwangju Songjeong·สถานีแทจอนได้แม้ไม่มีบัญชีธนาคารหรือเบอร์โทรศัพท์เกาหลี และชำระผ่าน Alipay หรือ WeChat Pay ได้ รถบัสด่วนก็จองในแอปเดียวกันได้ แต่สถานีขนส่งรถบัสด่วนของทั้งสองเมืองอยู่คนละที่กับสถานีรถไฟ ถ้าลงที่สถานีขนส่งก็ต้องเดินทางในเมืองต่ออีกหนึ่งทอด และหลังถึงสถานีรถไฟหรือสถานีขนส่ง ถ้าสัมภาระเยอะหรือดึกแล้ว ก็เรียกแท็กซี่จากแอปเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม แอปไม่ได้จำหน่ายตั๋วรถไฟฟ้าเมืองกวางจู·แทจอน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าจึงต้องเตรียมแยกตามตารางด้านบน
อยากค้นหาและจองตั๋ว KTX กับรถบัสด่วนในแอปเดียว? ลองดู LACHA
ออกแบบมาให้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรหรือบัญชีธนาคารเกาหลี รองรับ TrueMoney, Alipay, Apple Pay และช่องทางชำระเงินต่างประเทศ เรียกแท็กซี่ จอง KTX รถบัสด่วน และรถไฟสนามบิน AREX ได้ในแอปเดียว
ใส่โค้ด GUIDE3 ตอนสมัคร รับ 3,000P ทันที
ดาวน์โหลดเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. บัตร T-money ที่ใช้ในโซล เอามาใช้กับรถไฟใต้ดินกวางจู·แทจอนได้เลยไหม? ในรายชื่อจุดใช้งานทางการของ T-money มีทั้งสาย 1 ของกวางจูและสาย 1 ของแทจอนขึ้นทะเบียนไว้ จึงใช้ได้เลย ไม่ต้องซื้อบัตรใหม่ แต่ปัญหาอยู่ที่การเติมเงิน บัตรที่ออกจากต่างประเทศมักเติมเงินไม่ได้ และไม่มีข้อมูลยืนยันจากประกาศทางการของทั้งสองหน่วยงานว่าตู้จำหน่ายตั๋วในสถานีกวางจู·แทจอนรับบัตรต่างประเทศหรือไม่ เตรียมเงินสดไว้บ้างก่อนเดินทางถึงจะปลอดภัยกว่า
Q2. บอกว่าค่าโดยสารพื้นฐานรถไฟใต้ดินแทจอนคือ 1,550 KRW แล้วทำไมถูกหัก 1,650 KRW? เพราะแทจอนไม่ได้ใช้ระบบราคาเดียว แต่ใช้ระบบแบ่งโซนตามระยะทาง ไม่เกิน 10 กม. จากสถานีต้นทางคือโซน 1 ที่ 1,550 KRW เกิน 10 กม. คือโซน 2 ที่ 1,650 KRW ผู้ใหญ่จ่ายเพิ่ม 100 KRW เยาวชน 80 KRW เด็ก 50 KRW เป็นค่าส่วนเกิน ถ้าเดินทางประจำระหว่างสองปลายสายอย่างพันซ็อกกับพันัม จะเกิดส่วนต่างนี้ทุกวัน ลองคำนวณเป็นรายเดือนไว้จะดี
Q3. ถ้าไม่มีบัตรโดยสาร ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปเลยได้ไหม? ขึ้นได้ แต่เสียเปรียบมากโดยเฉพาะกับเยาวชน ที่แทจอน เยาวชนต้องซื้อตั๋วธรรมดา 1,700 KRW เท่าผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นราว 1.9 เท่าของบัตรโดยสาร 880 KRW ส่วนกวางจู ตั๋วเที่ยวเดียวของเยาวชนคือ 1,400 KRW แพงกว่าบัตรโดยสาร 900 KRW อยู่ 500 KRW เพราะทั้งสองเมืองไม่มีตั๋วเที่ยวเดียวสำหรับเยาวชนโดยเฉพาะเลย ถ้าเดินทางพร้อมลูก การหาบัตรโดยสารมาก่อนคุ้มกว่าแน่นอน
Q4. ที่แทจอน นั่งรถเมล์แล้วต่อรถไฟใต้ดิน แต่ถูกหักเพิ่ม 50 KRW ผิดหรือเปล่า? ปกติค่ะ/ครับ ที่แทจอน เวลาเปลี่ยนจากรถเมล์ในเมืองไปรถไฟฟ้า เฉพาะผู้ใหญ่ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม 50 KRW เยาวชน·เด็กไม่มีค่าเพิ่ม และในทางกลับกัน เปลี่ยนจากรถไฟฟ้าไปรถเมล์ในเมือง ผู้ใหญ่ก็จ่าย 0 KRW เป็นโครงสร้างที่มาปรับส่วนต่าง 50 KRW ซึ่งเกิดตอนขึ้นค่าโดยสารเดือนมกราคม 2024 (รถเมล์ 1,500 KRW·รถไฟฟ้า 1,550 KRW) ทีหลัง ส่วนการเปลี่ยนจากรถเมล์ชุมชนไปรถไฟฟ้ายอดจะสูงกว่า คือทั่วไป 200 KRW·เยาวชน 230 KRW·เด็ก 250 KRW
Q5. พำนักระยะสั้นไม่ถึง 90 วัน จะขอส่วนลด K-패스 หรือ G-패스 ได้ไหม? สำหรับผู้ใหญ่ค่อนข้างยาก K-패스 ต้องมีเลขทะเบียนคนต่างด้าวจึงจะสมัครได้ แต่ตามมาตรา 31 ของ「พ.ร.บ. ควบคุมการเข้าเมือง」ผู้พำนักระยะสั้นไม่เกิน 90 วันไม่ใช่กลุ่มที่ต้องจดทะเบียนคนต่างด้าว จึงไม่มีเลขตั้งแต่แรก G-패스 ของกวางจูเองก็เป็นโครงสร้างที่ผู้ใหญ่·ผู้สูงอายุต้องสมัคร K-패스 แล้วใช้อย่างน้อยเดือนละ 15 ครั้งจึงได้เงินคืนเดือนถัดไป จึงติดด่านเดียวกัน แต่เด็ก·เยาวชนที่มาด้วยจะได้ส่วนลดทันทีจากบัตรโดยสารเด็ก·เยาวชนที่มีอยู่เดิม
หมายเหตุ: เนื้อหาเรื่องค่าโดยสาร·กฎการเปลี่ยนสาย·ระบบต่างๆ ในบทความนี้ เรียบเรียงจากข้อมูลที่เปิดเผยโดย Gwangju Transportation Corporation, Daejeon Transportation Corporation, ฝ่ายขนส่งสาธารณะเมืองพิเศษรวมชอลลานัม-กวางจู, ศาลาว่าการนครแทจอน และ T-money โดยยึดข้อมูล ณ 2026-08 ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะเปลี่ยนได้ตามประกาศขององค์กรปกครองท้องถิ่น และตัวเลขอาจต่างกันก่อน·หลังวันเริ่มมีผลบังคับใช้ โดยเฉพาะค่าโดยสารเยาวชนของตั๋วเที่ยวเดียวในกวางจู, ยอดที่ต้องจ่ายจริงเมื่อ G-패스 ของกวางจูใช้กับเยาวชนในรถไฟฟ้า, การรับบัตรต่างประเทศของตู้จำหน่ายตั๋วในสถานีกวางจู·แทจอน และการออกบัตรสิทธิพิเศษฟรีสำหรับผู้มีอายุ 65 ปีบริบูรณ์แก่ผู้ถือบัตรประจำตัวคนต่างด้าว·ใบรับรองการแจ้งที่พำนักในประเทศ ล้วนเป็นรายการที่บทความนี้ยังยืนยันไม่ได้ ก่อนใช้งานกรุณาตรวจสอบอีกครั้งจากประกาศทางการหรือศูนย์บริการลูกค้าของแต่ละหน่วยงาน LACHA (ลาชา) ไม่ได้จำหน่ายตั๋วรถไฟฟ้าเมืองกวางจู·แทจอน




